ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กล่าวถึงนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทของรัฐบาล โดยยอมรับว่าจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ได้ติดต่อมาขอข้อมูลของโครงการนี้ ในประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันกับตนจริง ซึ่งตนก็ได้ส่งเอกสารงานวิจัยให้กับจุลพันธ์ไปศึกษาเพิ่มเติมแล้ว แต่ไม่ได้ให้คำแนะนำหรือข้อเสนอแนะเกี่ยวกับโครงการนี้ เนื่องจากเห็นว่าขณะนี้กระทรวงการคลังกำลังขะมักเขม้น ในการหาข้อสรุปในรายละเอียดต่างๆ ให้ชัดเจน
ส่วนกรณีที่ได้โพสต์ข้อความว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทของรัฐบาลอาจถึงทางตันแล้วนั้น เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีว่า ธนาคารออมสินถือเป็นแหล่งเงินสำคัญที่จะนำมาดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 5.6 แสนล้านบาท และได้มีการยื่นให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความพระราชกฤษฎีกากำหนดธนาคารออมสิน
แต่ไม่พบข้อกำหนดที่จะทำให้ธนาคารออมสินสามารถนำเงินมาให้รัฐบาลใช้ดำเนินนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาทได้ แหล่งเงินสำคัญของโครงการเป็นหมันไม่สามารถนำมาใช้ได้
ในขณะที่เมื่อพิจารณาจากร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ก็พบว่า มีเงินเหลือเพียงหลักหมื่นล้านบาท ไม่เพียงพอที่จะนำมาใช้ในโครงการนี้
ดังนั้นโจทย์ใหญ่ของรัฐบาลในขณะนี้ คือต้องกลับมาดูว่า จะสามารถหาแหล่งเงินขนาดใหญ่ เพื่อนำเงินมาดำเนินนโยบายนี้ได้อย่างไร
ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนตัวมองว่ารัฐบาลจำเป็นต้องปรับเงื่อนไขรายละเอียดของนโยบายหลายอย่าง เพื่อลดจำนวนผู้ได้รับผลประโยชน์ และอาจต้องเปลี่ยนการจ่ายเงินจากการจ่ายที่เดียว 10,000 บาท เป็นทยอยแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ครอบคลุม 2 ปีงบประมาณขึ้นไป จึงจะมีเงินเพียงพอ เพราะลำพังเพียงการเพิ่มฐานอายุของผู้มีสิทธิ์รับเงินดิจิทัลวอลเล็ตอาจไม่เพียงพอที่จะลดวงเงินงบประมาณได้
อาจจะต้องมีการเพิ่มมาตรการพิสูจน์ความรวยเพื่อจำกัดสิทธิ์ในการรับเงินดิจิทัลวอลเล็ต เฉพาะผู้มีรายได้น้อยเป็นหลัก เช่น การกำหนดว่าผู้ที่มีเงินเดือนตั้งแต่ 30,000 หรือ 50,000 บาทขึ้นไป จะไม่ได้สิทธิเข้าร่วมโครงการนี้ เชื่อว่าประชาชนเข้าใจได้
หากจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไข เนื่องจากนโยบายนี้ ก็ไม่ตรงปกมาตั้งแต่ต้น หากจำเป็นต้องดำเนินการบางอย่าง เพื่อให้นโยบายดำเนินการต่อไป ประชาชนจะไม่มองว่ารัฐบาลผิดคำสัญญา หากรัฐบาลสื่อสารอย่างตรงไปตรงมาเรื่องข้อจำกัด ทั้งเรื่องงบประมาณ และข้อกฎหมายที่ยังมองไม่เห็นในช่วงหาเสียง
“แต่หากรัฐบาลยังยืนยันที่จะจ่ายเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ภายในงวดเดียว ด้วยงบประมาณกว่า 5.6 แสนล้านบาท ก็มีเพียง 2 วิธีคือ 1.แก้กฎหมายธนาคารออมสิน แต่ก็จะเป็นการกระทำที่ชัดเจน สามารถที่จะพูดมากเกินไป ว่าทำเพื่อให้รัฐบาลสามารถกู้เงินจากธนาคารออมสินได้ 2.ออกเป็นพระราชกฤษฎีกาเงินกู้ เพื่อดำเนินโครงการ แต่ก็จะเป็นวิธีที่เสี่ยงต่อรัฐบาลมากทางด้านการเมือง เพราะสถานการณ์ตอนนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะเอื้อให้รัฐบาลต้องทำเช่นนั้น
แต่นอกจาก 2 วิธีนี้ ก็ไม่เห็นทางแล้วที่รัฐบาลจะได้เงินก้อนใหญ่ขนาดนี้ในครั้งเดียว ดังนั้นจึงมองว่ายังเป็นไปได้ที่การแจกเงินดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท จะทันในเดือน ก.พ.2567 แต่จะยากลำบากเป็นอย่างมาก ในการลุยไฟแก้ไขกฎหมาย รวมถึงพัฒนาซุปเปอร์แอป บล็อคเชน และระบบรองรับต่างๆ ทำให้ความเป็นไปได้น้อยมาก” ศิริกัญญา กล่าว




