เรื่องมันมีอยู่ว่า การเมืองเรื่องย้ายพรรค เปลี่ยนขั้วเกิดขึ้นได้ทุกเวลา หากคุยกันลงตัว ป้ายิ่ง ราชบุรี ก็จองที่ในพรรคภูมิใจไทยไว้ล่วงหน้า ทำเอาพรรคต้นสังกัดกล้าธรรมนั่งไม่ติดทีเดียว เพราะเหมือนมีรัฐบาลในอยู่ในฝ่ายค้าน <>การเมืองข้ามกำแพง วาทกรรมการเมืองที่กำลังตีความกัน<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘เนวิน-ป้ายิ่ง’ราชบุรีสีน้ำเงิน
‘ย้ายพรรค’ก่อน‘เปิดเทอม’
การเมืองกับเรื่องฟุตบอล หลายต่อหลายคนบอกว่า มันเกี่ยวกันไม่ทางตรงก็ทางอ้อม กรณี นายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับ นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม ที่จะพบกัน ในแมตช์การแข่งขันอุ่นเครื่องไทยลีก ระหว่าง ‘บุรีรัมย์ยูไนเต็ด กับ ราชบุรี เอฟซี’ ก็มีประเด็นการเมืองให้จับตาแพ้ผลการแข่งขันจะจบลงที่ บุรีรัมย์ ชนะไปด้วยสกอร์ 2:0
จ.ราชบุรี ที่มีคำขวัญว่า ‘คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี’ มีสส.5คน เป็นของพรรคสีน้ำเงิน 3 คน สีเขียว 2 คน 1ในนั้นคือ ‘ป่ายิ่ง’หรือ บุญยิ่ง ‘คนนอนเตียงเดียว’ กับ ‘กำนันตุ้ย’ หรือวิวัฒน์ นิติกาญจนา ที่ปัจจุบันนั่งเก้าอี้ นายกฯอบจ.ราชบุรี

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2568 ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 1 มีคำพิพากษา จำคุก 6 ปี 8 เดือน ทั้ง ‘กำนันตุ้ย-ป้ายิ่ง’ ในคดีทุจริต ‘ฮั้วระบายมันสำปะหลัง’ ปี51/52 ทั้งคู่ได้รับการประกันตัวมาสู้คดีใน ‘ชั้นอุทธรณ์’
มีรายงานข่าวว่า ในการเลือกตั้งครั้งหน้า‘ป้ายิ่ง’ จะส่งลูกชายเข้าสังกัดพรรคภูมิใจไทย ทั้งนี้ว่ากันว่า ‘ป้ายิ่ง’ นั้นมี สส.อยู่ในมือหลัก 10 คน ซึ่งดูแล้วก็ไม่ต่างอะไรกับการเป็นรัฐบาลในฝ่ายค้าน ‘ลูกชาย’ ที่ว่านั้นคนราชบุรี เรียกว่า ‘เสี่ยฟลุ๊ค’ หรือ ธนวัช นิติกาญจนา ประธานสโมสร ‘ราชบุรีเอฟซี’ที่มีฉายาว่า ‘ราชันมังกร’
ข่าวที่ว่า ‘แดง’ จะผสม ‘เขียว’ และไกลไปถึงการผสม ‘ส้ม’ เอาจริง ๆ แล้วทั้งหมดทั้งปวง ถูกบอกเป็น‘นัย’ ไว้แล้วจากปาก อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยว่า ‘แดง+เขียว=น้ำเงิน’
ฉะนั้นก็อย่าได้แปลกประหลาดใจหาก ‘ผู้กองยอดรัก’ จะเกิดอาการ ‘นั่งไม่ติดเก้าอี้’
<<<<<>>>>>
‘กำแพง’ที่ไกลกว่าเรื่องการเมือง
‘อนุทิน-ศิริกัญญา’และ‘ปิยบุตร’
ขยายวงกันไปไกลว่าด้วยเรื่อง ‘กำแพง’ หลัง นายกฯและรมว.มหาดไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล โพสต์ข้อความผ่านFB ส่วนตัวเฟซบุ๊กส่วนตัว Anutin Charnvirakul ระบุว่า ‘วิ่งหัวชนกำแพงทุกวัน แต่กำแพงก็ยังสูงขึ้น หนาขึ้น ถ้ายังคงวิ่งชนอยู่ มันก็เจ็บหัวอีก’
ทันทีที่ปรากฏออกไป ก็แน่นอนว่าถูกแสดงความเห็นกันไปต่างๆนานา ไม่มีคำตอบที่‘แน่ชัด’ว่าต้องการที่จะสื่อถึงใครเรื่องอะไร แต่หากคิดตามจะพบว่า ไปสอดคล้องกับ ‘ท่าที’ของ ‘เสียงของเหตุผล’หรือ ไหม ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนที่ไปพูด ในงาน ‘คิดต่อจากนิธิ’ ในหัวข้อ ‘อนาคตสังคมไทยในความชอบธรรมที่ล่มสบาย’
ช่วงสำคัญหนึ่งระบุว่า
‘ก็ต้องยอมรับว่ามันก็เหนื่อย มันเผาตัวเอง เออ ไม่อย่างนั้นมันจะรู้สึกว่า สู้อย่างไร มันก็สู้กับกำแพง เอาอย่างไรก็เอามันไม่ลง ตอบกับประชาชนก็ไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่สำเร็จ ก็เลยต้องหาอะไรที่มันรู้สึกว่า เป็นความสำเร็จเล็กๆน้อยๆ ให้มันได้ชูใจว่าอย่างน้อย มันก็มีเรื่องให้เราได้รู้สึกว่าความพยายามของเราไม่สูญเปล่า’
‘สู้อย่างไรก็สู้กับกำแพง เอาอย่างไรก็เอามันไม่ลง’ ตรงนี้ ‘น่าคิด’ ว่า ‘มันคืออะไร’ ทั้งนี้คงไม่ใช่การสู้กับรัฐบาล‘สีน้ำเงิน’ ที่เข้ามาบริหารได้เพียง 4 เดือน หรือก่อนหน้านี้จากกรณี ‘MOA’ ที่หนุน‘สีน้ำเงิน’ เป็นรัฐบาล‘แลกกับ’การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
หากจำกันได้ ‘ฉากแรก’ ที่ถูกเปิดออกมาคือ เรื่อง ‘ระบอบสีน้ำเงิน’ ที่ถูกขยายความต่อจาก ‘หัวหน้าเท้ง’ ณัฐพงศ์ เรืองปัญญาวุฒิ ‘ระบอบนี้’ ไกลกว่าพรรคภูมิใจไทย ที่ทำหน้าที่แค่ ‘เอเย่นต์’ หรือหากไปต่อจะพบว่า ก่อนหน้านี้ มี ‘ข้อเสนอ’ จาก ปิยบุตร แสงกนกกุล ที่ประกาศ ‘ผันตัว’ มาอยู่ ‘เบื้องหลัง’ ระบุว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ต้อง ‘ยุบเลิก’ คณะองคมนตรี
ระยะหลังๆ ‘ปิยบุตร’ ที่สังคมมองว่า ‘ห่าง’ จากพรรคประชาชนนั้น มักแสดงความเห็นเชิง ‘ปลุกเร้า’ อุดมการณ์เดิมที่ว่าด้วยเรื่องการ ‘เปลี่ยนแปลง’ บ่อยครั้ง
เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2569ที่ผ่านมา ‘คนคัดท้าย’ อย่างปิยบุตร โพสต์ความเห็น ช่วงหนึ่งระบุว่า
"เมื่อไหร่ที่พรรคมุ่งมั่นตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชัน ต้องไม่เป็นเพียงการทำหน้าที่ฝ่ายค้านให้โดดเด่น หรือแข่งขันกับพรรคฝ่ายค้านอื่น ต้องไม่เป็นเพียงการแฉรายวัน เพื่อให้พรรคหรือนักการเมืองของพรรคมีแสงส่อง และต้องไม่เป็นเพียงกระบอกเสียง ให้แก่ข้าราชการที่ทนไม่ไหวหรือประชาชนที่ประสบปัญหาถูกรีดไถตบทรัพย์ แต่ต้องขยายและชี้ให้เห็นถึงประเด็นโครงสร้าง สัมพันธภาพทางอำนาจระหว่าง ‘ทุน-นักการเมือง-ราชการ’โยงใยไปถึง ‘ยอดปิรามิด’และการกินรวบประเทศ’
หาก‘ปะติด ปะต่อ’ จะพบว่า ล้วนมีความสัมพันธ์ และมี‘ทิศทาง’ที่สอดคล้องกัน ยิ่ง อ.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กูรูทางการเมืองผู้ล่วงลับซึ่ง ‘ครั้งหนึ่ง’ เคยร่วมกิจกรรม ‘รดน้ำดำหัวเด็ก’ ช่วงสงกรานต์เมื่อสิบปีก่อนก็จะพบว่า ถึงวันนี้แม้จะ ‘เจือจาง-ห่างไกล’ แต่ ‘ทิศทาง’ ของบางคนก็ยัง‘ไม่เปลี่ยน’
ไม่ใช่ ‘รัฐบาล’ ที่วันนี้แทบ ไม่มี‘กำแพง’ ป้องกันแน่ๆ แต่ ‘ไกลกว่านั้น’ จึงไม่แปลกที่ ‘คนเฝ้ากำแพง’ ที่ชื่อ ‘อนุทิน’ จะต้องโพสต์ชี้แจงตอบโต้




