‘ศิธา’ ชี้ทางออกเคส ‘หยก’ ต้องถอยคนละก้าว

19 มิ.ย. 2566 - 15:25

  • ‘ศิธา’ แนะกรณี ‘หยก’ ถอยคนละก้าว ย้ำสิทธิเสรีภาพทำได้เต็มที่แต่ต้องไม่กระทบคนอื่น เปรียบเยาวชนเหมือนม้าแรงเยอะ ถ้าวิ่งถูกทางเชื่อจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

sita_divari_yok_triam_udom_suksa_pattanakarn_school_SPACEBAR_Thumbnail_2c35fed968.jpeg
ที่พรรคก้าวไกล ช่วงบ่ายวันนี้มีการประชุมคณะทำงานเปลี่ยนผ่านรัฐบาล ชุดการแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น โดยมี ‘วิโรจน์ ลักษขณาอดิศร’ ว่าที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล เป็นประธาน และมีตัวแทนจากพรรคร่วมทั้ง 8 พรรคเข้าร่วมประชุมด้วย  
 
ก่อนเริ่มประชุม ‘นาวาอากาศตรีศิธา ทิวารี’ แกนนำพรรคไทยสร้างไทย ในฐานะคณะทำงานด้านทุจริตคอรัปชั่น 8 พรรค ให้ความเห็นเกี่ยวกับประเด็นของ ‘หยก’ เยาวชนอายุ 15 ปี ว่า เด็กทุกคนไม่ควรออกจากระบบการศึกษา และหากมีการแสดงออกอะไรที่รุนแรงเกินไป มองว่าเยาวชนก็คือเยาวชน เชื่อว่าหากมีการเปิดใจรับฟังกันจะหาทางออกร่วมกันได้  
 
‘น.ต.ศิธา’ ยังยกประเด็นที่เกิดขึ้นเปรียบเทียบให้เห็นภาพว่าเหมือนกับ ‘ม้า’ ที่คนอาจชอบนั่งม้าที่นิ่งๆ เชื่องๆ เป็นม้าแกลบ หากนำไปแข่งที่ไหนคงไม่ชนะ แต่หากนำม้าที่มีกำลังวังชาไปวิ่งอยู่ในทางที่ถูกที่ควร เชื่อว่าจะวิ่งได้ชนะ และทำประโยชน์ให้ประเทศได้ พร้อมมองว่าควรมีกลไกลในการวินิจฉัยให้ออกจากโรงเรียนอย่างตรงไปตรงมา ซึ่งโรงเรียนได้ชี้แจงแล้วว่า เหตุผลที่ให้ ‘หยก’ พ้นสภาพการเป็นนักเรียน เกิดจากการไม่ได้มามอบตัวตามขั้นตอนและเวลาที่โรงเรียนกำหนด ขณะที่ในมุมของผู้ปกครองคิดว่าโรงเรียนรับปากแล้วว่าเข้าเรียนได้ จึงทองว่าเรื่องนี้ควรพบกันคนละครึ่งทาง ต้องทำให้ชัดเจนว่าหาก ‘หยก’ ต้องพ้นสภาพจากการเป็นนักเรียน โรงเรียนจะมีอะไรมารองรับในเรื่องนี้   
 
ส่วนประเด็นที่ ส.ส.พรรคก้าวไกล และสมาคมผู้ปกครองโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ พยายามเข้าไปพูดคุยกับผู้บริหารของโรงเรียน แต่ไม่กลับไม่มีตัวแทนของโรงเรียนมาพูดคุยด้วย ‘น.ต.ศิธา’ มองว่า ตามหลักการผู้ใหญ่ต้องคุยกัน บางคนอาจมองว่าแค่เด็กคนเดียว แต่ความจริงนั้นไม่ใช่ เพราะเด็กทั้งระบบการศึกษาไม่ควรมาเจอเรื่องนี้ ในส่วนที่ผิดควรว่าไปตามผิด อาจมีการคาดโทษหรือตักเตือน แต่ขอให้เป็นไปตามกฎ ไม่ควรเอาเรื่องอื่นมาปนกัน  
 
ส่วนการที่สังคมมองว่า ‘หยก’ ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของโรงเรียน ‘น.ต.ศิธา’ มองว่าเด็กสู้เพื่อสิทธิเสรีภาพ แต่คนเข้าใจว่าเผด็จการอยู่ตรงข้ามประชาธิปไตย แต่ความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น ผิดหรือถูกขอให้ว่ากันไปตามหลักวิชาการ ส่วนตัวมองว่า เผด็จการอาจอยู่ตรงกันข้ามสิทธิเสรีภาพมากกว่า แต่ประชาธิปไตยคือกฎเกณฑ์ที่จะทำอย่างไรให้สิทธิเสรีภาพอยู่ร่วมกันได้ โดยที่ไม่ไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น เพราะสิทธิเสรีภาพที่มากเกินไปอาจไปรบกวนสิทธิเสรีภาพของผู้อื่นได้และจะทำให้สังคมไม่มีระเบียบแบบแผน  
 
นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังถามถึงประเด็นที่ ‘หยก’ ยืนยันว่าจะย้อมสีผมเพื่อแสดงให้เห็นว่ายังมีระบบอำนาจนิยมนั้น ‘น.ต.ศิธา’ มองว่าเป็นสิ่งที่น้องต้องการสื่อสาร และมีหลายคนที่แสดงออกเชิงสัญลักษณ์มากมาย ที่ต้องการแสดงออกว่าถูกกดดัน จึงถือเป็นสิทธิที่แสดงออกได้ แต่คิดว่าผู้ใหญ่ต้องรับฟัง และสิ่งที่ไม่ถูกต้องแก้ไขให้ถูกต้อง หากไม่ถอยคนละก้าวแล้วไม่หันหน้ามาคุยกันสังคมไทยก็จะเป็นแบบนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์