เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ขุดคุ้ย’ชัชชาติ‘เกม’ขายคนกรุง ‘วิโรจน์’ออกโรงแจง‘ระบอบอากง’ , ‘หนู’โอดถูกตีไร้ผลงาน-ไม่ทำอะไร เมินเลิกMOU44ทำชายแดน‘ปะทุ’

4 มิ.ย. 2569 - 06:45

  • มีการเปิดเรื่องระบอบอากงของอดีตผู้ว่าฯชัชชาติ สิทธิพันธุ์

  • ฝ่ายพรรคเศรษฐกิจบอกว่ารับทรัพย์ แต่พรรคประชาชนบอกว่าถูกตบทรัพย์

  • นายกฯอนุทินบ่นน้อยใจ ถูกกล่าวหาไม่แก้ปัญหาไทยกับกัมพูชา

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘ขุดคุ้ย’ชัชชาติ‘เกม’ขายคนกรุง ‘วิโรจน์’ออกโรงแจง‘ระบอบอากง’ , ‘หนู’โอดถูกตีไร้ผลงาน-ไม่ทำอะไร เมินเลิกMOU44ทำชายแดน‘ปะทุ’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  การเลือกตั้งทำให้เห็นภาพของวิธีการหาเสียงหลายรูปแบบ เมื่อคู่แข่งที่แข็งแรงอย่างชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็ต้องรับแรงกระแทก มีการเปิดเรื่องระบอบอากง แต่ก็สับสนพรรคเศรษฐกิจบอกว่าระบอบนี้รับทรัพย์ แต่พรรคประชาชาชนบอกว่าระบอบนี้ถูกตบทรัพย์ <> นายกฯอนุทิน ชาญวีรกูลบ่นน้อยอกน้อยใจ ถูกต่อว่าไม่แก้ปัญหาไทยกัมพูชา<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘ขุดคุ้ย’ชัชชาติ‘เกม’ขายคนกรุง

‘วิโรจน์’ออกโรงแจง‘ระบอบอากง’

บอลโลกจะได้ดูหรือไม่ไม่รู้ แต่ที่ได้ดูแน่ๆ คือ มหกรรม ‘เตะตัดขา’ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ก็วันก่อน ดาวสภาอย่าง  จิรายุ ห่วงทรัพย์ออกมา  ‘เขี่ยบอล’ ไม่ทันข้ามวัน พรรคเศรษฐกิจออกมา ‘รับลูก’ ตามน้ำทันที คริส โปตระนันทน์ พูดผ่าน‘แนวหน้า’ไว้ว่า หลังพรรคเศรษฐกิจได้ส่ง พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ชิงผู้ว่าฯ กทม. ก็เกิดสภาพ‘ข้อมูลไหล’เกี่ยวกับการทุจริตจำนวนมาก เข้ามา โดยเฉพาะข้อมูลการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขต (ผอ.เขต)และอีก ‘สารพัดส่วย’

คริส ระบุ ‘มีหลักฐานการซื้อตำแหน่ง ชนิดที่ว่าจะเป็น ผอ.เขต ได้ ต้องจ่ายถึง 4 กิโล’ นอกจากนี้ เขายังตั้งข้อสังเกตถึงกรณีคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.) มีคำสั่งสั่งเบรกการแต่งตั้ง ผอ.เขต 17 คนในนาทีสุดท้าย ก่อนผู้บริหารชุดเดิมจะหมดอำนาจ

อย่างไรก็ตาม ‘คริส’ ก็ยอมรับว่า ‘ชัชชาติ’ ยังมีโอกาสนอนมาในการเป็นผู้ว่าฯ กทม. สูงที่สุด แต่เป้าหมายหลักคือการพูดความจริงเพื่อประโยชน์ของประชาชน ส่วนตัวละครที่เรียกว่า ‘อากง’ ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังระบอบนี้จะเป็นใคร ขอให้รอฟังพร้อมกับจะเปิดหลักฐานเพิ่มเติมในวันเสาร์ที่จะถึงนี้(6 มิถุนายน)

ด้านอดีตผู้ว่า ชัชชาติ ออกมา ‘แอ่นอก’ พร้อมรับการตรวจสอบทันทีว่า ‘เอาเลย แจ้งมาเลย แต่พูดก็ต้องรับผิดชอบคำพูดตัวเองนะ ถ้าหากมีหลักฐาน ผมเองไม่น่าจะรอดมาถึงปัจจุบันนี้’

ส่วน ‘ระบอบอากง’ ที่อยู่เบื้องหลังนั้นไม่มี มันเป็นคำที่แต่งขึ้นมา  ส่วนอากงก็คือ นายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าฯกทม.

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน มองว่า‘ระบอบอากง’ ถูกตบทรัพย์จาก สก.บางกลุ่ม มากกว่าที่จะไปเรียกทรัพย์ สวนทางกับพรรคเศรษฐกิ
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร จากพรรคประชาชน มองว่า‘ระบอบอากง’ ถูกตบทรัพย์จาก สก.บางกลุ่ม มากกว่าที่จะไปเรียกทรัพย์ สวนทางกับพรรคเศรษฐกิ

‘ระบอบอากง’ คืออะไร มีหรือไม่มี เรื่องนี้ต้องฟัง วิโรจน์ ลักขณาอดิศร มือปราบทุจริตพรรคประชาชนที่ ‘ออกโรง’ แจกแจงไว้ว่า  ระบอบอากง น่าจะเป็นการพูดถึง ทีมงานอาวุโสท่านหนึ่งของ อ.ชัชชาติ ที่มีหน้าที่ต้องคอยไปเจรจากับ สก. กลุ่มหนึ่ง ในเรื่องงบประมาณอยู่เสมอ เรียกว่าเจรจากันจนเหนื่อย

‘เท่าที่ผมรู้ ใน กทม. มี สก. กลุ่มหนึ่ง ที่คอยแพ็คกันเป็นทีม เวลาที่ผู้ว่าฯ จะเอางบประมาณ หรือเอาข้อบัญญัติใดๆ มาผ่านสภา กทม. สก. กลุ่มนี้ ก็จะยกทีมมาขอต่อรองขอผลประโยชน์กับผู้ว่าฯ อยู่ร่ำไป ที่ผ่านมาก็จะมีทีมงานอาวุโสท่านนี้นี่หล่ะ  ที่คอยรับหน้าเสื่อ รับแรงกดดัน แถมยังต้องเจอกับคำข่มขู่ประมาณว่า ถ้าผู้ว่าฯ ไม่ยอมให้พ่อค้า หรือผู้รับเหมาของ สก. กลุ่มนี้ ได้งานจากงบ กทม. สก. กลุ่มนี้ ก็จะไม่ยกมือให้ หรือไม่ก็จะรุมกันตัดงบโครงการต่างๆ ที่ผู้ว่าฯ เสนอเข้ามายังสภา กทม.’

ฝ่ายหนึ่งบอกว่า ‘ระบอบอากง’ เรียกรับ ขณะที่วิโรจน์บอกว่า ‘ระบอบอากง’ นี่แหละ ที่ถูก ‘ตบทรัพย์ ตบงบประมาณ’

ดูท่าทางเรื่องนี้ คงน่าที่จะเป็นแค่ ‘เกม’ เรียกคะแนนนิยมจาก ‘คนกรุง’  ด้วยการประกาศตัวว่าเป็นฝ่าย ‘ตรวจสอบ’ ชัชชาติ

<<<<<>>>>>> 

‘หนู’โอดถูกตีไร้ผลงาน-ไม่ทำอะไร

เมินเลิกMOU44ทำชายแดน‘ปะทุ’

หลังการหยุดยิง 28 ธันวาคม 2568 ระหว่างไทย-กัมพูชาเกิดขึ้น ดูเหมือนแนวชายแดนจะสงบ แต่ทั้งหมดตลอดระยะเวลา 6 เดือนที่ผ่านมานั้นถือเป็นความสงบ ‘ชั่วคราว’  เพราะตราบใดที่การเจรจาทั้ง ‘ทางบก-ทางทะเล’ ยังไม่ได้ข้อยุติ ‘ความไม่สงบ’ ตามแนวชายแดนก็ยังมีอยู่ต่อไป

ต้องยอมรับว่าระยะหลัง การกระทบกระทั่งเริ่มเกิดขึ้น ‘บ่อยครั้ง’ และมักจะมาพร้อมๆ ‘ข่าวลือ’สารพัด และสุดท้ายจะถูกอธิบายตามมาภายหลังว่า รัฐบาลไม่ยอมทำอะไร นี่กระมังที่ดูจะสร้างความหงุดหงิดให้นายกฯหนูซึ่งกำลังลงพื้นที่ ‘ศรีย่าน’ หลังโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีจากผู้มีสิทธิ์ 26.5 ล้านคน

นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล น้อยอก น้อยใจ หลังจากที่หาว่าไม่มีความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล น้อยอก น้อยใจ หลังจากที่หาว่าไม่มีความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา

เหมือนนายกฯหนู จะทวนความจำให้สังคมหวนกลับไปคิดตามว่า ที่รัฐบาลซึ่งเป็น‘เนื้อเดียว’ กับกองทัพปราบพยศ ‘ระบอบฮุนเซน’ได้นั้นฝีมือใคร

‘รัฐบาลมีการข่าวของรัฐบาล มีแผนป้องกันแนวชายแดน ป้องกันประเทศของรัฐบาล กองทัพก็มีความเข้มแข็ง อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่มีขาดตกบกพร่อง ไม่มีคําว่าแสนยานุภาพลดด้อยถอยลง รัฐบาลดูแค่นี้ เรื่องอื่นๆ เป็นเรื่องยิบย่อยที่กุกันขึ้นมา ตราบใดที่ยังไม่เกิดขึ้นในดินแดนของเราใครจะไปเดือดร้อน สิ่งที่เขาทําอยู่ฝั่งนั้น พวกสแกมเมอร์ กองทัพของเราก็จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว ผู้ที่เดือดร้อนก็ถูกส่งกลับ ผู้ที่กระทําความผิดก็ถูกดําเนินคดี ถูกยึดทรัพย์มากมายตั้ง 3-4 หมื่นล้านบาทซึ่งเกิดภายใต้รัฐบาลชุดนี้ ท่ามกลางคําว่าไม่มีผลงาน ท่ามกลางคําว่าไม่ได้ทําอะไร ถ้าไปฟังเสียงลือเสียงเล่าอ้างก็ไม่ต้องทํางานกันพอดี’

นายกฯกำลังบอกว่า สถานการณ์ขณะนี้ ‘ยังไม่มีอะไร’ ขณะเดียวกันที่รัฐบาลกับกองทัพก็ ‘พร้อมสรรพ’ อยู่ในที่ตั้ง

แม้ ‘ฮุน มาเนต’นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ผู้ยืนกระต่ายขาเดียวว่า ไม่ได้เข้าเรียน นายร้อยเวสต์พอยต์ (West Point) ที่สหรัฐ จากโควตาของ‘กองทัพไทย’ หลังเจ้าตัวโพสต์ในโอกาส  27  ปีที่เรียนจบมา กำลังดึง ‘ยูเอ็น’ เข้ามาเกี่ยวข้องในข้อพิพาททางทะเล หลังรัฐบาลไทยแสดงความชัดเจน ‘ยกเลิก เอ็มโอยู44’ ถือเป็นสร้างความขัดแย้ง ‘รอบใหม่’ ให้เกิดขึ้น

รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ออกมาบอกทันทีว่า

‘การตัดสินใจของกัมพูชาเป็นการตัดสินใจที่ไม่ได้ช่วยในการแก้ไขปัญหาอย่างแท้จริง’ นอกจากนี้ยังพูดถึงท่าทีด้วยว่า

‘ถ้ากัมพูชาพูดถึงการแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี ซึ่งสันติวิธีที่แท้จริง คือการพูดคุยระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน เป็นการหาแนวทาง ถ้าหาทางออกไม่ได้ เราก็คงไปสู่กลไกทางออกอื่น ๆ ที่มีอยู่ จึงไม่เข้าใจว่า เจตนาของกัมพูชาต้องการแก้ไขปัญหาจริง ๆ หรือเปล่า’

แม้รัฐบาลอนุทินจะถูกวิจารณ์อย่างหนักต้องการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และการจัดการอย่างจริงจังในการปราบคอร์รัปชัน

แต่หาก ‘ย้อนดู’ สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ก็จะพบว่า ‘มีผลงาน’และนี่แหละกระมังที่สร้างความนิยมจนพาพรรคสีน้ำเงินมาเป็นรัฐบาลในทุกวันนี้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์