เรื่องมันมีอยู่ว่าส่อง‘4ปี’กับนโยบาย‘เสรีกัญชา’ สมควรมั้ย!กลับไปเป็น‘ยาเสพติด’ , ‘ฮุนเซน’กร้าวฟุ้งทวง‘ดินแดน’คืน ‘อนุทิน’ตอบโต้เตือนสติ‘คิดให้ดีๆ’

10 มิ.ย. 2569 - 06:45

  • ประเมินผลครบรอบ 4 ปีกับนโยบายกัญชาเสรี

  • บุคลากรทางการแพทย์และภาคประชาชน ทำหนังสือถึงรัฐบาลขอให้กลับสู่บัญชียาเสพติด

  • 2 พ่อลูกตระกูลฮุน ของกัมพูชา เพ้อสุดขีดจะขอทวงคืนแผ่นดินจากไทย

เรื่องมันมีอยู่ว่าส่อง‘4ปี’กับนโยบาย‘เสรีกัญชา’ สมควรมั้ย!กลับไปเป็น‘ยาเสพติด’ , ‘ฮุนเซน’กร้าวฟุ้งทวง‘ดินแดน’คืน ‘อนุทิน’ตอบโต้เตือนสติ‘คิดให้ดีๆ’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  กัญชาเสรี ถูกสร้างภาพให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่สุดท้ายก็กลับมาควบคุมแบบหลวม ๆ อีกครั้ง ครบรอบ 4 ปีของนโยบายนี้ บุคลากรทางการแพทย์และภาคประชาชน เรียกร้องให้นำกัญชากลับสู่บัญชียาเสพติดอีกครั้ง <>วัน ๆ  คงนั่งฝัน เพ้อเจ้อไปเรื่อย ฮุน เซน และฮุน มาเนต ประกาศจะทวงคืนแผ่นดินจากไทย เจอนายกฯหนูสวนกลับคิดให้ดี…ดี <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ส่อง‘4ปี’กับนโยบาย‘เสรีกัญชา’

สมควรมั้ย!กลับไปเป็น‘ยาเสพติด’

ต้องถือว่า วันที่ 9 มิถุนายนของทุกปี นั้นถือเป็นจุดเริ่มต้นของนโยบาย ‘กัญชาเสรี’ ด้วยเพราะในปี 2565 มีประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 พ.ศ. 2565 มีผลบังคับใช้ โดยกำหนดให้ ‘ทุกส่วนของกัญชา’ ไม่ถือว่าเป็นยาเสพติด และสารสกัดกัญชาที่มีสาร THC หรือ CBD ไม่เกิน 0.2% ไม่ถือเป็น ‘ยาเสพติด’ เช่นกัน

ตอนนั้น ‘กัญชา’ ถูกปั้นให้เป็น ‘พืชเศรษฐกิจ’ และมุ่งหวังที่จะสร้างรายได้มหาศาลให้กับสังคมไทย แต่ต่อมา‘ไม่นาน’ ด้วยความ ‘เสรี’ ที่เกินการควบคุม‘กัญชา’ จึงแพร่หลายและส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็น‘สวรรค์’ ของผู้นิยมกัญชา ‘ร้านรวง’ เปิดกันยิ่งกว่า ‘ดอกเห็ด’ ยิ่งแถวถนนสุขุมวิท ว่ากันว่ามี ‘ร้านขายกัญชา’ เพื่อสันทนาการ มากพอๆกับร้านขาย ‘หมาล่า’

แม้ ‘ภายหลัง’จะมีการ ‘ควบคุม’ จากกระทรวงสาธารณสุข แต่ในทางปฏิบัติก็เป็นที่รู้กันว่าทำได้ยากแล้ว เพราะรัฐบาล ออกนโยบายออกมาก่อนที่จะมีมาตรการ ‘ควบคุม’

‘คำถาม’สำคัญในตลอด 4 ปีที่ผ่านมา ตกลงแล้วสังคมไทยได้‘ประโยชน์’อะไรอย่างที่โฆษณากันทางการเมืองหรือไม่

เห็นข้อเสนอ จาก ‘9 เครือข่ายแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชนต้านภัยยาเสพติด’ ออกจดหมายเปิดผนึกถึง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข เรียกร้องให้‘ทบทวน’ด้วยการนำกัญชา ‘กลับไป’ อยู่ภายใต้การควบคุมของประมวลกฎหมายยาเสพติด และให้ใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ภายใต้การควบคุม

ในจดหมายระบุว่า เครือข่ายฯ เสนอให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศนำพืชกัญชากลับเข้าสู่การควบคุมของประมวลกฎหมายยาเสพติด และออกกฎกระทรวงรองรับการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์  ขณะเดียวกันก็ลดปัญหาการใช้เพื่อสันทนาการและผลกระทบด้านสุขภาพที่เกิดขึ้นกับประชาชน เยาวชน และสังคมโดยรวม

จดหมายเปิดผนึกดังกล่าวได้รับการลงนามสนับสนุนจากบุคลากรทางการแพทย์ นักวิชาการ และภาคประชาชนกว่า 60 ราย อาทิ นพ.ชาตรี บานชื่น อดีตอธิบดีกรมสุขภาพจิต, นายนิยม เติมศรีสุข อดีตเลขาธิการ ป.ป.ส. ,รศ.นพ.สุริยเดว ทรีปาตี ผู้อำนวยการศูนย์คุณธรรม เป็นต้น

น่าจะถึงเวลา ‘ทบทวน’ กันได้แล้วว่า ตกลง ‘สังคมไทย’ได้ประโยชน์สูงสุดจาก ‘กัญชาเสรี’ ที่มีการควบคุม ในลักษณะแบบที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ‘จริงๆ’ ใช่มั้ย แล้ว ‘พืชเศรษฐกิจ’ที่ ‘ขายฝัน’ กันในวันวาน ป่านนี้ ‘ชุมชน’ได้ประโยชน์กันแล้วหรือยัง

ในเมื่อ พรรคภูมิใจไทย พรรคการเมืองผู้‘ทำคลอด’นโยบาย ‘กัญชาเสรี’ เป็น แกนนำรัฐบาล จะ ‘สังคายนา’กันซักตั้งก็น่าที่จะดีไม่น้อย

Screenshot 2569-06-09 at 21.40.41.png
Screenshot 2569-06-09 at 21.40.55.png

<<<<<>>>>>

‘ฮุนเซน’กร้าวฟุ้งทวง‘ดินแดน’คืน

‘อนุทิน’ตอบโต้เตือนสติ‘คิดให้ดีๆ’

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา กลับมาทวีความร้อนแรงขึ้นตามลำดับ หลัง‘ฮุนเซน’รักษาการประมุขแห่งรัฐ ลงพื้นที่ ‘ปลุกปลอบ’ผู้อพยพจากสงครามที่ศูนย์พักพิงชั่วคราวใน ต.สลักกราม อ.สวายจิก จ.บันเตียเมียนเจย

ช่วงหนึ่งระหว่างตรวจเยี่ยมพื้นที่  ฮุนเซนกล่าวปราศรัยว่า ได้ตั้งชื่อศูนย์พักพิงชั่วคราวสลักกรามแห่งนี้ว่า‘หมู่บ้านแห่งการรอคอย’ (Village of Waiting) พร้อมยืนยันอย่างชัดเจนว่า จะไม่ละทิ้งการเรียกร้องดินแดนกลับคืนมา

‘ดินแดนที่ทหารไทยกำลังยึดครองอย่างผิดกฎหมายจะต้องถูกทวงคืน แต่การทวงคืนนั้นมีเพียง2แนวทาง คือ 1.การใช้กำลังทางทหาร 2.การเจรจาโดยสันติวิธี’  

พร้อมกล่าวด้วยว่า ไม่ได้หมายความว่ากัมพูขาไม่มีศักยภาพในการยึดดินแดนกลับคืนมา แต่หากเป็นฝ่าย‘โจมตีก่อน’ก็จะถูกกล่าวหาว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิง ดังนั้นกัมพูชาจำเป็นต้องอดทนและเลือกแนวทางการเจรจาอย่างสันติ

ฮุนเซน ปลุกปลอบคนกัมพูชาว่า จะไม่ละทิ้งการเรียกร้องดินแดนกลับคืนมา เลยเจอนายกฯอนุทิน สวนกลับว่าคิดให้ดี
ฮุนเซน ปลุกปลอบคนกัมพูชาว่า จะไม่ละทิ้งการเรียกร้องดินแดนกลับคืนมา เลยเจอนายกฯอนุทิน สวนกลับว่าคิดให้ดี

‘ท่าที’ดังกล่าวถูก‘ตอบโต้’กลับจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ที่อยู่ระหว่างเยือนเวียดนามว่า

‘ผมขอยืนยันว่าประเทศไทยไม่เคยไปรุกราน และไม่เคยไปรุกล้ำอธิปไตยของประเทศอื่นๆ ไทยยืนอยู่บนจุดยืนที่ว่าอธิปไตยของเรา เราไม่ยอมให้ใครเข้ามาก้าวล่วงรุกล้ำ และสิ่งที่ประเทศไทยดำเนินการเพื่อปกป้อง ป้องกัน เป็นสิ่งที่ชัดเจนมาก เพื่อปกป้องอธิปไตยของเรา เชื่อว่า ต้องคิดดีๆ ถ้าจะมารุกล้ำหรือใช้กำลังกับประเทศไทย ต้องคิดดี ๆ’

ทั้ง ‘ฮุน เซน’ ทั้ง ‘ฮุน มาเนต’ กำลังแบ่งงานกันทำ ฝ่ายลูกใช้เวทีต่างประเทศ ขณะที่ฝ่ายพ่อกำลังสร้างความแข็งแกร่งภายใน ที่สำคัญ ‘ฮุน เซน’ จับตาดูความเคลื่อนไหวทางการเมืองของไทยอย่างใกล้ชิดชนิดลงลึกไปถึง‘บทความ’หรือ ‘ทัศนะ’ ที่หากเป็นคุณกับกัมพูชาจก็จะ‘หยิบยก’ไปเผยแพร่ เหมือน ‘ฮุน เซน’ จะได้กลิ่นความขัดแย้งทางการเมือง ‘รอบใหม่’ ของไทย และกำลัง ‘รอคอย’สถานการณ์ที่‘ได้เปรียบ’

ปิดท้ายด้วยการอนุโมทนาบุญกับ‘แม่ทัพกุ้ง’ พล.อ.บุญสิน พาดกลาง อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ที่อุปสมบทอุทิศส่วนกุศลแด่ดวงวิญญาณทหารกล้าและประชาชนที่สูญเสียชีวิตในการปกป้องอธิปไตยจากสมรภูมิไทย-กัมพูชา

เพจ‘FC แม่ทัพกุ้ง พลเอก บุญสิน พาดกลาง’ ได้โพสต์ข้อความจากแม่ทัพกุ้ง หรือพระบุญสิน โชติปัญโญ เผยว่า

‘กระผม พลเอก บุญสิน พาดกลาง (แม่ทัพกุ้ง) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 กระผมได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา ณ วัดป่าศรีคุณาราม โดยได้รับฉายาว่า “พระบุญสิน โชติปัญโญ

การอุปสมบทครั้งนี้ กระผมมีความตั้งใจศึกษาพระธรรมวินัย ปฏิบัติธรรม และอุทิศบุญกุศลตลอดระยะเวลา 1 พรรษา แด่ทหารไทยและประชาชนชนที่เสียชีวิตจากการปกป้องอธิปไตยของชาติ จากความขัดแย้งไทย-เขมร ในห้วงที่ผ่านมาทุกผู้ทุกนาม’

ดูท่า‘รอบ 3’น่าจะเกิดขึ้นช่วง ‘ปลายฝน-ต้นหนาว’ อย่างที่ ‘วงใน’ ของกองทัพไทยประเมินไว้ซะแล้วหล่ะมั้ง

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์