เรื่องมันมีอยู่ว่า แม้จะยังไม่ยืนยัน แต่การลงชิงผู้ว่าฯกรุงเทพมหานครอีกสมัยของผู้ว่าฯคนเดิมก็ชัดเจนแล้ว ภาระหนักจึงตกไปที่พรรคคู่แข่งจะหาใครมาแข่งด้วย ที่ต้องโดนใจคนกรุงเทพ<>วันที่ 20 เมษายน ศาลนัดฟังคำสั่งคดีฮั้ว สว.ที่ กกต.ลากเกมยาวมาเกือบ 2 ปี<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เป็นแชมป์‘ยาก’ป้องกันแชมป์‘ไม่ยาก’
โอกาส‘ชัชชาติ’กับผู้ว่ากทม.สมัย2
ใครต่อใครมักจะบอกว่า การเป็น ‘แชมป์’ นั้น ‘ยาก’ แต่การป้องกันแชมป์นั้น ‘ยากกว่า’ ข้อความนี้ใช้ได้กับทุกๆการแข่งขัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเวทีการเมือง ถึงแม้จะเป็น ‘งานอาสา’ ก็ตามที
วันที่ 21 พฤษภาคมที่จะถึงนี้หรือนับดูก็ราว ๆ เดือนนิด ๆจะครบ ‘4 ปี’ในการนั่งเก้าอี้ผู้ว่าฯกทม.ของ ‘บุรุษผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี’ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ถึงตอนนี้ ‘ป่วยการ’ ที่จะรอคำตอบว่าจะ ‘ไปต่อ’ หรือจะ ‘พอแค่นี้’ เพราะ แน่ซะยิ่งกว่าแน่ว่า ‘ชัชชาติ’ ผู้มาพร้อมกับคำว่า ‘ทำงาน ทำงาน ทำงาน’ นั้น ‘ไปต่อ’ แบบ ‘โนสน โนแคร์’ ไม่ว่า ‘คู่แข่ง’ จะเป็นใคร สังกัดพรรคไหน ชายหรือหญิง หรือ ‘ข้ามเพศ’ ทั้งนั้น
ชัชชาติ เป็นผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17 มาจากการเลือกตั้งด้วยคะแนน ‘สูงสุด’ ในประวัติศาสตร์ตั้งแต่มีการเลือกตั้งพ่อเมืองกทม.เป็นต้นมา ด้วยคะแนน 1,386,215คะแนน ทำลายสถิติของ ‘คุณชายหมู’ หรือ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ที่เคยได้รับในการเลือกตั้งปี 2556 ด้วยคะแนน 1,256,349คะแนน

ปกติธรรมดา เวลามีการเลือกตั้ง ‘ผู้ว่าฯกทม.’ ทุกครั้ง มักจะถูกตั้งชื่อว่า ‘ศึกชิงเสาชิงช้า’ ซึ่งเป็นอันรู้กัน แต่รอบนี้ หากใช้ ‘เสาชิงช้า’ เป็นสัญลักษณ์จะถือว่า ‘เอ้าท์’ มาก
เร็ว ๆ นี้ศาลาว่าการกทม.จะ‘ย้าย’ ไปสถานที่ใหม่ย่านดินแดงแบบเต็มรูปแบบ และจะใช้ ‘ที่เดิม’ ทำพิพิธภัณฑ์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวในเกาะรัตนโกสินทร์ได้ดียิ่งๆขึ้นไป
ศาลาว่าการกทม.หรือที่เรียกว่า ‘กทม.2’ นั้นมีชื่อว่า ‘ตึกธานีนพรัตน์’ ซึ่งแปลว่า เมืองที่รุ่งเรืองด้วยอัญมณีล้ำค่าทั้ง 9 อย่าง เป็นชื่อพระราชทานจากสมเด็จพระสังฆราช
พูดถึง ‘คู่แข่ง’ ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ในรอบนี้ 2 พรรคใหญ่ ‘ขวัญใจ’ คนเมืองกรุง อย่างประชาธิปัตย์ นั้น ยัง‘ไม่ชัด’ ว่าจะส่งใครและยัง‘ไม่ชัวร์’ ว่าจะส่งหรือไม่ ขณะที่พรรคสีส้ม อย่างพรรคประชาชน นั้น ‘ชัวร์’ แล้วว่าจะส่ง และ ‘ชัด’ แล้วว่า เป็นคน ‘ในพรรค’ ระดับมีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก
วันก่อน ‘เสียงของเหตุผล’ ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคออกมา บอกแล้วว่า พร้อมจะ ‘เปิดตัว’ หลัง ‘มหาสงกรานต์’
รอบที่แล้ว ‘ค่ายสีส้ม’ ส่ง ‘มือปราบกีกี้’ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ที่ปัจจุบัน ‘เว้นวรรค’ ลงสู้แต่ไม่ได้ ‘ใจ’ คนกรุง พ่ายแพ้แบบไม่เห็นฝุ่นมาแล้ว เพราะ ‘คนกรุง’ ไม่อยากได้ ‘ผู้ว่า’ สังกัดพรรค
เป็น ‘แชมป์’ ว่า ‘ยาก’ การ ‘ป้องกันแชมป์’ นั้น ‘ยากกว่า’ คงไม่น่าจะใช้ ‘เปรียบ’ ได้กับชัชชาติที่วันนี้ท่าจะแข่งก็น่าจะแข่งกับ ‘ตัวเอง’ เท่านั้น
<<<<<<<>>>>>>>
จับตา‘ฮั้วสว.’ชี้ขาดน้ำยากกต.
20เม.ย.ศาลนัดฟังคำสั่งฟ้อง7กกต. -เลขาฯ
นอกเหนือจากมาตรการ ‘เปิด-ปิด’ ปั๊มน้ำมันเป็นเวลา ซึ่งถูกคาดว่า อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.หมาดไทยจะนำมาใช้หลังวันที่ 20 เมษายนที่จะถึงนี้ ‘นัยยะ’ ว่าสถานการณ์ สหรัฐ-อิหร่านที่ ‘พลิกไป พลิกมา’ ทำท่าจะหาข้อ ‘ยุติ’ ในเร็ววันนั้นคง ‘ยากอยู่’ แต่ถึงแม้จะ ‘จบลง’ แบบต่างฝ่ายต่างถอย ไม่มีใครแพ้ ใครชนะ แต่ปัญหา ‘พลังงาน’ ก็ยังดำรงอยู่ไปอีกซักพัก
อีกเรื่องที่ ‘ทุกฝ่าย’ จับตานั่นคือ ความเคลื่อนไหวของ กกต.ทั้ง7คน จนถึง เลขาธิการกกต.คนดัง แสวง บุญมี เพราะในวันที่ 20 เมษายนนี้ ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ นัดฟัง ‘คำสั่ง’ หลัง อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล กลุ่ม สว.สำรอง พร้อมคณะ ยื่นฟ้องกกต.ทั้ง 7 คน ในยุค อิทธิพร บุญประคอง เป็นประธาน กกต. และ แสวง ตามมาตรา 157 และ พ.ร.ป.ป.ป.ช.มาตรา 172 ในคดีฮั้ว ส.ว.
ที่ผ่านมา กกต.ขอขยายเวลาครั้งแรก ศาลให้ขยายเวลา 30 วัน ครบกำหนดเมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ต่อมาในช่วงจัดการเลือกตั้ง สส. เป็นการทั่วไปปี 2569 ขอขยายเวลาในการยื่นเป็นครั้งที่ 2 ออกไปอีก 30 วัน นับแต่วันครบกำหนดเดิม แต่ศาลไม่อนุญาตให้ขยายเวลาครั้งที่ 2 โดยนัดฟังคำสั่งในวันที่ 20 เมษายน2569
ล่าสุดคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ‘229 คน’ ไม่มีมูลความผิด และทำความเห็นเสนอต่อ กกต.ชุดใหญ่พิจารณาเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ทั้งนี้ 229 คน ประกอบด้วย สว. ชุดปัจจุบัน 138 คน ส่วนอีก 91 คน เป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. และสมาชิกพรรค
ขณะที่ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2568 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง ชุดที่ 26 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างกกต.และดีเอสไอ ที่มี ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. เป็นประธาน สรุปผลสอบโดยให้ดำเนินคดีต่อผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้น 229 คน
เป็น ‘เผือกร้อน’ ที่ดูเหมือน กกต.ใกล้จะหมดเวลาหลัง ‘สอบสวน’ อย่าง ‘ยืดยาด’ มาจะร่วม 2 ปีอยู่อีกไม่กี่เดือนแล้ว




