เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ชัชชาติพลัส’กับคะแนน1.5ล้าน บทพิสูจน์วาทกรรม‘ระบอบอากง’ , ‘จริงจัง’แค่ไหน-แค่ไหนเรียก‘จริงจัง' ป.ป.ช.ขอครึ่งปีสอบโกงท้องถิ่น‘จบ’

30 มิ.ย. 2569 - 06:45

  • คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ ว่าที่ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่ 1.5 ล้านคะแนน

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์กลับมาอีกครั้ง และระบอบอากงก็ยังมีต่อไป

  • ป.ป.ช.ขอเวลา 6 เดือนสอบสวนคดีโกงสอบท้องถิ่น

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ชัชชาติพลัส’กับคะแนน1.5ล้าน บทพิสูจน์วาทกรรม‘ระบอบอากง’ , ‘จริงจัง’แค่ไหน-แค่ไหนเรียก‘จริงจัง' ป.ป.ช.ขอครึ่งปีสอบโกงท้องถิ่น‘จบ’

เรื่องมันมีอยู่ว่า การเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กทม.ครั้งล่าสุด  กลายเป็นการสร้างสถิติให้กับผู้ชนะ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์กับ 1.5 ล้านคะแนนสูงสุดในการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา เขากลับมาทำงานต่อ  ส่วนระบอบอากง ก็ยังมีอยู่ต่อไป <>ป.ป.ช.ขอเวลา 3-6 เดือนสอบสวนคดีโกงสอบท้องถิ่น   <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘ชัชชาติพลัส’กับคะแนน1.5ล้าน

บทพิสูจน์วาทกรรม‘ระบอบอากง’

‘ไม่ได้หวังอำนาจ วาสนา หวังแค่เอาปัญญามาแก้ไข มุ่งทำงาน ทำงาน  ทำด้วยใจ สร้างโอกาส ก้าวต่อไป ให้ทุกคน’  เป็นโพสต์ที่ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯกทม.คนที่ 17 สมัยที่2 โพสต์ไว้หลัง ‘ลาออก’ จากตำแหน่งก่อนครบวาระ 4 ปี เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคมที่ผ่านมา

นายณรงค์ เรืองศรี ปลัดกทม.ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำกรุงเทพมหานคร เปิดเผยว่า กทม.มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งสิ้น 4,428,644 คน มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง 2,338,098 คน คิดเป็นร้อยละ 52.79 แบ่งเป็นบัตรดี 2,263,608 ใบ บัตรเสีย 22,020 ใบ และบัตรไม่เลือกผู้สมัครผู้ใด 52,470 ใบ

สำหรับผลการนับคะแนนอย่าง‘ไม่เป็นทางการ’ ของการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.ผู้ที่ได้รับคะแนนสูงสุด ได้แก่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครหมายเลข 9 ได้รับคะแนน 1,537,784 คะแนน 

คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 1.5 ล้านคะแนน กลายเป็นคะแนนสูงสุดของการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา  และชัชชาติ สิทธิพันธุ์คือคนทำสถิตินี้
คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 1.5 ล้านคะแนน กลายเป็นคะแนนสูงสุดของการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา และชัชชาติ สิทธิพันธุ์คือคนทำสถิตินี้

ถ้าไม่มี ‘ฟ้าผ่า’  ก็หมายความว่า ชัชชาติ จะกลายเป็นผู้ว่าฯกทม.ที่มีคะแนน ‘สูงสุด’ เป็นประวัติศาสตร์นับตั้งแต่มีการเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.เป็นต้นมา การมาด้วยเสียง1.5 ล้านคะแนน จะทำให้ชัชชาติ"เดินหน้าเพื่อสร้างกทม.ให้โลกได้จดจำมากกว่าที่เป็นอยู่ในเวลานี้

แน่นอนว่า ข้อกล่าวหา ‘ระบอบอากง’ ได้กลายเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ สำคัญ ซึ่งไม่ใช่การเพิ่ม-ลดต่อผลคะแนนนิยมทางการเมืองเท่านั้น แต่กำลังจะกลาย ‘บทพิสูจน์’ สำคัญว่า ‘ระบอบอากง’ นั้นคือวาทกรรมอย่างที่ชัชชาติออกมาตอบโต้หลังถูก ‘โคลนสาด’ หรือไม่

ความโปร่งใสในกทม.การขจัดการทุจริตคอร์รัปชันคือ ‘งานแรก’ ที่ ‘ชัชชาติพลัส’ ต้องลงมือทำ ชัชชาติเคยยอมรับว่า การลงโทษ กรณีทุจริตบางกรณี ‘ชักช้า’ และไม่ตอบรับกับสังคมเท่าที่ควร

พูดถึง ‘ระบอบอากง’ ที่ ชัชชาติบอกว่าเป็นวาทกรรมทางการเมืองนั้น เอาจริงๆ ‘อากง’ นั้นมีอยู่จริงที่ชื่อว่า ต่อศักดิ์ โชติมงคล สมัยที่ผ่านมาทำหน้าที่ ‘ประธานที่ปรึกษา’ ผู้ว่าฯกทม.มาตลอด 4 ปี ไม่ต่างอะไรกับคน ‘ปิดทองหลังพระ’

น่าสนใจว่า เมื่อ ชัชชาติยืนยันว่า ทั้งหมดที่ ‘สาดโคลน’ นั้นเป็น ‘วาทกรรม’ ดังนั้นประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.จึงเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก ‘อากง’ ที่ชื่อ ต่อศักดิ์ แต่สิ่งที่ ‘เพิ่มเสริม’ เข้ามาคือ ‘ความโปร่งใส’ ในแต่ละขั้นตอนของการทำงาน

ในทางการเมือง หากหัวหน้าพรรคการเมือง เล่นบท ‘มือขาว’ เลขาธิการพรรคการเมืองมักจะเล่นบท ‘มือดำ’ ซึ่งคนละอย่างกับ ‘มือสกปรก’

กทม. ยุคผู้ว่าฯ ‘ชัชชาติพลัส’ ที่การเมืองจะ ‘แรงกว่า’ ที่ผ่านมา ‘อากง’ ต้องทำหน้าที่ ‘ปิดทอง’กันต่อไป

<<<<<>>>>>>

‘จริงจัง’แค่ไหน-แค่ไหนเรียก‘จริงจัง'

ป.ป.ช.ขอครึ่งปีสอบโกงท้องถิ่น‘จบ’

ได้ยินนายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. ออกมาบอก ‘ความความคืบหน้า’ คดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่นประจำปี 2568 ที่ ‘ฉาวโฉ่เหม็นหึ่ง’ คละคลุ้งกันไปทั้ง ‘คลองหลอด’ ในเวลานี้ว่าเบื้องต้นจะเสนอต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวน-ดำเนินคดี กับบุคคลที่เกี่ยวข้องฐาน ‘ปฏิบัติ’ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ มีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐในตำแหน่ง‘อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น’ หรือ สถ. และเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง สังกัดกระทรวงมหาดไทย

‘พบพฤติการณ์ว่ามีการกำหนดคุณลักษณะ TOR ในลักษณะที่เอื้อประโยชน์ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้ดำเนินการจัดสอบ ร่วมกันจัดทำผลคะแนน และแก้ไขคะแนนผลสอบ เพื่อให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ได้เข้าเป็นพนักงานส่วนท้องถิ่นกว่า 3,000 รายชื่อ และเรียกรับเงินค่าตอบแทน เพื่อบรรจุบุคคลให้เป็นพนักงานส่วนท้องถิ่น คนละไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท’

‘การไต่สวนข้อเท็จจริงบุคคลที่เกี่ยวข้องดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ช.วางกรอบการทำงานเพื่อเร่งรัดคดีให้แล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือน เนื่องจากเป็นคดีที่สนใจของประชาชน’ เลขาธิการป.ป.ช.ระบุ

ต้องบอกว่าหากกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 3-6 เดือนอย่างที่ ป.ป.ช.ระบุนั้นถือว่า‘นานเกินไป’แน่นอนว่า การสอบสวนต้องทำให้ ‘ทุกฝ่าย’ ได้รับความเป็นธรรม แต่‘อดห่วง’ไม่ได้ว่า ในเมื่องานนี้ สังคมไทยไม่อยากเห็นปฎิบัติการ ‘จับปลาซิว’ เพราะเชื่อว่าโกงกัน ‘โจ๋งครึ่ม’ ขนาดนี้ต้องมี ‘การเมือง’ เข้าไปเกี่ยวข้อง

บอกตรงๆกันตรงนี้ ลำพัง ‘ข้อครหา’ ของป.ป.ช.ก่อนหน้านี้ หรือที่อยู่ในกระบวนการสอบสวนปัจจุบัน แต่ละเรื่องล้วนสร้างความน่าสงสัยในการทำงานของป.ป.ช.เป็นอย่างยิ่ง

อย่าลืมว่า การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการจะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคม หรือกันยายนที่กำลังจะถึงนี้ จะมีใครกล้ารับประกันมั้ยว่า ‘หลักฐาน’ จะไม่ถูกเป่าให้ปลิวไปกับลม

หากดูจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มีคำสั่งให้ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)รับแจ้งเบาะแสการทุจริต ในทุกช่องทางของศูนย์บริการประชาชน ทั้งสายด่วน 1111 ตู้ปณ 1111 ทำเนียบรัฐบาล เว็บไซต์ www.1111.go.th. และLine Chatbot ปรากฏว่า มีการส่งข่อมูลเข้ามาแล้ว 100 กว่าเรื่อง ‘สะท้อนว่า’ การโกงครั้งมันยิ่งกว่า‘หลายต่อหลายครั้ง’ ที่ผ่านมา

ส่วนหนึ่งที่การปราบปรามคอร์รัปชันไปกัน‘ไม่ถึงไหน’ นั้นมาจาก ‘ความไม่ทัน’กับสถานการณ์ ซึ่งก็ ‘จริงครึ่งเดียว’ เพราะ ‘อีกครึ่ง’ กลัวว่า จะจบลงแบบ‘จับมือ’ใครมาดมไม่ได้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์