‘ศิริกัญญา’ จี้ รบ.ทบทวนดิจิทัลวอลเล็ต แนะฟังความเห็น ป.ป.ช.หาทางลง

17 ม.ค. 2567 - 15:13

  • ‘ศิริกัญญา’ แนะรัฐบาลคิดทบทวนโครงการดิจิทัลวอลเล็ตอีกครั้ง หลัง ป.ป.ช.ส่งสัญญานเตือน

  • ชี้หากไม่ได้ไปต่อควรรับผิดชอบอย่างเต็มที่ หามาตรการอื่นทั้งระยะสั้น-ยาว กระตุ้นจับจ่ายให้คล่องตัวขึ้น

Sirikanya_urges_the_government_to_review_digital_wallets_and_listen_to_NACC_opinions_SPACEBAR_Hero_693360c399.jpg

รัฐสภา (17 มกราคม 2567) ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึง กรณีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นความเห็นถึงรัฐบาลกรณีออก พ.ร.บ. เงินกู้ 500,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการเติมเงิน 10,000 บาท ผ่านดิจิทัลวอลเล็ต ว่า เป็นเพียงคำแนะนำ รับฟังไว้แต่ไม่จำเป็นต้องทำตาม 

ศิริกัญญา กล่าวว่า เรื่องการดำเนินนโยบายเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของรัฐบาล ดังนั้นไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตาม ไม่ได้เป็นข้อกฎหมายอะไรที่จำเป็น ขอให้องค์กรอิสระ ทำงานในกรอบหน้าที่ของตนเอง หลายเรื่องที่มองแล้ว ก็รู้สึกว่าไม่ใช่หน้าที่ของ ป.ป.ช. ด้วยซ้ำ แต่หากเป็นข้อคิดเห็นที่มีประโยชน์รัฐบาลก็ควรรับฟัง แต่ไม่ควรมาเป็นจุดอ้างอิงอ้างอิง ว่าที่เราไม่ได้ทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะ ป.ป.ช. ให้ความเห็นแบบนี้

“อยากให้รัฐบาลรับผิดชอบอย่างเต็มที่ หากโครงการนี้ไปต่อไม่ได้ ก็ให้เป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลโดยตรง ไม่ต้องเอาหลังพิงองค์กรอิสระ”

ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ส่วนตัวไม่เข้าใจว่าทำไมถึงต้องมีการเลื่อนการประชุมคณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต เมื่อวานนี้ (16 ม.ค.) ทั้งที่ความเห็นของ ป.ป.ช. ก็คือความเห็นของ ป.ป.ช. ถ้าเราสามารถพิจารณากันได้เองโดยไม่ใช้ความเห็นของ ป.ป.ช. ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เป็นจุดเด่นควรจะรับฟัง แต่ก็ไม่ได้เป็นจุดเปลี่ยนจุดตายของโครงการนี้ว่าจะไปต่อได้หรือไม่

ศิริกัญญา กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ ป.ป.ช. ให้ความเห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศยังไม่ถึงจุดวิกฤตและมีความเสี่ยงจากหลายด้าน โดยอ้างอิงจากธนาคารโลก 7 ประเภท จริงๆ แล้วสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของประเทศยังไม่เข้าขั้นนั้นเลยแม้แต่ข้อเดียว เหมือนเป็นการตอกย้ำสิ่งที่ตนเคยพูดมาแล้ว แต่ถ้าเป็นฝ่ายค้านพูดน้ำหนักก็อาจจะฟังดูน้อย และแฝงไปด้วยนัยยะทางการเมือง หลายเรื่องที่ระบุใน ป.ป.ช. ก็เป็นเรื่องที่ตนเคยพูดมาแล้ว 

เมื่อถามว่ามีความเห็นอย่างไร หากไม่ออกเป็น พ.ร.บ. เงินกู้แล้ว แต่ใช้งบกลางจากปี 68 จะมีปัญหาอีกหรือไม่ 

ศิริกัญญา กล่าวว่า ก็เป็นทางที่เป็นไปได้มากที่สุด แต่งบฯปี 68 ก็จะเข้ากรณีเดียวกับงบฯปี 67 คือไม่มีที่ว่างเหลือให้ใส่โครงการ 500,000 ล้าน ต้องตัดเข้าไปในส่วนงบลงทุนด้วยซ้ำไป 

ถ้ายังไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องโครงสร้างงบประมาณให้แล้วเสร็จ และลดขนาดโครงการให้เล็กลง พอยัดเข้าไปในงบฯ 68 ได้ก็เป็นเรื่องที่ปลอดภัยที่สุดที่สามารถทำได้ ตนเข้าใจว่าเมื่อวานนี้มีการพูดคุยกันในเรื่องกรอบงบประมาณปี 68 ทางสำนักงบประมาณก็คงจะได้พูดคุยกับทางรัฐบาลเรียบร้อยแล้วว่าโครงการนี้จะบรรจุเข้าไปในงบฯปี 68 ได้หรือไม่

เมื่อถามว่าทางลงที่ดีที่สุดของรัฐบาลคือการยุติโครงการเติมเงินใช่หรือไม่ ศิริกัญญา กล่าวว่า คงมีโอกาสที่จะทำได้ โดยการลดขนาดโครงการให้เล็กลง และพยายามใช้วิธีการแนวทางที่เป็นไปได้ตามกฎหมายก่อน หรือจะไปแก้ไข พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง พ.ศ. 2542 ว่าในกรณีที่รัฐบาลอยากจะกู้เงิน ประเทศอาจไม่จำเป็นต้องวิกฤติก็ได้ ซึ่งรัฐบาลก็คุมเสียงข้างมากในสภาอยู่แล้วก็อาจจะทำได้ในรัฐบาลนี้ 

แต่หากรัฐบาลยังดื้อดึงใช้เงื่อนไขเดิมทั้งหมด จะเกิดปัญหาในอนาคตหรือไม่นั้น ตนคิดว่ามีปัญหาแน่ๆ ขณะนี้ติดล็อคทางกฎหมายไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่อะไร สุดท้ายแล้วคนที่จะลุยไปด้วยกันไม่ใช่แค่รัฐบาลแต่ทางสภาฯ ก็ต้องโหวตให้กฎหมายที่สุ่มเสี่ยงผิดกฎหมาย ข้าราชการที่มีส่วนร่วมในการลงมติ และคณะกรรมการฯ ต้องลงมาอยู่ในร่างแหนี้ด้วย ตนอยากให้รัฐบาลคิดทบทวนว่าจะหาทางลงให้โครงการนี้อย่างไรดี

เมื่อถามถึงความกังวลว่าจะซ้ำรอยกับโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ ศิริกัญญา กล่าวว่า ไม่สามารถเทียบเคียงกับโครงการจำนำข้าวได้เลย ถ้าจะเทียบเคียงคงต้องเทียบเคียงกับ พ.ร.บ.เงินกู้สองล้านล้าน ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินว่าชอบด้วยกฎหมายก็ไม่ได้มีใครได้รับผลกระทบทางกฎหมายยกเว้นคนที่เสียบบัตรแทนกันคนเดียว

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านจะแนะนำอะไรกับรัฐบาล ศิริกัญญา กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลคิดทบทวนอีกสักครั้งหนึ่ง อย่างถี่ถ้วน ว่ามีโอกาสที่จะเป็นไปได้อย่างไรบ้าง ตอนที่หาเสียงยังมีอำนาจรัฐยังไม่มีแขนขาที่เป็นข้าราชการอาจจะคิดไม่ออกว่าจะต้องทำด้วยวิธีการใด และคิดว่าจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยวิธีการใด 

ระหว่างนี้ตนยังเห็นด้วยว่าเศรษฐกิจมันไม่ดีมีการเติบโตต่ำ ถึงจะไม่ถึงขั้นวิกฤติ แต่ก็ยังมีปัญหาที่จำเป็นจะต้องแก้ในระยะสั้นและแก้ไขโครงสร้างในระยะยาว ดังนั้นเรื่องอะไรที่ต้องทำทันทีต้องทำได้แล้วอย่ามัวแต่รอดิจิทัลวอลเล็ต ซึ่งไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะได้ทำสักทีเพราะถ้าเกิดวิกฤติจริงก็รอไม่ได้

“รัฐบาลต้องทำอะไรซักอย่าง เพื่อทำให้เศรษฐกิจดีขึ้น แม้ต้องรอถึงเดือนพฤษภาคม เราคิดว่าล่าช้าเกินไปและต้องมาลุ้นอีกว่าจะทำหรือไม่ได้ทำ ควรต้องเริ่มทำสักทีด้วยงบกลางตอนนี้แม้จะมีอยู่น้อยก็ต้องออกโครงการอะไรขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าการจับจ่ายใช้สอยมันคล่องตัวมากขึ้นแล้ว” ศิริกัญญา กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์