เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พิพัฒน์’โดดเดี่ยวขึ้นทุกวัน ‘แม่ทัพใหญ่’กับมือที่‘ไร้ดาบ’ , SAVE ทับลานเริ่มดังกระหึ่ม ‘แก้ปัญหา’หรือ‘จนปัญญา’

18 มิ.ย. 2569 - 06:46

  • ถูกวางตัวไว้เป็นแม่ทัพคุมเรื่องใหญ่ ๆ ของรัฐบาลหลายเรื่อง

  • เวลานี้พิพัฒน์ รัชกิจประการ กลับถูกยึดอำนาจคืน จนไม่มีอะไรให้ทำแล้ว

  • การแก้ปัญหาพื้นที่อุทยานทับลานของรัฐบาลด้วยการเฉือนป่า ทำให้เกิดกระแส SAVE ทับลาน

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘พิพัฒน์’โดดเดี่ยวขึ้นทุกวัน ‘แม่ทัพใหญ่’กับมือที่‘ไร้ดาบ’ ,  SAVE ทับลานเริ่มดังกระหึ่ม ‘แก้ปัญหา’หรือ‘จนปัญญา’

เรื่องมันมีอยู่ว่า มาแบบใหญ่เต็มสูบในรัฐบาลภูมิใจไทย  พิพัฒน์ รัชกิจประการที่ถูกคาดหวังไว้เริ่มค่อย ๆ ถูกหักปีก งานใหญ่ ๆ ถูกเรียกคืนนายกฯหนู เหมือนกับว่างานที่ส่งมาให้  ไม่เข้าตากรรมการสักเท่าไหร่<>แนวทางการแก้ปัญหาพื้นที่อุทยานทับลานของรัฐบาล ที่ดูออกแนวจนปัญญา ทำให้เกิดแรงต้านขึ้นมาทันที  SAVE ทับลานเริ่มกระหึ่มแล้ว<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘พิพัฒน์’โดดเดี่ยวขึ้นทุกวัน

‘แม่ทัพใหญ่’กับมือที่‘ไร้ดาบ’

หลังปรากฏข่าว ‘นายกฯหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล ดึง ‘EEC’ ออกจากมือ ‘รองโกเกี๊ยะ’หรือ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ก็เกิด ‘ข่าวลือ’ เรื่องรอยร้าวในครม.ออกมาทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นถือเป็นการ ‘ปรับเปลี่ยน’ ที่ทุกฝ่ายมองว่า ทำไม ‘พิพัฒน์’ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับความไว้วางใจให้ ‘เดินหน้าที่’ล้วนแล้วแต่เป็น‘งานใหญ่’ แต่ไปไงมาไงจู่ๆงานจึงถูกเปลี่ยนมือกับมาที่ นายกฯหนู

มีคำอธิบายจาก‘แหล่งข่าว’ในทำเนียบรัฐบาลที่บรรดาสื่อต่างรายงานข่าวเหมือนกันอย่างกับแกะออกมาว่า คำสั่ง 2 ฉบับที่ครม.รับทราบคือ

1.คำสั่งนายกฯที่ยกเลิกให้นายพิพัฒน์ กำกับดูแล สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือสำนักงานอีอีซี

2. ยกเลิกการเป็นประธานคณะกรรมการ (ประธานบอร์ด) คณะกรรมการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) นั้นมาจากการพูดคุยของนายอนุทินกับนายพิพัฒน์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม  รับภาระกิจใหญ่ ๆ หลายงานในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล แต่เวลานี้งานระดับเกรด A ถูกดึงออกไปจากมือหมดแล้ว
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม รับภาระกิจใหญ่ ๆ หลายงานในช่วงเริ่มต้นรัฐบาล แต่เวลานี้งานระดับเกรด A ถูกดึงออกไปจากมือหมดแล้ว

‘เหตุ’ที่นายกฯเอาโครงการ EEC กลับมาดูแลเองทั้งหมดเพราะจะเป็น ‘หัวหน้าทีม’ขายโครงการประเทศไทย โดยนำ EEC เป็นโปรเจ็กต์นำร่อง (Pilot project) ไปขายกับนักลงทุนต่างประเทศ ซึ่งจะนำเสนอโปรเจ็กต์ EEC ใน ‘มุมมองใหม่’

แหล่งข่าวใหญ่บอกอีกว่า  นายกฯตั้งเป้าหมายให้ EEC เป็นศูนย์กลางความมั่นคงทางอาหารโลกและการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ซึ่งจะต้อง‘ประสานงาน’กับหลายหน่วยงาน ดังนั้นจึงจำเป็นที่จะดึงการบริหารงาน EEC กลับมาในการกำกับดูแลโดยตรง

‘การดึงงาน EEC กลับมาดูเองของนายกฯ ไม่ได้มีความขัดแย้งใดๆซึ่งนายพิพัฒน์ เป็นผู้เสนอเองว่า การทำงานระหว่างอีอีซี และบีโอไอ มีการปะทะกันมาโดยตลอด นายพิพัฒน์ ไม่ชอบทำงานในลักษณะนี้ จึงเสนอให้นายกฯดูแลเองดีกว่า และไม่ได้เกี่ยวข้องกับที่นายพิพัฒน์ ไม่เห็นด้วยกับการแก้สัญญารถไฟความเร็วสูง 3 สนามบิน เพราะคนที่สั่งไม่ให้แก้สัญญาก็คือนายกฯเอง’

แหล่งข่าวยังบอกด้วยว่า ส่วนโครงการ‘ดิสนีย์แลนด์’ที่นายพิพัฒน์อยากให้ทำนั้นนายกฯก็ตั้งคำถามว่าเมื่อไหร่จะได้ทำ เพราะยังไม่ได้ศึกษาเรื่องผลตอบแทนเลยว่าคุ้มค่าหรือไม่

แหล่งข่าวที่ว่านี้ไม่ระดับ ‘เลขาธิการนายกฯ’ ก็ต้องระดับ‘ที่ปรึกษานายกฯ’เท่านั้นแหละที่ให้ข่าวแบบนี้ได้

แต่สำหรับ ‘รองโกเกี้ยะ’ เวลานี้นั้นเข้าตำรา ‘มาใหญ่’ แต่กำลังจะ ‘ไปเล็ก’  เพราะหากนับดูตั้งแต่ หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา เป็น รัฐบาลมีอำนาจเต็ม   รองพิพัฒน์ใส่ ‘เกียร์ถอย’ มาแล้วกี่เรื่อง กรณีวิกฤตน้ำมันก็พ้นหน้าที่แบบ ‘ฉับพลัน’ หลังถูกวิจารณ์ ‘ผลประโยชน์ทับซ้อน’ ครั้นพอมา ‘จุดพลุ’เรื่องแลนด์บริดจ์ก็ถูกต้าน จนต้องซื้อเวลามอบหมาย ‘รองเอกนิติ’ ไปศึกษาใหม่กำหนดกรอบไว้ 90 วัน

ขนาดประชุมครม.สัญจร หาดูใหญ่ ที่จะเป็น เวที‘แสดงพลัง’ของแม่ทัพภาคใต้ค่ายสีน้ำมัน ยังถูก ‘เลื่อนออกไป’ หรือแม้แต่ ‘ตั๋วร่วม’ หรือซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้า

ทุกวันนี้ เหมือนเสียงของ ‘โต้งภูเขาไฟ’ สิริพงศ์  อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม เวลานี้ดูจะ ‘เสียงดัง’กว่า

การแก้ไขปัญหา ‘รถไฟชนรถเมล์’ที่เดิม ‘ขึงขัง’ จะห้ามวิ่งเข้าเมือง แต่สุดท้ายก็บอกแค่ว่าทั้งหมดแค่แนวคิด และต้องรอผลการศึกษา

ยิ่ง ‘รถไฟ 3 สนามบิน’ เมกะโปรเจกต์ หลายแสนล้านบาท ที่วันนี้อยู่ในสภาพ ‘กลับไม่ได้ไปไม่ถึง’ ท่ามกลางข้อเสนอใหม่ว่าจะดึงดิสนี่ย์แลนด์มาเมืองไทย

‘แหล่งข่าว’ ของนายกฯหนูจะให้เหตุผลอะไรก็ช่าง แต่ที่ผ่านมาผลงานมันฟ้อง ‘วิธีการ’ให้ได้เห็น

ถามหน่อย‘แม่ทัพใหญ่’ ภาคใต้ ‘ไร้ดาบ’ อยู่ในมือ ‘คู่ต่อสู้’ ที่ไหนจะกลัวเกรง

<<<<>>>>> 

SAVE ทับลานเริ่มดังกระหึ่ม

‘แก้ปัญหา’หรือ‘จนปัญญา’

แม้จะมีคำอธิบายรายวันว่า การแก้ไขปัญหา‘ทับลาน’ที่ยืดเยื้อมานานกว่า 50 ปีด้วยการ ‘เพิกถอน’พื้นที่‘ทับซ้อน’แนวเขตอุทยานแห่งชาติทับลาน 155,865.47 ไร่ที่ คณะกรรมการอุทยานแห่ง มีมติไปแล้วนั้น ไม่ใช่การ ‘เฉือนป่า’

ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติฯก็ออกมา ‘นอนยัน’ว่า ไม่มีการ‘ตัดผืนป่าธรรมชาติ’ พื้นที่ 155,865.47 ไร่ ที่ให้เพิกถอนออกจากเขตอุทยานแห่งชาตินั้น   ‘ทั้งหมด’เป็นพื้นที่ที่หน่วยงานของรัฐได้จัดสรรให้เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกินกับประชาชนมาก่อนประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติฯ เพียงแต่ต้องนำมา ‘คัดกรองแยกแยะ’ จากทั้งหมด5กลุ่ม

‘ตัวเลขพื้นที่ที่หายไปประมาณ 150,000 ไร่ จึงไม่ใช่พื้นที่ป่าที่หายไปจริง แต่ต้องดูบริบทและประวัติศาสตร์ของพื้นที่ประกอบด้วย ซึ่งกระบวนการแก้ปัญหานี้ใช้มาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศผ่านกลไก One Map และสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) ไม่ได้เลือกปฏิบัติเฉพาะที่ทับลาน’นายอรรถพล กล่าว

ตลอด 50 ปีที่ผ่านมาต้อง ‘ยอมรับ’ การแก้ไขปัญหาของรัฐ ไม่มีประสิทธิภาพในการจัดการ จนสุดท้ายเลือกใช้วิธีการแบบ ‘ปล่อยหมด’ ซึ่งก็ต่างอะไรกับการ ‘นิรโทษกรรม’

ยิ่งการที่ระบุว่า จะไม่เปลือกปฏิบัติเฉพาะทับลาน ยิ่งต้องติดตามต่อไปว่า การบุกรุกป่าทั่วประเทศมีไม่รู้เท่าไหร่ ‘ป่าเมืองไทย’ คงหมดแน่

ประเด็นทับลานขณะกำลังเกิดการเคลื่อนไหวใหญ่ในโซเชียล เกิดปรากฏการณ์ ‘SAVE ทับลาน’กันขึ้นมาแล้ว ‘พลังสิ่งแวดล้อม’ กำลังถูกปลุกให้ลุกขึ้นมา ตั้ง‘คำถาม’ ต่อการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลในครั้งนี้

หน่วยงานที่มี ‘น้ำหนัก’ และสังคมเชื่อมั่นอย่าง ‘มูลนิธิสืบ นาคะเสถียร’ ซึ่งก็มีส่วนเข้าไปแก้ไขปัญหาเพื่อหวังจะ ‘อนุรักษ์’ ป่าไม้ไว้ให้ลูกหลาน คงต้อง‘ออกโรง’ แล้วกระมัง

คำถามตัวโตๆที่ถามกันกันคือ นี่คือวิธีการ‘แก้ไขปัญหา’ หรือ ‘จนปัญญา’ ที่จะแก้ไข เลยต้อง ‘เฉือนป่า’  เพื่อระงับข้อพิพาทตลอด 50 ปีที่ผ่านกันแน่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์