เรื่องมันมีอยู่ว่า ข้อมูลประธานร่างรัฐธรรมนูญรู้สึกผิด ความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวคนพูด กับคนได้ยิน รู้กันอยู่สองคน ส่วนคนติดตามเหตุการณ์ต้องพิจารณาให้ชัดเจน <> แคมเปญเดินถนนกดดัน กกต. ก่อนวันลงมติตัดสินฮั้ว สว. ของไอลอว์ ก็มีพรรคส้มรับนัด เข้าร่วมด้วย <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘มีชัย-นครินทร์’ความจริงมีหนึ่งเดียว
‘เขี่ยลูก’ปลุกการแก้ไข‘รัฐธรรมนูญ’
หลังบางช่วงบางตอนที่นายนครินทร์ เมฆไตรรัตน์ อดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ร่วมงานเสวนาของ วปอ.68 ที่ระบุว่า ‘ผมเผอิญรู้จักกับท่านประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี 2560 ท่านบอกกับผมว่า สิ่งที่ท่านเสียใจมากที่สุด ไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นความผิดพลาดที่สุดของกรรมการยกร่างก็คือ การร่างระบบ สว.’ ก็เกิด‘ความสงสัย’ขึ้นทันทีว่า ประธานกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญปี2560 ที่รู้กันทั่วว่าชื่อ ‘มีชัย ฤชุพันธุ์’ พูด‘จริงๆ’ เหรอ
1 ใน อดีตกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ นายภัทระ คำพิทักษ์ ยืนยันว่า อ.มีชัย ‘ไม่เคยพูด’ ในทำนองนี้แน่นอน ส่วนตัวติดต่อและพบเจอกับ อ.มีชัย อยู่เนืองๆรวมถึง กรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็ยังไปมาหาสู่กันอยู่ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา
‘รัฐธรรมนูญ 2560 ข้อดีมันก็มีอยู่มาก อย่างเช่นเรื่องจริยธรรม ที่เขียนไปก็ส่งผลหลายอย่าง หรือมาตราอื่นๆอีกมากมายแต่คนที่วิจารณ์เขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรจะพูดอะไรก็ได้ที่อยากจะพูด ซึ่งก็สามารถวิจารณ์กันได้ อะไรที่เห็นว่าบกพร่องก็ต้องแก้ไขปรับปรุงให้ดีให้ถูกต้องกันไป ข้อสำคัญคือต้องมีความจริงใจ อันไหนที่เป็นเรื่องจริงก็ต้องเป็นเรื่องจริง ต้องไม่เอาเรื่องแต่งมาพูดกัน ในกรณีนี้ผมยืนยันว่า ท่านอาจารย์มีชัยไม่เคยพูด แบบนี้นอน ’ นายภัทระ กล่าว

ล่าสุด นายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2560 กล่าวกับ‘ทีมข่าวการเมืองครอบครัวข่าว 3’ ผ่านทางไลน์สั้นๆว่า
‘ไม่เคยบอก ไม่เคยเจอเขาเลยด้วยซ้ำไป’
สำหรับนายนครินทร์แล้ว ก่อนที่จะพ้นจากการทำหน้าที่ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ราวๆวันที่ 19 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา หลังการเข้าพบของ 2 กมธ.เรื่องแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยเฉพาะการได้มาซึ่ง สสร.ซึ่งปรากฏหลังการเข้าพบว่า สสร.สามารถ ‘เลือกตรง’ จากประชาชนได้โดยมีการอ้างความเห็นของนายนครินทร์
ขณะที่นายนิกร จำนง สส.บัญชีรายชื่อ พรรค ภูมิใจไทย ระบุว่า ‘เป็นเพียงแนวทางในการดำเนินการ หาใช่เป็นคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่จะผูกพันทุกองค์กรไม่’ อีกทั้งเป็นความเห็นของตุลาการคนเดียว จะเอามาชี้เป็นคำวินิจฉัยในภาพรวมไม่ได้
คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ลงวันที่ 10 กันยายน 2568 ระบุตอนหนึ่งว่า
‘รัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญได้ แต่รัฐสภาไม่อาจให้ประชาชนเลือกผู้ร่างรัฐธรรมนูญได้โดยตรง’
การได้มาซึ่ง สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ หรือ สสร.จะเป็น‘ปัญหา’ ทันที่ที่มีการแก้ไขรธน.มาตรา 256 เกิดขึ้น
หรืองานนี้คือการ ‘เขี่ยลูก’ การแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบใหม่ หลังชะงักไปในสมัยประชุมสภาที่ผ่านมา
<<<<<>>>>>
‘เท้ง’เอาด้วยลงถนนบี้‘ฮั้วสว.’
กกต.กับ‘ทุกทางออกมีปัญหา’
การ‘เดินถนนน’ กดดัน ‘7 กกต.’ ที่จะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายนที่จะถึงนี้ ซึ่งกิจกรรมทาง การเมืองดังกล่าวนั้นเป็นกิจกรรมที่ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ประกาศนัดหมายภายใต้แคมเปญ สั่งฟ้องสว. ก่อนที่ 7กกต.จะลงมติและแจ้งผลในวันจันทร์ที่ 14 กันยายน โดยเรียกร้องให้ 7กกต.สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน
นายยิ่งชีพ ที่ไม่ชอบให้สื่อเรียกว่า ‘นายพลีชีพ’ ประกาศว่า กิจกรรมหลักจะเกิดขึ้นที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร แยกปทุมวัน ระหว่างเวลา 16.00 น.-18.00 น. โดยว่าจะ ‘ไม่เน้น’ การปราศรัยหรือ ‘ปักหลักยืดเยื้อ’ แต่จะมีดนตรีและจัดแสดงบอร์ดนิทรรศการเกี่ยวกับคดี ‘ฮั้วสว.’พร้อมย้ำข้อเรียกร้องให้ กกต.สั่งฟ้องผู้ถูกกล่าวหาทั้งหมด ตรงนี้น่าสนใจว่า หากมวลชน มากันท่วมๆ จะมีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะ‘ไปกันต่อ’ ที่หน้า สำนักงานกกต.ศูนย์ราชการ ถ.แจ้งวัฒนะ
ล่าสุดการ ‘มาตามนัด’ ก็เกิดขึ้น ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และ‘หัวหน้าเท้ง’ หัวหน้าพรรคประชาชน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้ประกาศตัวว่าจะ‘ล้ม’ ระบอบสีน้ำเงิน ออกมาระบุเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมาว่า
‘วันอาทิตย์ 13 กันยายนก่อนที่ กกต. มีมติคดีโกง สว. ชวนทุกคนร่วมเดิน 11 กม. กดดัน กกต. จากหน้า iLaw 10 โมง ถึงหอศิลป์ฯ ช่วงเย็นครับ’
ยังไม่มีใครรู้ว่า 14 กันยายนที่จะถึงนี้นั้น ‘7 กกต.’จะมีมติออกมาทาง ‘ประตูไหน’ ซึ่งว่ากันว่ามี ‘3 ประตู’ เท่านั้นคือ ประตูแรกฟ้องทั้งหมด 229 รายตามที่ ไอลอว์ และพรรคประชาชนเรียกร้องกดดัน ประตูที่2 ฟ้องบางส่วน ส่วนจะเท่าไหร่นั้น จะมีเฉพาะสว.หรือรวมเครือข่ายด้วยหรือไม่ ประตูมีความ‘น่าจะเป็น’ที่สุด
ขณะที่ประตูที่ 3 คือการยกฟ้องทั้งหมด ซึ่งหากออกประตูนี้ แรงกระเพื่อมจะเกิดขึ้นทันที เพราะหากดูข้อกฎหมายจะพบว่า ใช่แต่ 7กกต.เท่านั้นที่ ‘สามารถ’ ฟ้องและส่งเรื่องไปที่ศาลฎีกาได้ แต่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสว.ก็มีการ‘เปิดช่อง’ไว้ให้
มาตรา 44 ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ. 2561 กำหนดสิทธิในการยื่นคำร้องคัดค้านการเลือก สว. ต่อศาลฎีกาเมื่อพบการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดย ‘ผู้มีสิทธิร้อง’ คือผู้สมัครในระดับอำเภอ ผู้มีสิทธิเลือกในระดับจังหวัด หรือผู้สมัครในระดับประเทศเงื่อนไข หากเห็นว่าการดำเนินการเลือกของกกต.เป็นไปโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ มาตรา44 ระบุว่า หากจะยื่นต้องยื่นคำร้องคัดค้านโดยตรงต่อศาลฎีกาภายใน 3 วัน นับแต่วันที่มีการออกคำสั่งหรือดำเนินการในระดับนั้น ๆ
เชื่อว่ามีการเตรียมแผนนี้ไว้แล้ว หาก ‘7กกต.’ จะออกมาทางประตู ‘ไม่ฟ้องทั้งหมด’
‘ทุกปัญหามีทางออก และทุกทางออกมีปัญหา’ เหมาะอย่างยิ่งกับสถานการณ์ของ ‘7 กกต.’ในเวลานี้




