ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวการเตรียมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ว่า พรรคก้าวไกลได้ศึกษาวิเคราะห์งบประมาณ โดยตั้งธีมอภิปรายไว้ว่า "วิกฤตแบบใด? ทำไมถึงจัดงบแบบนี้" โดยก่อนที่จะเข้าสู่อำนาจพรรคเพื่อไทยได้อ้างถึง 3 วิกฤต ได้แก่ วิกฤตเศรษฐกิจปากท้อง วิกฤตรัฐธรรมนูญ วิกฤตความขัดแย้ง รวมถึงวิกฤตอื่น ๆ ที่สังคมเห็นตรงกัน เช่น วิกฤตการศึกษา วิกฤตทรัพยากรมนุษย์ วิกฤตสิ่งแวดล้อม PM2.5 ซึ่งเมื่อศึกษาและวิเคราะห์งบประมาณกลับไม่เห็นการจัดงบที่ตอบสนองกับวิกฤตที่เกิดขึ้น และยังมีงบที่ไม่เหมาะไม่ควรอยู่ ทั้งยังมีงบบางอย่างที่หายไป
รัฐบาลต้องการเห็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่เราไม่เห็นโครงการที่กระตุ้นเศรษฐกิจเลย โดยเฉพาะโครงการดิจิทัลวอลเล็ตที่ไม่อยู่ในงบประมาณปี 67 แต่ต้องไปรอลุ้น พ.ร.บเงินกู้ฯ ด้านวิกฤตรัฐธรรมนูญ ตั้งงบประชามติไว้เพียงแค่ครึ่งประชามติ ไม่เพียงพอ รัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน จำเป็นต้องรับมรดกหนี้จากรัฐบาลของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
ทั้งหนี้สาธารณะ ต้องใช้เงินคงคลัง เนื่องจากรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ตั้งงบไว้ไม่เพียงพอ เช่น งบบุคลากรเงินเดือนข้าราชการในปี 65 และ 66 ซึ่งตั้งไว้ไม่พอ ตอนนี้ต้องใช้หนี้เงินคงคลัง 120,000 ล้านบาท เศรษฐาต้องใช้หนี้ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ผ่อนดาวน์ไว้ราว 400,000 ล้านบาท เราเห็นใจ แต่งบประมาณที่สามารถจัดสรรได้เอง กลับไม่เห็นความพยายามในการขับเคลื่อนนโยบายที่ได้หาเสียงไว้เลย
ทั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่ในปี 67 มีโครงการใหม่แค่ 200 โครงการจากทั้งหมด 2,000 โครงการ ซึ่งมีมูลค่าเพียง 13,000 ล้านบาท งบประมาณฉบับนี้เป็นการใช้หนี้มรดกของ พล.อ.ประยุทธ์ ไม่สะท้อนถึงความพยายามในการจัดสรรงบประมาณเพื่อขับเคลื่อนงบของตนเอง งบไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากรัฐบาลเดิม
ส่วนการอภิปรายจะเข้มข้นเท่ากับรัฐบาลชุดที่แล้วหรือไม่ ว่า ความเข้มข้นในการอภิปรายรัฐบาลชุดนี้ หากเทียบกับรัฐบาลชุดที่แล้วคงไม่แตกต่างกัน เพราะเป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องทำอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อเรามีรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้ง ความคาดหวังยิ่งสูงขึ้น ที่สำคัญการอภิปรายงบประมาณ เหมือนเป็นการแถลงนโยบาย 1 ปีของรัฐบาลว่า ในปีหน้ารัฐบาลจะทำอะไรบ้าง เนื่องจากครั้งล่าสุดที่รัฐบาลแถลงนโยบาย ก็ไม่มีความชัดเจนขนาดนั้น เรายังคาดหวังอยู่ว่ารัฐบาลชุดนี้ จะมีแผนการทำงานที่ชัดเจน มีตัวชี้วัดที่สามารถวัดได้จริง ดังนั้น เราจึงคาดหวังการแถลงเรื่องงบประมาณฯ ในครั้งนี้มาก
“ไม่มีการลดลาวาศอก อันเนื่องมาจากเป็นรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแน่นอน จะตรวจสอบทุกมิติอย่างครบถ้วน” ศิริกัญญา กล่าว
เมื่อถามถึงการจัดสรรเวลาในการอภิปรายของพรรค กัาวไกลลงตัวแล้วหรือยัง ศิริกัญญา กล่าวว่า เวลาในการอภิปรายของฝ่ายค้านได้ประมาณ 19 ชั่วโมง ซึ่งเราจะจัดสรรเวลาตามเนื้อหามากหรือน้อย แต่โดยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 30 นาที โดยขุนพลของพรรคก้าวไกล 33 คน ไม่มีใครอภิปรายเรื่องซ้ำกัน แต่ละคนเป็นการอภิปรายเชิงประเด็น ไม่ใช่อภิปรายเป็นรายกระทรวง เรื่องหนึ่งที่ สส.คนหนึ่งพูดต้องมีรัฐมนตรีหลายคนเข้ามานั่งฟัง ไม่ใช่นั่งฟังเฉพาะกระทรวงตนเอง
ศิริกัญญา ยังกล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติส่ง ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานคณะกรรมาธิการพิจารณางบประมาณปี67 ว่าการที่ ภูมิธรรม นั่งเป็นประธาน กมธ.งบฯ เองอาจจะบัญชาการ หรือสั่งการอะไรอย่างเข้มข้นแน่นอน ทั้งที่เป็นรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ไม่ใช่รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หากจะเป็นปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการต่างประเทศ คงจะไม่น่าแปลก
ส่วนจะมองว่าการที่นายภูมิธรรม นั่งเป็นประธาน กมธ.งบฯ อาจเป็นเพราะนายกรัฐมนตรี ไม่ไว้ใจคนอื่นหรือไม่ อาจไม่ถึงขนาดนั้น แต่อาจเป็นวาระพิเศษที่ต้องส่ง ภูมิธรรม มาควบคุมด้วยตนเอง อาจเป็นนัยยะทางการเมือง ไม่ใช่นัยยะตามปกติ โดยธรรมชาติแล้ว รัฐมนตรีจะไม่ได้มานั่งเป็นประธาน กมธ. ด้วยตนเองอยู่แล้ว อย่างรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ที่ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ ขณะเป็น รมว.การคลัง นั่งเป็นประธาน ก็เจอหน้าน้อยมาก ส่วนใหญ่จะเจอ วราเทพ รัตนากร รองประธาน กมธ.งบฯ ในขณะนั้นมากกว่า




