เรื่องมันมีอยู่ว่า นาฬิกาข้อมือแบรนด์หรูบ่งบอกถึงฐานะของผู้สวมใส่ และนาฬิกาแบรนด์ทั่วไป แต่เป็นรุ่นพิเศษก็บ่งบอกสถานะ ความนัย ของผู้ใส่ได้เช่นกัน นาฬิกาคาสิโอบนข้อมือหัวหน้าพรรคกล้าธรรมคือบัตรแตะแล้วผ่านตลอด <> สนามเลือกตั้ง อบจ.ขอนแก่น กำลังถูกมองว่าเป็นสนามตอบแทนตระกูลช่างเหลาของน้ำเงินกับเขียว<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เวลา‘อนุทิน’เวลา‘ธรรมนัส’
การเมือง‘เข็มสั้น-เข็มยาว’
นอกจากจะเป็นเพราะ ‘นาฬิกา’ มีราคาตามท้องตลาดไม่ถึง 3,000 บาท จึงไม่เข้า‘เงื่อนไข’ ตามกฎหมายของป.ป.ช.ประกอบกับ ‘ความชอบส่วนตัว’ ของ ‘นายกฯหนู’ หรือนาย อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ผู้มีรสนิยมสะสมสารพัดตามประสาคนมีอันจะกิน ทั้งรถโบราณ ทั้งพระเครื่อง เรื่อยไปจนถึงนาฬิกาทั้งหรูและไม่หรู ขอเพียง ‘ถูกใจใช่เลย’ เป็นอันควักกระเป๋าทันที
กรณีนาฬิกายี่ห้อ‘Casio’ ที่ ‘นายกฯหนู’ ซื้อมาแจก‘คนใกล้ชิด’แม้ราคาแสนจะธรรมดา คนทั่วไปเอื้อมถึง แต่ความพิเศษจนกลายเป็น‘ลิมิเต็ด อิดิชั่น’เพราะมีการสลักด้านหลังตัวเรือนชื่อ ‘อนุทิน ชาญวีรกูล’ และภาษาอังกฤษ ‘Anutin Charnvirakul’ ข่าวว่าเฉพาะ‘คนใกล้ชิด’เท่านั้นที่จะได้ไปประดับบนข้อมือ

ในอดีต ‘นาฬิกา’ การเมืองที่โด่งดัง ต้อง ‘นาฬิกา สข.’ ของอดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้พาพรรคกลับมาเป็นรัฐบาล และเกิดตำนานงูเห่า นั่นก็คือ ‘เสธหนั่น’พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตรองนายกฯ และรมต.หลายกระทรวง ปัจจุบันทายาทการเมืองอย่าง ‘ยอด’ ศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์ เป็นสส.พิจิตร พรรคภูมิใจไทย
รู้กัน‘วงใน’ว่า ถ้าใครมี ‘นาฬิกาสข.’ใส่บนข้อมือการันตีได้ว่าคนใน‘บ้านสนามบินน้ำ’ของแท้ เครื่องหมายที่เป็นตัวอักษรที่เขียนว่า ‘สข.’ นั้นคือ สัญลักษณ์ของเสธหนั่น
ปกติของนาฬิกา ประเภทหนึ่งจะ‘เข็มสั้น-เข็มยาว’ และอีกประเภทหนึ่งจะเป็น ‘เลขอาราบิก’ กรณี ‘คาสิโอ คอนเนกชั่น’นี้เป็น ‘ตัวเลข’
ความสำคัญที่สุดของนาฬิกาคือการ ‘บอกเวลา’ ยิ่งเที่ยงตรงเท่าไหร่ ยิ่งสะท้อนว่านาฬิกานั้น‘น่าเชื่อถือ’
การเมืองกับเรื่องเวลานั้นของคู่กัน สำหรับนายกฯหนูเป็นรัฐบาลมาได้ ‘7 เดือน’ ขณะที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ไม่ได้เป็นรัฐบาลมาในเวลาเท่ากัน และไม่ได้เป็น‘ฝ่ายค้าน’ อีกด้วยในปัจจุบัน
คนเล่นนาฬิกาเรือนละหลักพันบาทถึงหลักหลายล้านบาท อย่างนายกฯหนู ย่อมรู้และ ‘ตระหนัก’ว่า การเมืองไทยนั้นเขามองสั้นหรือมองยาว ให้เดินเร็วหรือเดินช้า
ถ้าอยากเดินเร็วแล้วหมดเวลาก็ ‘เข็มยาว’ แต่หากอยากเดินช้า เนิ่นนานก็ ‘เข็มสั้น’ ส่วนจะ‘เข็มไหน’เดี๋ยวได้เห็น ‘นายกฯหนู’ เลือกแน่
<<<<<<>>>>>
‘ผลัดกันเกาหลัง’ที่ขอนแก่น
ช่างเหลา‘เชื่อม’น้ำเงินเขียว
วันอาทิตย์ที่ 27 กันยายนที่จ.ขอนแก่น จะมีการเลือกตั้งซ่อมนายกอบจ.ขอนแก่น เป็นการเลือกตั้ง ที่ถูกจับตามองว่าจะมีสิ่งที่เรียกว่า ‘ผลัดกันเกาหลัง’ เกิดขึ้น
การเลือกตั้ง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ขอนแก่น คราวนี้เป็นการชิงชัย ‘ล้างตา’ ของ ‘ต้อม’ นายวัฒนา ช่างเหลา ทายาททางการเมืองของ‘พยานปากเอก’ หรือ นายเอกราช ช่างเหลา อดีตสส.ขอนแก่น คนใกล้ชิด ร.อ.ธรรนัส พรหมเผ่า กับ‘เสี่ยกวง’ หรือนาย พงษ์ศักดิ์ ตั้งวานิชกพงษ์ อดีตนายกอบจ.ขอนแก่น แชมป์เก่า 6 สมัย
ว่ากันว่ารอบนี้เป็นสู้กันระหว่าง ‘แดง-เขียว’ โดยที่มี ‘น้ำเงิน’ ที่ใช้กำลังภายใน‘หนุนสุดตัว’ โดยที่ บางส่วนถึงกับ‘เปิดหน้า’ออกตัวสนับสนุน
ล่าสุดก็นายวิศรุต ปู่เพ็ง สส.ขอนแก่น เขต 6 พรรคภูมิใจไทย ‘ทายาท’ นายสมพงษ์ ปู่เพ็ง อดีตสมาชิกสภาจังหวัด (สจ.) ผู้กว้างขวาง ในพื้นที่ขึ้นเวทีประกาศหนุน ‘วัฒนา’ อย่างไม่สนความเป็นพรรคร่วมรัฐบาลของ ‘น้ำเงิน-แดง’
จะเกี่ยวอะไรกับคดี ‘ฮั้วสว.’ หรือไม่ ไม่รู้ รู้แต่ว่า นายเอกราช นั้นคือ ‘พยานรหัส 16’ ที่ได้ทำหนังสือ ‘กลับคำ’ ให้การอย่างพลิกความคาดหมาย จนนำไปสู่มติของกกต.ที่‘ยกคำร้อง’พลพรรคภูมิใจไทย ‘ยกพวง’
ตระกูล‘ช่างเหลา’ จึงไม่ใช่เพียง ‘บ้านใหญ่’ แต่ว่ากันว่า ทำหน้าที่เป็น ‘ช่างเชื่อม’ ระหว่างค่ายสีเขียว พรรคกล้าธรรมกับค่ายสีน้ำเงินภูมิใจไทย
ในคดีฮั้วสว.นอกจากพยานรหัส 16 แล้ว พยานรหัส 22 ที่ชื่อ ขจรศักดิ์ ศรีวิราช สว.พะเยา ที่เป็นพ่อภรรยา ร.อ.ธรรมนัส หรือที่ทั่วไปเรียกว่า ‘พ่อตา’ เป็น 1ใน3 พยานที่ ‘กลับคำให้การ’ เช่นกัน นอกจากนี้ยังมี ‘พยานรหัส21’ ที่ชื่อ อัษฎางค์ แสวงการ สว.ขอนแก่น ซึ่งก็ถือเป็น‘เครือข่าย’ของ ‘ช่างเหลา’ และ‘กล้าธรรม’ เช่นกัน
ในช่วง ‘แดงฟีเวอร์’ จ.ขอนแก่นถือเป็น ‘ฐานการเมือง’ สำคัญของพรรคเพื่อไทย แต่ปัจจุบัน เกิดความขัดแย้งกันภายใน แม้จะมีสส.เพื่อไทย เช่น นายรุ่งโรจน์ เย็นสบาย, นายสุรพจน์ เตาะเจริญสุข, นายณัฏฐพล กลุ่มเรียงทอง ตลอดจนแกนนำบ้านใหญ่ ‘พงษ์พานิช’ ของ เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรมช.มหาดไทย ต่างพร้อมใจกันเดินสายช่วย ‘เสี่ยกวง’ นายพงษ์ศักดิ์ อย่างเต็มตัว
ถึงนาทีนี้ ‘สีเขียว’ มีโอกาส ‘เป็นต่อ’ ขณะที่‘สีแดง’ที่เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ‘เป็นรอง’ ส่วนพรรคแกนนำรัฐบาลอย่าง ‘สีน้ำเงิน’ ก็มีแต่ ‘ได้กับได้’




