เรื่องมันมีอยู่ว่า ได้เวลารุมกินโต๊ะ‘ชัชชาติ’ งานนี้แข่งสก.‘ฟัดกันหนัก’ , ‘คมนาคม’สร้างฝันดัน‘ตั๋วร่วม’ ‘พูดแล้วทำ’กับของขวัญปีใหม่

3 มิ.ย. 2569 - 06:45

  • ยังเป็นวังวนเดิมในการหาเสียงเลือกตั้งทุกสนาม ปรากฎการณ์รุมชัชชาติจึงเกิดขึ้น

  • พรรคเพื่อไทย และพรรคเศรษฐกิจ ออกมาพร้อมกันแบบบังเอิญอย่างร้ายกาจ

  • อีก 6 เดือนรอใช้งานตั๋วร่วมจากรัฐบาลภูมิไทย จะพูดแล้วทำได้หรือไม่

เรื่องมันมีอยู่ว่า ได้เวลารุมกินโต๊ะ‘ชัชชาติ’ งานนี้แข่งสก.‘ฟัดกันหนัก’ , ‘คมนาคม’สร้างฝันดัน‘ตั๋วร่วม’ ‘พูดแล้วทำ’กับของขวัญปีใหม่

เรื่องมันมีอยู่ว่า  คงเป็นคำสาปของการเมืองไทย ที่ทุกเวทีเลือกตั้งที่จะต้องมีการออกมาแฉ เปิดโปงควาไม่โปร่งใสของคู่แข่ง เพื่อช่วงชิงและลดกระแสตัวเต็ง  ผู้ว่าฯไม่ต้องลุ้น ไปดูสนาม สก.ดุเดือดกว่า<> อีก 6 เดือนรอใช้งานตั๋วร่วมจากรัฐบาลภูมิไทย จะพูดแล้วทำได้หรือไม่  <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ได้เวลารุมกินโต๊ะ‘ชัชชาติ’

งานนี้แข่งสก.‘ฟัดกันหนัก’

ตามประสา ‘คนชอบจุดพลุ’ จู่ ๆ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทยที่บัดนี้กลายเป็น ‘สต.’  หลัง ‘พลังส้ม’ ถล่มเมืองหลวงในการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก็ออกมา ปล่อยหมัดชุดให้สัมภาษณ์รายการ ‘เจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand ’

หลัก ๆ มี3ประเด็นใหญ่ ด้วยการพูดถึง‘ระบบอากง’ หรือคนทำงานหลังบ้าน และกล่าวหาเรื่องการโยกย้ายผู้อำนวยการเขตหรือ ผอ.เขต อย่างไม่เป็นธรรม แถมยังพูดด้วยว่า ‘สัปดาห์หน้า’ จะไปยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อร้องว่า ‘ชัชชาติ’ อาจจะรู้เห็นเป็นใจ ปล่อยปละละเลย นอกจากนี้ยังพูดถึงส่วย ทั้งส่วยโยธา ส่วยเทศกิจ

ตามดีกรีระดับ ‘ดาวสภา’  เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวา และมาสรุปจบลงตรงที่ว่า ‘4 ปีของชัชชาติ’มีปัญหาและไม่เคยมีการเอามาพูดกัน

จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย  ออกมาชนอดีตผู้ว่าฯชัชชาติ สุทธิพันธุ์แบบเต็ม ๆ  หรือเพราะว่ามีหลานสาวลงสมัคร สก.เขตคลองสามวาอีกสมัย
จิรายุ ห่วงทรัพย์ อดีต สส.กทม.พรรคเพื่อไทย ออกมาชนอดีตผู้ว่าฯชัชชาติ สุทธิพันธุ์แบบเต็ม ๆ หรือเพราะว่ามีหลานสาวลงสมัคร สก.เขตคลองสามวาอีกสมัย

คล้อยหลังไปไม่ทันไร ‘บิ๊กหยม’ หรือ พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช อดีตผบ.ชน.ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. พรรคเศรษฐกิจ เบอร์ 12 ก็ออกมา ‘ตามน้ำ’ ทันทีว่า‘ระบบอากง’  คือระบบความไม่โปร่งใส ซึ่ง นายคริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ จะแถลงข่าวเปิดโปงรายละเอียดในวันที่ 4 พฤษภาคมนี้

พล.ต.ท.ชาญเทพ บอกด้วยว่า ‘เขาก็ต้องถูกพูดถึง เพราะหนึ่งเลย เขาเคยบริหารบ้านเมืองมา (กทม.) เพราะบางทีผมพูดก็ไปหาว่า ไปใส่ร้าย ไปบูลลี่ ไม่ใช่หรอก มันต้องพูดถึงได้’

แถมกล่าวด้วยว่า ไม่ต้องโกรธกัน เพราะในฐานะผู้สมัคร ก็ต้องติดตามดูผลงานผู้ว่าฯ ว่าได้มีการทำอะไรมาแล้วบ้างใน 4 ปี

ขณะที่ ‘ชัชชาติ’ ออกมาบอกทันทีหลัง ‘รับรู้ข่าว’ ว่า ยินดีให้มีการ‘ตรวจสอบ’ เพราะทุกกระบวนการขั้นตอนนั้นยืนยันว่า ทำตามกฎหมาย

‘การแต่งตั้งโยกย้าย เป็นอำนาจของคณะกรรมการที่เป็นฝ่ายประจำ มีหน้าที่เซ็นอนุมัติตามที่เสนอมาเท่านั้น และทันทีที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม ท้วงติงว่ากระบวนการโยกย้ายอาจจะคลาดเคลื่อน ผมก็แนะนำให้ยกเลิกกระบวนการนั้น และให้มีกระบวนการสรรหาใหม่ ซึ่งเป็นไปตามข้อแนะนำทุกอย่าง’

 ก่อนจะฝากไปถึง นายจิรายุว่า

‘ผมคุ้นเคยกับนายจิรายุเป็นอย่างดี พร้อมขอบคุณหากต้องถูกตรวจสอบ เพราะเป็นการยืนยันว่าผมไม่มีความสัมพันธ์อะไรกับพรรคเพื่อไทย’

น่าสนใจว่า ขณะที่ ‘ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม.’ ต่างฝ่าย ต่างงัด ผลงานแนวคิดมาขายเพื่อ ‘ชนะใจ’ คนกรุง แต่ กรณีของ ‘จิรายุ’ และ ‘คริส’ จู่ ๆ ถึงมี ‘เป้าหมาย’ ไปที่ชัชชาติ

แน่นอนแม้จะเป็น ‘ข้อสงสัย’ ที่ย่อมมีกันได้หรือแม้แต่การ‘มีข้อมูล’ แล้วยื่นเรื่องให้ป.ป.ช.สอบ ก็พึงกระทำได้เช่นกันแต่ทำไมถึงมาทำกันในช่วงนี้ หรือ‘มีอะไร’ ที่มากไปกว่านั้นซึ่ง ‘คนกรุงเทพ’ก็ย่อมมีสิทธิสงสัยได้เช่นกัน

สนามผู้ว่าฯกทม.ค่อนข้าง‘ชัด’ว่า คนกรุงฯพร้อมที่จะ‘เลือกใคร’ แต่ สนามสก.คราวนี้ว่ากันว่า ‘หักเหลี่ยมเฉือนคม’ กันทุกรูปแบบ ซึ่งสะท้อนถึงความเข้มข้นในการแข่งขัน และสก.นี่แหละจะเป็น ‘บันได’ ขั้นสำคัญในการทำการเมืองระดับสส.ในกทม.ต่อไป ปฎิบัติการ‘กินโต๊ะ’ ชัชชาติจึงเกิดขึ้น

ใครเลี้ยงแกะ เดี๋ยวมาว่ากัน แต่ที่ ‘น่าห่วง’ คือคนจัดการเลือกตั้งอย่าง กกต.กทม.ที่งานนี้ไม่รู้จะ ‘ตามเกมการเมือง’ ทันมั้ย

<<<<<>>>>>> 

‘คมนาคม’สร้างฝันดัน‘ตั๋วร่วม’

‘พูดแล้วทำ’กับของขวัญปีใหม่

แม้จะยังไม่เข้าที่ประชุมครม.แต่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม ที่บัดนี้ดูไปดูมา ทำท่าจะเป็น‘รัฐมนโท’ ออกมาระบุว่า แม้การที่ กระทรวงคมนาคมจะเสนอให้ครม.รับทราบหลักการโอนสิทธิ์บริหารจัดการรถไฟฟ้า‘ทุกสี ทุกสาย’มาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.)จะ‘ไม่ทัน’ เสนอในวันที่ 2 มิถุนายนที่ผ่านมา แต่อย่างไรเสียจะต้องมีการ ‘ยกเลิก’ มติของคณะรัฐมนตรีเก่าที่กำหนดอัตราค่าโดยสารขั้นต่ำไว้ที่ 20 บาทเพื่อทำ ‘อัตราค่าโดยสารใหม่’

‘เดอะโต้ง’ หรือ รมช.สิริพงศ์ ระบุว่า ตลอดสาย ราคาจะเริ่มต้นจาก 17 บาท ไม่เกิน 45 บาท ทุกแพลตฟอร์มรวมกัน ทั้งนี้มอบให้ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล เป็นหน่วยงานที่ทำระบบ ‘เคลียริ่งเฮาส์’ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการโอนสิทธิ์ โอนรายได้โอนหนี้สิน ของสายสีต่างๆทั้งหมด ให้กับรฟม. เพื่อให้สามารถดำเนินการ Single ownership (การถือกรรมสิทธิ์เดียว)

ที่น่า ‘สนใจ’ คือการระบุว่า จะดำเนินการได้ทันเพื่อเป็นของขวัญให้ประชาชนในปี 2570 อย่างแน่นอน หรือพูดง่ายๆก็คือ ‘อีก 6 เดือน’ หลังจากนี้ กับ‘ความฝัน’ของคนไทยที่อยากเห็นสิ่งที่เรียกว่า‘ตั๋วร่วม’จะบังเกิดขึ้น

พูดถึงระบบ‘ตั๋วร่วม’ หรือที่เรียกว่า ‘บัตรใบเดียว’ทุกเที่ยวทุกสีทุกสายนั้นต่างประเทศเขามีใช้กันมานาน ขณะที่บ้านเรา ยิ่งมีรถไฟฟ้า‘มากสายหายสี’ เท่าไหร่ก็ตาม แต่ระบบ‘ตั๋วร่วม’กลับไม่มีความคืบหน้า

เรื่องนี้กลายเป็น‘นโยบายหาเสียง’ กันมาหลายสมัย แต่จนแล้วจนรอด ก็ไร้ซึ่งความคืบหน้า ซึ่งจริงๆแล้วแต่ละพรรคการเมืองนั้นต่างมีข้อเสนอที่‘ไม่แตกต่างกัน’ มากนัก  จะมี‘ขิง’ใส่กันบ้างก็ตรง ‘ราคาค่าโดยสาร’ เพราะสมัยรัฐบาลสีแดงนั้นประกาศไว้ ’20 บาท’ ขณะที่รัฐบาล ‘สีน้ำเงิน’ก่อนหน้านี้ระบุไว้ที่ 40 บาทแบบ‘บุฟเฟ่ต์’ แต่ไปๆมาๆ ดันมาออกที่ราคาไม่เกิน‘45บาท’ 

เรื่อง‘ราคาค่าโดยสาร’ก็เรื่องหนึ่ง แต่ที่สิ่งที่ รัฐบาลสีน้ำเงินไปไกลกว่าทุกรัฐบาลคือการประกาศ ชัดเจนว่าจะเป็น‘ของขวัญปีใหม่’ ซึ่งนั่นนำมาซึ่งคำถามตัวโตๆว่า ‘จะเป็นไปได้ยังไง’

อย่าลืมว่า รัฐบาลภูมิใจไทยนั้นเขามีสโลแกนว่า‘พูดแล้วทำ’ ว่าแต่ว่างานนี้ ยังไม่ได้ ‘นายกฯหนู’อนุทิน ชาญวีรกูล พูดเลยซักคำ งานนี้‘พูดแล้วไม่ทำ’ รับรองว่าได้‘ของขวัญ’จากประชาชนกลับไปแน่

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์