เรื่องมันมีอยู่ว่า ไม่ว่าจะมีเสียงค้าน ข้อโต้แย้งอย่างไรก็หยุดไม่อยู่ AI passport จากรัฐมนตรีลูกเทพสายชิดชอบ ต้องเดินหน้าต่ออย่างเดียว ห้ามหยุด ห้ามเลิก <> อยู่ดี ๆ ก็เกิดฟ้าผ่าที่ภูเก็ต หลัง มท.1 สั่งเด้ง 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ต ด้วยอาการ ‘สลิ้งแตก’ เมื่อเจอเรื่องรองผู้ว่าฯจะย้ายผู้ว่าฯ<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘หนู’ลั่นไม่รู้จักคำว่า‘มีนอกมีใน’
ลุยไฟ‘AI passport’1.6พันล้านบาท
‘ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นผู้ดำเนินการ ส่วนรัฐมนตรีว่าการเป็นผู้รับผิดชอบ และได้ชี้แจงรายละเอียดโครงการต่อสาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลต้องให้ความสำคัญคือ การดำเนินการอย่างสุจริต โปร่งใส และเป็นไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนด’
‘รัฐบาลชุดนี้ไม่รู้จักคำว่า มีนอกมีใน มีแต่การทำงานเพื่อประชาชน คณะรัฐมนตรีเข้ามาทำงานโดยไม่สนใจเรื่องผลประโยชน์เหล่านั้น เพราะไม่ได้ทำให้ชีวิตดีขึ้นแต่อย่างใด’
เป็นช่วงการให้สัมภาษณ์ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทยที่ ‘บ่งบอก’ ได้เป็นอย่างชัดเจนว่า โครงการTH AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้านบาท ‘เดินหน้าต่อ’ หลัง‘ชะลอ’โครงการท่ามกลางการ ‘ทักท้วง-วิพากย์-วิจารณ์’ อย่าง ‘อื้ออึง’

ท่าทีของนายกฯหนู ดูจะ ‘สอดรับ’ กับ ‘ท่วงท่า’ ของ ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดีอี ที่ออกมาประกาศ ‘เดินหน้าต่อ’ว่า หลังการประชุมเจรจากับคู่สัญญาในวันที่ 16 มิถุนายน ที่แม้ ‘ทีโออาร์’จะปรับไม่ได้ แต่ในตัวสัญญานั้นสามารถ ‘แนบท้าย’ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าเจรจาแล้วคู่สัญญายินยอม
‘ถ้าจะพักต้องอยู่ในเกณฑ์ 3 อย่าง คือ 1.การกระทำที่ผิดกฎหมาย 2.ใช้งบประมาณไม่คุ้มค่า 3.ไม่เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ถ้าเป็นแบบนี้ยกเลิกแน่นอน แต่ฝ่ายประจำยืนยันว่า ถูกต้องตามกระบวนการ’ นายไชยชนก ระบุ
ต้องถือว่าเป็น ‘โครงการแรก’ของรัฐบาลอนุทิน ที่ถูก ‘ท้วงติง’แล้วไม่พับโครงการเหมือนที่ผ่านมา แต่ก็ใช่ว่าจะ ‘หัวชนฝา’ ดันทุรังเดินต่อ แต่ใช้ ‘เวทีสาธารณะ’ สร้างความชัดเจนและพร้อมปรับแก้ ‘บางข้อ’ ถือว่ารัฐบาลได้ ‘ลดทอน’ ความสงสัยจากสังคมไปได้ ‘จมหู’
ดูเหมือนงานนี้ ‘ฝ่ายค้าน’ จะไม่ลดละ ออกมาขู่ทั้งจะยื่นป.ป.ช.ให้ตรวจสอบหรือ ไกลไปถึงการจองกฐิน ‘ซักฟอก’ รัฐมนตรี ที่ว่ากันว่าเป็น ‘กล่องดวงใจ’ของพรรคสีน้ำเงิน แต่งานนี้ดูแล้วน่าจะประเมิน ‘ชิดชอบ’ ต่ำไป เพราะถ้า ‘ไม่มีของ’ คงไม่ต่อยอดกันมา ‘3 เจนเนอเรชั่น’ เป็นแน่
จะ ‘เสียหาย’ ไม่คุ้มค่างบประมาณ จะ ‘มีนอกมีใน’ อย่างคำครหาที่ว่ากันหรือไม่ ทั้งหมดนั้นคือ ‘ราคาทางการเมือง’ ที่รัฐบาลต้องรับผิดชอบ
กลัวไม่ทันโลกหรือจะ‘ถอยหลังเข้าคลอง’ อีกไม่นาน ‘บทพิสูจน์’ จะปรากฏออกมา รอดูห้ามกระพริบตาเด็ดขาด
<<<<<>>>>>>
‘สลิ้งแตก’ที่‘มหาดไทย’
กับย้าย‘ฟ้าผ่า’ที่‘ภูเก็ต’
น่าจะเรียกว่าเป็นอาการ ‘สลิ้งแตก’ อย่างที่‘เอิร์น วัดใหญ่’ยูทูบเบอร์ชื่อดัง บอกกล่าวไว้จนกลายเป็น ‘ไวรัล’ อันโด่งดัง ด้วยเพราะตามปกติมักจะ‘แทบไม่เห็น’ นายกฯและรมว.มหาดไทย อนุทิน ชาญวีรกูล ออกอาการ ‘ปรี๊ดแตก’ ขนาดนี้
ล่าสุดเกิด‘ฟ้าผ่า’ ขึ้นที่จ.ภูเก็ต เพราะมีคำสั่ง ‘ย้ายด่วน’ 2 รองผู้ว่าฯภูเก็ตอย่าง ธีระพงษ์ ช่วยชู กับ อดุลย์ ชูทอง ไปนั่งเป็นรองผู้ว่าฯนครศรีและรองผู้ว่าฯสงขลา

ทั้งหมดก็น่าจะสืบเนื่องมาจากการประชุมกระทรวงมหาดไทยที่ ‘มท.1’ อย่าง อนุทิน ‘หนูผู้ขี่หลังสิงห์’ เกิดอาการ ‘สลิ้งแตก’ ตามหา รองผู้ว่าฯซีฟู้ด หลังปรากฏข่าวในสังคมโซเชียลว่า ไปเกี่ยวข้องกับ ‘ข่าวลือ’ ย้าย ‘ผู้ว่าเซมเบ้’ นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร พ้น‘พ่อเมือง’จ.ภูเก็ต ‘มูลเหตุ’ก็มาจากการปราบปรามผู้มีอิทธิพลในเกาะภูเก็ต ตามนโยบายที่ ‘มท.หนู’ ให้ไว้
‘ปัญญาอ่อน’ คือคำที่ อนุทิน ใช้พูดถึงข่าว‘รองผู้ว่าฯประกาศจะย้ายผู้ว่าฯ’ แถมเปรียบไปไกลถึงขั้นว่า ถ้าจะย้ายจริง ต้องย้าย ‘ปลัดมหาดไทย’ หรือย้าย ‘มท.1’ เลยซะด้วย

สภาพที่เรียกว่า ‘สั่งพรุ่งนี้ ได้เมื่อวาน’ ตามสโลแกนที่ อนุทิน มักใช้พูดถึงการกำกับดูแลการทำงานของ ผู้ว่าฯทั่วประเทศ ในกระทรวงมหาดไทย กำลังถูก ‘ท้าทาย’ และหากปล่อยไว้ ในท่ามกลาง‘ภูมิคุ้มกัน’ทางการเมืองของรัฐบาลสีน้ำเงินที่กำลังเริ่ม ‘สั่นคลอน’ หากปล่อยเลยไปให้เนิ่นนาน ไม่ชิง ‘ชักดาบออกจากฝัก’ หลายๆพื้นที่อาจจะเอา ‘เยี่ยง’ หรือเอา ‘อย่าง’ได้
อย่าลืมว่า ไม่สิงหาคมก็กันยายน การ ‘ย้ายใหญ่’ ผู้ว่าฯทั่วประเทศจะเกิดขึ้น ตามวงรอบการเกษียณ ผลงานตามนโยบายของรัฐบาล นั่นแหละจะเป็น ‘ตัวชี้วัด’ ว่า ใครจะเข้ากรมใครจะได้อยู่ในพื้นที่ต่อไป
กระทรวงมหาดไทยถือเป็นกระทรวงสำคัญทางการเมือง ที่ ‘พรรคร่วมรัฐบาล’ ทะเลาะเบาะแว้งกันมา ‘ทุกยุคทุกสมัย’ ทั้งหมดก็มาจากอำนาจในการกำกับดูแล ‘กระทรวงคลองหลอด’ แห่งนี้นี้แหละ
‘คนการเมือง’ มักจะบอกว่า ‘ผู้ว่าฯ’ นั้นไม่ช่วยให้ ‘ชนะ’การเลือกตั้งก็จริงอยู่ แต่หากอยากจะ ‘ชนะ’ การเลือกตั้ง ต้องให้ ‘ผู้ว่าฯช่วย’ ไม่ช่วย ‘หนุน’ ก็ช่วยอยู่ ‘เฉยๆ’ เท่านั้นก็จบข่าว
ปรากฏการณ์ที่จ.ภูเก็ต จึงน่าจะเป็น ‘สัญญาณ’ ส่งไปถึงทุกภูมิภาคให้ ‘เร่งรัด’ ผลงาน ตามระยะเวลาของรัฐบาลที่ขณะกำลังถูก ‘วิจารณ์’ หนาหูขึ้นทุกวันว่า ‘พูดแล้วไม่ทำ’
งานนี้ จึงไม่มีอะไรมากไปกว่า ยุคนี้โลกเปลี่ยน ‘หนู’ ใหญ่กว่า ‘สิงห์’ แล้วนะจะบอกให้




