เรื่องมันมีอยู่ว่า หลังจากคู่กรณีฝ่ายแรก 2 รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตถูกย้ายด่วนไปแล้ว ตัวผู้ว่าฯเองก็ไม่รอดเช่นกันถูกย้ายตามหลังทันที จับตารองผู้ว่าฯคนใหม่ที่เป็นตำรวจมาก่อน และเป็นสายบู๊ที่จะมาลุยกับมาเฟียที่คุมภูเก็ต<>แก้ปัญหาอุทยานทับลานมากว่า 50 ปี ในที่สุดก็ได้แนวทางคือตัดพื้นที่มีปัญหาออก แล้วจัดสรรสิทธิ์ครอบครองใหม่ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘กระชับอำนาจ’กวาดล้างมาเฟีย
‘สั่งวันนี้ได้เมื่อวาน’สะท้านภูเก็ต
‘รองซีฟู้ดขี้โม้จะย้ายผู้ว่าภูเก็ต วัดพลังผู้ว่าฯภูเก็ตกับรองซีฟู้ดใครไปก่อนกัน แบ็กใครใหญ่กว่ากัน’ เป็น 1 ในโพสต์ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย อ่านระหว่างการประชุมกระทรวงมหาดไทย วันก่อน
แต่ไม่ทันครบ 24 ชั่วโมง ก็เกิดการ ‘ไปทั้งคู่’ เพียงแต่รองผู้ว่าฯไปก่อน จากนั้นผู้ว่าฯค่อยตามไป งานนี้จึงไม่แน่ใจว่า ใครใหญ่กว่าใคร หรือแบ็กใครดีกว่ากัน
การ ‘ย้ายใหญ่’ ในจ.ภูเก็ตรอบนี้ ‘มท.1’ บอกว่าเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ขณะที่ ‘ปลัดป็อป’ อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดมหาดไทย เปรียบเปรยว่า เหมือนในรองเท้ามีก้อนกรวด จึงจำเป็นต้องเอา ‘ก้อนกรวด’ ออกจากรองเท้าไม่งั้นมันเดินไม่ได้
สิ่งใหม่ๆที่ มหาดไทย ใช้อำนาจปรับเปลี่ยน นอกจากผู้ว่าฯใหม่ที่ชื่อ โชตินรินทร์ เกิดสม ที่ต้องลุกจากเก้าอี้รองปลัดกระทรวงแล้ว หลายคนบอกว่าให้ ‘จับตา’ รองผู้ว่าฯที่ชื่อ ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์หรือ ‘รองเกิ้น’ อดีตรองผู้ว่าฯสมุทรสาคร ก่อนมาอยู่ ‘คลองหลอด’ เป็นตำรวจอยู่ดีเอสไอ รองเกิ้นเป็นลูกชายพล.ต.ท.กว้าง ชาญศิลป์ อดีตตำรวจชื่อดังผู้ทำคำดี ‘เชอรี่ แอน’และคดี ‘สมพงษ์ เลือดทหาร’ พูดง่าย ๆ คือเอา ‘สายบู๊’ มาสู้มาเฟีย

นอกจาก ‘หัวหน้าส่วนราชการ’ ที่เปลี่ยนไป งานนี้ยังมอบหมาย ‘3 รมช.มหาดไทย’ ให้กำกับดูแล นโยบายปราบผู้มีอิทธิพลเป็นการเฉพาะ โดยมี พลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย เครือข่ายรมต.ลูกเทพ เป็น ‘โต้โผ’
แน่นอนว่าปัญหา ‘มาเฟีย’ ภูเก็ตนั้นมีมานาน หมักหมม และที่ผ่านมาก็มักจะแก้ปัญหาแบบ ‘ลูบหน้าปะจมูก’ ใครๆก็รู้ภูเก็ตผลประโยชน์มหาศาล โดยเฉพาะ‘ที่ดินริมทะเล’ ราคาแพงหูฉี่ยิ่งกว่าทองคำฝังเพชรซะอีก
ในมุมของ ‘ที่ดิน’ ได้ยินว่า ‘มึงรู้จักกรูน้อยไป’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรม ก็จะ ‘ฮึ่มฮั่ม’ เอากับเขาด้วยเหมือนกัน
บางเทา ฟรีด้อม พะงัน สมุย ล้วนแล้วแต่มีปัญหาไม่ต่างกันมากนัก โดยหลักใหญ่ที่ไม่คืบหน้าก็รู้ๆกันอยู่ว่า มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง ไม่ ‘ต่อหน้า’ ก็ ‘ลับหลัง’
ที่น่า‘จับตา’คือ วงการ‘สีกากี’ ซึ่งก็เริ่มที่จะขยับเรื่องนี้ออกมาแล้วบ้าง งานนี้ถ้าในเร็ววัน ‘ไร้’ ซึ่งความคืบหน้า เห็นที่ ผู้บังคับการ เรื่อยไปจนถึง ผู้บัญชาการภาค 8 คงได้ ‘ร้อนๆ หนาวๆ’ กันบ้างเป็นแน่
ส่วนที่บอกว่า งานนี้เกิดจาก ‘สิงห์ในถ้ำ 2 ตัว’ ไม่ลงรอยกัน อันนี้ต้อง ‘ฟังหูไว้หู’ เพราะไม่น่าจะเป็นไปได้ เรื่องพรรค์อย่างนี้มีหรือที่ ‘นายใหญ่’ กับ ‘นายหนู’ จะไม่ยกหูถึงกัน
งานนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่า ‘สั่งวันนี้’ นอกจากจะไม่ได้งาน‘เมื่อวาน’แล้ว จนป่านนี้ ยังไม่มีอะไร‘เป็นชิ้นเป็นอัน’ ถ้าไม่หงุดหงิดก็ผิดธรรมชาติรัฐบาลแล้วล่ะมั้ง
<<<<<>>>
‘เฉือนป่า’แก้ปัญหา‘ทับลาน’
‘หลงป่า’หรือ‘มาถูกทางแล้ว’
ได้ยินวันก่อนหลังการประชุมบอร์ดอุทยานฯ หรือการประชุมคณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ที่ ‘เดอะเฮ้ง’ นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ห่วงใยและรับทรายการแก้ไขปัญหา ‘อุทยานแห่งชาติทับลาน’ที่ยืดเยื้อยาวนานกว่า 50 ปี
ขณะที่ นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แถลงว่า จะมีการ ‘ปรับปรุงแนวเขต’ อุทยานแห่งชาติทับลานเพื่อ‘จัดระเบียบ’ และ‘จำแนก’ พื้นที่ให้ชัดเจน โดยเสนอให้เพิกถอนออกจากแนวเขตอุทยานแห่งชาติซึ่งแบ่งได้ทั้งหมด 5 กลุ่ม ทั้งหมดเนื้อที่กว่า 1.5 แสนไร่เพื่อให้ ส.ป.ก. นำไปจัดสรรต่อไป
5 กลุ่มที่ว่านั้น ประกอบด้วย
กลุ่มที่ 1 พื้นที่ทับซ้อนเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) : เนื้อที่ประมาณ 53,416 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการต่อ
กลุ่มที่ 2 พื้นที่โครงการหมู่บ้านตัวอย่างไทยสามัคคีตามมติ ครม. ปี 2520 เนื้อที่ประมาณ 8,328 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. นำไปบริหารจัดการ
กลุ่มที่ 3 พื้นที่โครงการเพื่อความมั่นคง (พมพ. และ คจก.) ตามมติ ครม. ปี 2535 เนื้อที่ประมาณ 87,500 ไร่ เห็นควรเพิกถอนเพื่อส่งมอบให้ ส.ป.ก. ดำเนินการ โดยในส่วนของพื้นที่ที่ยังไม่ได้ออกเอกสาร ส.ป.ก. 4-01 ให้พิจารณาจัดสรรเป็น ส.ป.ก. แปลงรวมตามแนวทางคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.)
กลุ่มที่ 4 พื้นที่ราษฎรนอกเขต ส.ป.ก. และนอกโครงการเพื่อความมั่นคง (พื้นที่สีชมพู) เนื้อที่ประมาณ 109,420 ไร่ ที่ประชุมมีมติให้ชะลอการเพิกถอนไว้ก่อน
โดยให้คงสถานะเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติและบังคับใช้มาตรา 64 แห่งพ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 ในการลงพื้นที่เพื่อ ‘สอบสวนสิทธิ์’ ของประชาชนที่ครอบครองที่ดินมาก่อนการประกาศเขตอุทยานฯ ซึ่งปัจจุบันมีฐานข้อมูลที่สำรวจไว้แล้วประมาณ 5,200 ราย
โดยเร่งรัดกระบวนการ ‘ตรวจสอบสิทธิ์’ให้เสร็จภายใน 6 เดือน และกลุ่มที่ 5 พื้นที่ราชพัสดุเนื้อที่ประมาณ 6,621 ไร่ เห็นควรเพิกถอนพื้นที่อุทยานฯ ออก เพื่อใช้ประโยชน์ในราชการทหารจริง
อธิบดี อรรถพล บอกด้วยว่า ได้มีมติให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับกรมป่าไม้ เร่งสำรวจและพิจารณาความเหมาะสมในการ"ผนวกพื้นที่ป่าที่ยังคงมีความสมบูรณ์เพิ่มเติมเข้าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน คิดเป็นเนื้อที่ประมาณ 86,966.29 ไร่ เพื่อเป็นการชดเชยและรักษาผืนป่าของประเทศเอาไว้
ส่วนเรื่อง‘คดีความเก่า’ ยังคงต้องดำเนินไปตามกระบวนการยุติธรรมเช่นเดิม ขณะที่เรื่อง ‘มรดกโลก’ นั้นได้รายงานให้ทราบแล้ว มั่นใจว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อสถานะการเป็นมรดกโลกอย่างแน่นอน
ตามข้อมูลอุทยานแห่งชาติทับลาน มีเนื้อที่ประมาณ 1,387,375 ไร่ ครอบคลุมพื้นที่อ.วังน้ำเขียว อ.ปักธงชัย อ.ครบุรี อ.เสิงสาง จ.นครราชสีมา และอ.นาดี จ.ปราจีนบุรี เป็นอุทยานที่มีเนื้อที่ใหญ่เป็นอับดับ 2 ของไทยรองจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และมีขนาดใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน
‘ทับลาน’เป็น 1 ในพื้นที่สำคัญของผืนป่ามรดกโลก ‘กลุ่มป่าดงพญาเย็น-เขาใหญ่’ ซึ่งได้รับการประกาศจากยูเนสโกในปี 2548
บอกก่อนว่า ‘ทั้งหมด’ ยังต้องเสนอเข้า ครม.และหากฟังจะพบว่า ทำไมแนวทางการแก้ไขถึงง่ายอย่างนี้ ทำไมปล่อยให้ปัญหา ‘ยืดเยื้อ’ มานานร่วม50ปี
‘หลักใหญ่ใจความ’คือการ ‘ตัดปัญหา’ในพื้นที่ที่้เป็นปัญหาออกไป แล้วให้ส.ป.ก.ไปจัดสรร ซึ่งก็น่าเชื่อว่าจะมี‘ปัญหา’ กันต่อไป ที่สำคัญไม่มีอะไรมายืนยันได้เลยว่าที่ป่าเหล่านั้นจะไม่กลายมาเป็น ‘แหล่งธุรกิจรีสอร์ท’เหมือนที่เป็นอยู่ในตอนนี้
ตกลงเราจะอนุรักษ์ ด้วยการแก้ไขปัญหาแบบนี้ ‘มาถูกทาง’กันแล้วใช่มั้ยครับเนี่ย



