เรื่องมันมีอยู่ว่า อนุทินชักเย่อศึกซักฟอกเวลาว่างอีกครั้งเดือนธันวาคม รับเรื่องทักษิณยื่นขอล้างมลทิน ได้เวลาโซล่าร์ประชาชนแจกฟรี-ให้กู้-ลดหย่อนภาษีมาครบ
::: การ‘ชักเย่อ’ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ น่าจะหา‘จุดลงตัว’ได้อีกพักใหญ่หลัง อนุทิน ชาญวีรกูล นายกและรมว.มหาดไทย ให้เวลา‘ฝ่ายค้าน’ในเดือนธันวาคมเดือนสุดท้ายของปี 2569 ที่มีวันหยุด มากที่สุดของปี ส่วนจะวันไหนยังไงเสียคงไม่เกิน 22 ธันวาคม‘วันสุดท้าย’ของสมัยประชุม’ ถือเป็นการ ‘แก้ลำ’กันระหว่าง ‘ส้มผสมฟ้า’ กับ ‘น้ำเงิน’ สีอื่นไม่เกี่ยว!!!
:::‘ปลัดบอย’นายปิยะศิริ วัฒนวรางกูร ปลัดกระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานอนุกลั่นกรอง ในคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขหรือที่เรียกกันว่า คณะกรรมการปรองดอง‘รับเรื่อง’ขอพ้นผิดของ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ตาม พ.ร.บ.ปรองดอง พ.ศ.2569 เรียบร้อยโรงเรียนแม้ว ตาม ไทม์ไลน์หลังถกในอนุได้ข้อสรุปอย่างไร จะส่ง‘ชุดใหญ่’ที่มี ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯนั่ง หัวโต๊ะ‘ได้ไม่ได้’อยู่ตรงนั้น แต่ที่ ‘ปลัดบอย’ทิ้งท้ายนั้นชวนคิดตรงที่ว่า‘อย่าไปคิดว่าใครชื่ออะไร แต่คิดว่าทุกคนเป็นคนไทยที่ต้องช่วยพิจารณาให้ความเป็นธรรมดีกว่า’
::: ถึงตรงนี้ ทั้งแกนนำพันธมิตร แกนนำกปปส.และแกนนำคนเสื้อแดงทั้งหมดยังอยู่ใน ‘กระบวนการ’ แม้แต่ละฝ่ายจะ‘ยื่นหนังสือ’ ให้ศาลยุติธรรมจำหน่ายคดีก็ตาม สมมุติเล่นๆว่า หากทุกฝ่ายได้กันหมด ขณะที่‘ทักษิณ’ไม่ได้ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย ก็จะกลายเป็นปัญหาตามมา แต่หากทักษิณได้ ‘ล้างมลทิน’ ตามที่อ้างในคำร้อง ‘ทฤษฎีผลไม้ของต้นไม้พิษ’ หรือ ‘Fruit of the Poisonous Tree’ โอกาสกลับมาเล่นการเมืองผ่านการเลือกตั้งก็จะเปิดกว้าง
::: เห็น‘เส้นทาง’แล้วต้องนึกถึงศึกชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีของบราซิล ที่อดีตประธานาธิบดี 4 สมัยที่ชื่อ ‘ลูลา’ หรือ นายลูอีซ อินาซิโอ ลูลา ดา ซิลวา ที่ได้ชัยชนะ เป็นสมัยที่4 ด้วยวัย 81ปี หากดูเส้นทางการเมือง ลูลาเคยนั่งประธานาธิบดีมาก่อนหน้านี้ แต่มาแพ้ และ‘ติดคุก’ในข้อหา ‘ทุจริต’ แต่ถูกเพิกถอนคำพิพากษา จนกลับมาและเป็นผู้นำของบราซิลและชนะเลือกตั้งในครั้งล่าสุด ปัจจุบันทักษิณอายุ 77 ปี อย่าคิดนะว่าจะ ‘เป็นไปไม่ได้!!!!!’
::: ประชุมครม.วันนี้ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รมว.คลัง ยืนยันว่า กระทรวงมหาดไทย ที่แม้เป็นเจ้าภาพแต่ไม่ค่อยให้ข่าวเรื่องนี้ จะชงโครงการ ‘โซล่าร์ภาคประชาชน’ ที่ไม่ได้ติดตั้งเฉพาะหลังคา แต่พื้นดินหรือในแหล่งน้ำก็ทำได้ โครงการนี้ รัฐบาลจะสนับสนุนตรงให้ครัวเรือนละ 50,000 บาท ในเป้าหมาย 1 ล้านสิทธิ ทั้งนี้ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จะทำหน้าที่ ‘ศูนย์บริการแบบเบ็ดเสร็จ’ หรือ One Stop Service เพื่ออำนวยความสะดวก
::: โครงการนี้นอกจากเงินสนับสนุน 50,000 ล้านบาทแล้ว ยังใช้อีก 20,000 ล้านบาทเพื่อเปลี่ยน ‘มิเตอร์’ของ 2 การไฟฟ้าให้เป็น‘มิเตอร์อัจฉริยะ’ แต่ที่เพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกคือ 1.ใครมีทุน ‘ควักเอง’รัฐบาลจะจ่ายสมทบทันทีครัวเรือนละ 50,000 บาท 2.ใครไม่มีให้ไปออมสิน,ธอส.และธ.ก.ส. เพื่อขอ‘สินเชื่อ’ ดอกเบี้ยต่ำและสามารถนำรายได้ที่ได้จากการขายกระแสไฟฟ้าคืนมาชำระเงินกู้ในภายหลัง และ 3.กลุ่มที่ติดตั้งโซล่าร์ไปแล้ว ‘สรรพากร’จะให้สิทธิหักลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 200,000 บาท เฉพาะโครงการเดียวก็ 70,000 ล้านบาท ที่เหลืออีก 130,000 ล้านบาท จะเป็น คิวของ ‘เกษตร’กับ‘คมนาคม’




