‘ศิริกัญญา’ ชี้ ‘ทักษิณ’ ก็ต้องรักลูก-เข้าข้างมากที่สุด

18 ก.ค. 2568 - 13:24

  • ‘ศิริกัญญา’ ชี้ อย่างไร ‘ทักษิณ’ ก็ต้องรักลูกมากที่สุด-เข้าข้างอยู่แล้ว บอก ‘นายกฯ’ ควรรับผลการประทำ ไม่ใช่ชี้นิ้วว่าเข้าข้างคนอื่น จี้ ‘แพทองธาร’ เข้าแจง ‘กมธ.มั่นคงฯ’ ปมคลิปเสียงหลุด ขู่หากไม่มา อาจเจอใช้ ‘กม.อำนาจเรียก’ ต้องมาอธิบายต่อที่ประชุมสภาฯ แทน

  • เป็นงงทำไม ‘ศาล รธน.’ ดูแค่ช่วงขั้นตอนการพิจารณาปม ‘พิเชษฐ์’ โยกงบสภาฯ เอื้อลงพื้นที่ ล้างหูขอรอฟังคำวินิจฉัย 1 ส.ค.นี้

‘ศิริกัญญา’ ชี้ ‘ทักษิณ’ ก็ต้องรักลูก-เข้าข้างมากที่สุด

ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชนกล่าวถึงกรณีที่ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาระบุ ปัญหาความวุ่นวายในประเทศที่เกิดขึ้นตอนนี้ เป็นเพราะคนไทยไม่รักกัน และไปให้ความสำคัญกับเรื่องเฮงซวยว่า ได้ฟังก็ตลกเหมือนกัน ที่ไปบอกว่าเราไปเข้าข้างอีกฝั่งหนึ่ง แต่ถ้าพูดกันตามเนื้อผ้า อย่างไรพ่อก็ต้องรักลูกมากที่สุด เขาต้องเข้าข้างลูกของตัวเองมากที่สุดอยู่แล้วมองว่า แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.วัฒนธรรม ควรออกมารับผลของการกระทำที่ทำไปแล้ว น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ชี้นิ้วว่า คนไทยไปเข้าข้างคนอื่น เรื่องก็จะไม่จบ ถ้ายังไม่มีกระบวนการที่จะมารับผิดกับสาธารณะก่อน

ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ในโอกาสที่คณะกรรมาธิการ(กมธ.)ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ที่มี รังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เป็นประธานกมธ.ฯ จะเชิญแพทองธาร เข้ามาชี้แจงเรื่องของคลิปเสียงหลุดสนทนา กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ก็ขอให้แพทองธารใช้โอกาสนี้ อธิบายกับประชาชน ว่าได้ทำผิดพลาดไปแล้ว แต่หากแพทองธาร ไม่มาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ เข้าใจว่า รังสิมันต์ จะใช้คำสั่งเรียกให้เข้ามาชี้แจงว่า ทำไมถึงไม่มา และแพทองธาร ก็ต้องชี้แจงต่อที่ประชุมสภาฯ แทนว่า ทำไมไม่เดินทางเข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ

ศิริกัญญา ยังให้สัมภาษณ์กรณีที่สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ขอถอนงบประมาณรายการภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์และเสริมสร้างการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ผลผลิต การส่งเสริมการประชาสัมพันธ์เพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตย และการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน งบเงินอุดหนุน เงินอุดหนุนทั่วไป ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน จำนวน 178 ล้านบาท โดยอ้างมีเรื่องที่ถูกร้องอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญว่า ต้องยอมรับว่า ทั้ง 3 โครงการ มีอยู่ในงบประมาณปี 68 เป็นโครงการที่เรามีการตั้งข้อสงสัย และศาลรัฐธรรมนูญ มีการรับไว้พิจารณา ซึ่งจะมีผลการพิจารณาวินิจฉัยในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ โดยทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สำนักเลขาธิการสภาฯ และกรรมาธิการคนอื่น ก็มีความกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีความสุ่มเสี่ยง หรืออาจจะสามารถคิดไปเลยได้ว่า หากมีการตัดลดงบประมาณวันนี้ หรือถอนออกไปในวันนี้แล้ว อาจจะมีผลต่อคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญ หรือทำให้สารรัฐธรรมนูญไม่วินิจฉัยต่อ และทำให้ความผิดไม่เกิดขึ้น

ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ดี มองว่า เมื่อความผิดสำเร็จแล้ว แม้ว่าวันนี้จะมีการถอนของงบปี 69 ออกไป แต่ยังไม่จบ เนื่องจากการกระทำเกิดขึ้นไปแล้ว ก็ต้องรอ ภัณฑิล น่วมเจิม สส.กทม. พรรคประชาชน ซึ่งเป็นผู้ร้อง ไปให้การชี้แจงต่อศาลรัฐธรรมนูญ และรอฟังวันที่ 1 ส.ค.นี้ คงจะมีคำวินิจฉัยออกมาในที่สุด แม้ว่างบประมาณในส่วนนี้ จะเคยทำเป็นคำของบประมาณของปี 68 แต่ในปี 69 ก็เสนอเข้ามาอีก ดังนั้น จึงจะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่า เป็นคำเสนอของพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง เพื่อยืนยันว่า เป็นการกระทำความผิดต่อเนื่อง หลังจากที่มีปัญหาในงบประมาณปี 68

ศิริกัญญา กล่าวอีกว่า ส่วนตัวไม่เห็นด้วยกับการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่รับพิจารณาผลงบประมาณปี 68 เพราะการมีส่วนร่วมในการพิจารณา ไม่ได้จบในชั้นการเป็น สส.และกรรมาธิการ เพราะในฐานะที่เป็นหัวหน้าหน่วยงาน ก็มีโอกาสที่จะไปจัดสรรงบประมาณในเขตที่ตัวเองจะได้ผลประโยชน์ เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ ภายหลังจากที่สภาฯ ผ่านงบไปแล้ว ซึ่งก็ไม่ทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญคิดเรื่องนี้อย่างไร ที่ไปดูแค่ช่วงขั้นตอนการพิจารณา เพราะอาจไม่ได้ครบถ้วนทุกกระบวนการพิจารณาทุกขั้นตอน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์