เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘แก้ผ้าดูกัน’น้ำมันหายไปไหน ‘พิพัฒน์’คาใจ‘ปั้ม’น้ำมันหมด , จาก‘รับ’ต้องมาลุ้น‘ลับ-ไม่ลับ’ ‘งานช้าง’ของศาลรัฐธรรมนูญ

19 มี.ค. 2569 - 06:45

  • เหมือนมายากลลวงโลกที่น้ำมันในบ้านเราหายไปจากระบบนับหมื่นลิตร

  • รัฐบาลสวมบทโคนันยอดนักสืบ ตามหาความจริง ต้องมี 1 คนที่โกหก

  • ลับ หรือ ไม่ลับ ยังตามหลอกหลอน กกต.อย่างต่อเนื่อง

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘แก้ผ้าดูกัน’น้ำมันหายไปไหน ‘พิพัฒน์’คาใจ‘ปั้ม’น้ำมันหมด , จาก‘รับ’ต้องมาลุ้น‘ลับ-ไม่ลับ’ ‘งานช้าง’ของศาลรัฐธรรมนูญ

เรื่องมันมีอยู่ว่า  กำลังตามหาน้ำมันหมื่นลิตรที่หายไปจากระบบในบ้านเรา  รัฐบาลกำลังย้อนกระบวนการตามหาคนโกหก และทำให้เกิดภาวะน้ำมันหมดปั๊ม หาเติมไม่ได้  ต้องหาให้เจอ ไม่เช่นนั้นเข้าตัวแน่<>การเลือกตั้งลับ หรือไม่ลับ  ยังคงไล่ล่า กกต.อยู่ต่อไป และต้องลุ้นบทสรุปจากกระบวนการในศาล <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘แก้ผ้าดูกัน’น้ำมันหายไปไหน

‘พิพัฒน์’คาใจ‘ปั้ม’น้ำมันหมด

หลังสงคราม ‘สหรัฐ-อิหร่าน’ เปิดฉากเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เพียงแค่ไม่ถึง ‘1 สัปดาห์’ รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ก็ ศบก.ขึ้นมาเมื่อวันที่ 6 มีนาคม เพื่อ ‘รวมศูนย์’ ข้อมูลข่าวสาร แก้ไขสถานการณ์ ‘วิกฤตน้ำมัน’ หลังประเมินว่า สงครามอ่าวเปอร์เซียรอบนี้ ‘ใหญ่กว่า’ และ ‘ยาวกว่า’ ความขัดแย้งครั้งก่อนๆเป็นแน่

มาตรการสารพัดถูก ‘งัด’ ขึ้นมาใช้เพื่อสร้าง ‘ความมั่นใจ’ ว่า รัฐบาลจะ ‘บริหาร’ สถานการณ์ให้กระทบประชาชน ‘น้อยที่สุด’  แต่สุดท้ายอาการ ‘ตื่นน้ำมัน’ ทั้งราคาที่สูงขึ้น ทั้งน้ำมันที่ ‘ขาดแคลน’  จนที่สุดก็นำมาซึ่งข้อครหา ‘อุ้มนายทหาร’  เกิดการ ‘กักตุนน้ำมัน’  ฉกฉวยวิกฤตให้เป็นโอกาส แสวงหากำไรเข้ากระเป๋า ‘ทุนพลังงาน’

ล่าสุด ลามไปถึง ‘หัวโต๊ะ’ อย่าง ‘โกเกี๊ยะ’  พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ที่โดน‘นินทา’ เรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน จากธุรกิจขายน้ำมันของตระกูล

พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม และเจ้าของปั๊มน้ำมันพีที ไม่ว่าสวมหมวกไหน ก็ร้อนไปหมด จนต้องออกตามหาความจริง และใครที่โกหก
พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม และเจ้าของปั๊มน้ำมันพีที ไม่ว่าสวมหมวกไหน ก็ร้อนไปหมด จนต้องออกตามหาความจริง และใครที่โกหก

ได้ยินว่า ในวันที่ 19 มีนาคม  ‘เดอะหนู’ จะเรียกประชุม ‘ทุกฝ่าย’ ทั้งระบบ เพื่อพิสูจน์ว่า ‘ข้อครหา’ ที่ลือกันมัน จริงเท็จประการใด

‘การประชุมในวันที่ 19 มีนาคม  จะเป็นการประชุมซัพพลายเชนทั้งหมดที่เกี่ยวกับพลังงาน นายกฯเรียกมาทุกหน่วยงาน ตั้งแต่โรงกลั่น ผู้ประกอบการ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน ขนส่ง รวมถึงจ็อบเบอร์ทั้งหลาย ทุกแผนก ทุกฝ่ายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้าขายน้ำมัน แล้วเราจะมาแก้ผ้าดูกันทีละคนว่า ใครที่ตุนน้ำมัน ใครที่โกหก ในวันที่ 19 มีนาคม จะเป็นการจับเท็จให้ได้ว่า สิ่งที่โรงกลั่นประกาศว่า น้ำมันมี น้ำมันไม่ได้ช็อต กระทรวงพลังงานบอกว่า ไม่ได้ช็อต ปตท.บอกว่า ไม่ได้ช็อต แล้วทำไมน้ำมันกลั่นออกมาแล้ว คลังน้ำมันหรือซัพพลายเออร์ถึงไม่ได้รับน้ำมันเหมือนปกติ ซ้ำร้ายขายส่งก็บอกไม่มีน้ำมันขาย เพราะฉะนั้น ใครเท็จก็เชื่อว่า ในวันที่ 19 มีนาคม พวกเราคงได้รู้’

‘รองพิพัฒน์’ ยังบอกอีกว่า 

‘ผมเองก็ไม่สบายใจ และคิดไม่ออก เพราะผมเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปรับน้ำมัน ผมไม่ได้มีปั๊มน้ำมันยี่ห้อเดียว มีทั้งพีที และยี่ห้ออื่น เราต้องการทำการเปรียบเทียบว่า ในแต่ละบริษัทดูแลซัพพลายเออร์หรือแฟรนไชส์ดีอย่างไร ผมจะมีปั๊มน้ำมันแต่ละยี่ห้อ ซึ่งในแต่ละยี่ห้อนี้ในอดีต ขอยกตัวอย่าง ปั๊ม ก. ได้รับน้ำมันและขายได้อาจจะวันละ 1-1.5 หมื่นลิตรต่อวัน แต่วันนี้บางยี่ห้อขายให้ปั๊มผมแค่ 4-5 พันลิตรต่อวัน ซึ่งหายไป 1 หมื่นลิตร ต้องถามว่า น้ำมันส่วนนี้หายไปไหน ในเมื่อบอกว่า โรงกลั่นมีน้ำมันให้ น้ำมันไม่ได้ขาด แล้วน้ำมันส่วนนี้มันล่องหนได้หรือ ฉะนั้น ต้องมีคนโกหกอย่างน้อย 1 คน’

‘วันนี้กระทรวงพลังงานประกาศเมื่อวันที่ 17 มีนาคมว่า เรามีสต็อก 101 วัน แต่ขณะที่โรงกลั่นก็กลั่นมาเต็มกำลังการผลิต เมื่อกลั่นเต็มทุกวันน้ำมันก็ต้องมีขาย ไม่มีขาดเลยสักวันเดียว เพราะวันนี้เรายังมีน้ำมันดิบพอที่จะเอามากลั่น ดังนั้น เมื่อมีน้ำมันพร้อม โรงกลั่นก็กลั่นออกมาพร้อม โรงกลั่นจ่ายน้ำมันให้กับผู้ซื้อตามปกติ ไม่มีการตัดบริษัทใดบริษัทหนึ่ง แล้วพอออกจากโรงกลั่นน้ำมันไปแล้ว น้ำมันมันหายไปไหน’

‘แล้วน้ำมันมันหายไปไหน’ ไอ้ตรงนี้แหละคือ ‘คำตอบสำคัญ’ ที่ผู้คนเขาอยากจะรู้ ‘ใจจะขาด’

<<<<>>>> 

จาก‘รับ’ต้องมาลุ้น‘ลับ-ไม่ลับ’

‘งานช้าง’ของศาลรัฐธรรมนูญ

เป็นไปตามที่ ‘อาจารย์ปื้ด’  ดร.บวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ปรมาจารย์ด้านกฎหมาย‘คนสำคัญ’ของรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ระบุไว้ก่อนหน้านี้ หลังมีการ ‘แบ่งฝ่าย’ พิสูจน์ผล ‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค๊ด’ในบัตรเลือกตั้งของกกต.

ตามขั้นตอน ‘หลัง’ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับ ‘คำร้อง’ ของผู้ตรวจการแผ่นดินไว้พิจารณาวินิจฉัย ในระยะเวลา 15 วัน จะให้ทั้ง ‘ผู้ร้อง’ และ ‘ผู้ถูกร้อง’ ส่งรายละเอียดสำคัญทั้งหมดให้ศาลรัฐธรรมนูญเพื่อประกอบการวินิจฉัย

ล่าสุด ‘อาจารย์ปื้ด’ ยังยืนยันความเห็นของตัวเองว่า

‘แต่ส่วนตัวมองว่าการเลือกตั้งนี้ยังเป็นความลับอยู่ หลายประเทศก็ใช้บัตรเลือกตั้งในลักษณะนี้ แต่ไม่มีประเทศไหนวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งจะเป็นโมฆะ ซึ่ง กกต. ควรจะนำผู้เชี่ยวชาญสาธิตให้กับตุลาการศาล ดูว่าคิวอาร์โค้ดดังกล่าวไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมถามกลับว่า ที่ผ่านมามีคนเคยลองทำแล้วสำเร็จหรือเปล่า’

ความน่าจะเป็นใน ‘ทางออก’ นั้นมีอยู่ 2 ทางคือ

1.ยังเป็น ‘ความลับ’  ซึ่งจะไม่ทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ

2.‘ไม่เป็นความลับ’ ซึ่งก็จะเท่ากับว่า การเลือกตั้งจะกลายเป็น ‘โมฆะ’  ซึ่งหากออกทางนี้จะเป็น ‘เรื่องใหญ่-เรื่องยาว’  พอๆกับปัญหา ‘วิกฤตการณ์พลังงาน’ ที่สังคมไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้

แต่กรณี ‘ไม่ลับ’ ก็มี ‘กูรู้’  บางคนแสดงทัศนะแบบ ‘ซื้อหวย’  คือ ‘ถูกเมื่อไหร่ ก็ดังเมื่อนั้น’ ไว้ว่าการ ‘ไม่ลับ’ นั้น อาจจะเฉพาะบัตรเลือกตั้งแบบหนึ่ง แบบใดเท่านั้น ซึ่งมีความโน้มเอียงไปในทางหมายความว่า ‘บัตรเลือกตั้ง’ แบบ ‘บัญชีรายชื่อ’ เท่านั้นที่จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่

จะถูก จะจริง จะใช่ ประการใดก็ฟังกันเอาไว้เพลินๆแบบอย่างเพิ่งไปคิดอะไรมาก  นอกจาก ‘ทางออก’ ที่บรรดา ‘กูรู้’ ให้ทัศนะไว้แล้วนั้น ยังตั้งสังเกตไปอีกว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็น ‘ศาลการเมือง’  ใช้ทั้งหลัก ‘นิติศาสตร์’ และ หลัก ‘รัฐศาสตร์’  ผสมกัน

สุดท้าย ‘ทุกความสงสัย’ ก็น่าจะ ‘สงบจบลง’ ที่ ‘ครูอังคณา’ อีกแล้วครับท่าน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์