เรื่องมันมีอยู่ คดีฮั้ว สว. หลังจากผ่านการรวบรวมเอกสาร พยาน มานานปี ได้เอกสารรายงานมา 90,000 หน้า และส่งถึงมือ กกต.พิจารณา <>โครงการแลนด์บริดจ์ที่อดีตนายกเศรษฐา ทวีสิน จากเพื่อไทยคาดหวัง แต่สุดท้ายล่มไม่เป็นท่า ถูกปลุกผีด้วยพรรคภูมิใจไทยอีกครั้ง ที่ตั้งใจทำเป็นโครงการเรือธงของรัฐบาลเลยทีเดียว <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘อย่ามาแหวง’ชี้แจง‘วุฒิสภา’
อึ้งคดี‘ฮั้วสว.’มี90,000หน้า
ในการประชุมวุฒิสภา เมื่อวันอังคารที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมาระหว่างการพิจารณา ‘รายงานผลการปฏิบัติงานของกตต.ประจำปี’ ที่นำทีมโดย ‘อย่ามาแหวง’ หรือ แสวง บุญมี เลขาธิการกกต. ช่วงหนึ่ง ‘แสวง’ ชี้แจงคดี ‘ฮั้วสว.’ไว้น่าติดตามว่า
‘การทำสำนวนของ กกต.นั้นมีเวลาเร่งรัด ทุกสำนวนให้เสร็จภายใน 1 ปี แต่มีคดีที่ต้องใช้เวลาเกิน เพราะมีสำนวนที่เป็นลักษณะพิเศษ มีความซับซ้อน ต้องนำคำร้อง ทุกคำร้องที่มีผู้ร้องเป็นรายกรณีมารวมในคำร้อง ดังนั้นจึงมีเอกสารพยานหลักฐานมาก เกือบ 90,000 หน้า ขณะนี้อยู่ในชั้นเสนอ กกต. พิจารณา’
เป็นการชี้แจงของ กกต.ให้กับบรรดา สว.ที่ในจำนวนทั้งหมดนั้นมี สว.จำนวน 138 คน อยู่ในสำนวนที่กกต.จะต้อง ‘ลงมติ’ เพื่อส่งฟ้องดำเนินคดี

ความเดิม ‘ล่าสุด’ คือเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา คณะที่ 36 ซึ่งกกต.ตั้งขึ้น ลงมติไปแล้ว 5:2 ไม่ไปให้ ‘ฟ้องร้อง’ ตามข้อกล่าวหาที่มีการ‘สอบสวน’ มานานข้ามปี ตามสำนวนระบุว่า ผู้ที่จะถูกฟ้องจะมี 229 คนแบ่งเป็น สว.ที่ดำรงตำแหน่งในปัจจุบัน 138 คน ที่เหลือ 91 คน เป็น ‘เครือข่าย’ของพรรคภูมิใจไทยทั้งกก.บห.รวมไป ‘ครูใหญ่’ แห่งบุรีรัมย์ด้วย
ตามกระบวนการ กกต.มีระยะเวลาพิจารณา หลังคณะที่ 36 ชงเรื่องมาในกรอบ ‘90วัน’ ซึ่งจะไป ครบกำหนดราวๆวันที่ 10 มิถุนายน 2569
คดี ‘ฮั้วสว.’ นี้จะ ‘ใหญ่’ และถูกจับตายิ่งกว่าคดี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ที่จบลงด้วยการที่ป.ป.ช.มีมติว่า ‘ไม่ได้จงใจ’ ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน และหนี้สิน เพราะกรณี ‘ฮั้วสว.’ มันพัวพันไปถึงพรรคการเมืองอย่างภูมิใจไทย และนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรค เป็น ‘เดิมพันการเมือง’ ที่สูงยิ่งกว่า กรณีของ ‘ศักดิ์สยาม’ หลายเท่าตัวนัก
ว่าแต่หลังปล่อยผี สส.เข้าสภาไปครบทั้ง 500 คน ไม่รู้วันนี้ กกต. ยังจะ ‘สอบสวน’ สำนวนร้องเรียนการ ‘ซื้อเสียง’ อยู่หรือเปล่าไม่รู้นะ
<<<<<>>>>>>>
‘แลนด์บริดจ์’ฝันให้ใหญ่ไปให้ถึง
พูดแล้วทำกับ‘เรือธง’ภูมิใจไทย
หลบมรสุม‘น้ำมัน’ มาได้พักใหญ่ พอหายใจสบายปอด ‘โกเกี้ยะ’ พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม ผู้ประกาศให้โครงการ ‘แลนด์บริดจ์’ หรือโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมทะเลอ่าวไทย-อันดามัน เป็นนโยบาย ‘เรือธง’ ที่รัฐบาลภูมิใจไทยจะผลักดัน ก็เริ่ม ‘เดินหน้า’ ลงพื้นที่ระนอง-ชุมพร เพื่อรับฟังความคิดเห็นภาคประชาชนในพื้นที่
‘หลังลงพื้นที่จะนำข้อมูลที่ได้รับมารวบรวมจัดทำรายละเอียดให้มีความสมบูรณ์ที่สุด รวมถึงข้อกฎหมายก่อนจะนำเสนอครม.จากนั้นจะเดินสายโรดโชว์เพื่อดึงดูดนักลงทุนต่างชาติมาร่วมลงทุนเพราะมีเป้าหมายว่าโครงการนี้เกิดในรัฐบาลชุดปัจจุบัน’
ตามข้อมูล‘แลนด์บริดจ์’ คือแผนพัฒนาพื้นที่ 2 จังหวัด (ชุมพร, ระนอง) เข้ารวมกับโครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ (Southern Economic Corridor หรือ SEC) คือแผนพัฒนาพื้นที่ 4 จังหวัด (ชุมพร, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, นครศรีธรรมราช)

ดูเหมือน ‘พิพัฒน์’ จะจริงจัง ขึงขังโครงการนี้ ‘ยิ่งกว่า’ โครงการดิสนี่ย์แลนด์ ในพื้นที่ EEC ซะอีกนะ
ได้ยิน ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ออกมาระบุว่า สมัยรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาได้เคยทำการศึกษาเรื่อง‘คลองไทย’ เปรียบเทียบกับ SEC แลนด์บริดจ์นัันพบว่า ‘คลองไทย’ จะได้ผลประโยชน์ต่ำสุด รองลงมาคือ ‘แลนด์บริดจ์’ และ SEC จะมีประโยชน์มากกว่า ทั้งนี้ทั้งนั้น สศช.นั้น ‘ไม่เคย’ ศึกษาเรื่องแลนด์บริดจ์อย่างจริงจังมาก่อน
น่าสนใจว่าทำไม รัฐบาลรัฐบาลสีน้ำเงินถึงปลุกโครงการนี้ ‘ขึ้นมา’ อีกครั้ง ท่ามกลางความไม่พร้อมในข้อมูลที่ควรจะมีครบรอบด้าน เพราะโครงการขนาดมหึมาใช้เงินลงทุนมหาศาล เช่นนี้ มีผลกระทบวงกว้าง ในทุกมิติเช่นนี้ เผลอๆรัฐบาลศึกษาไปศึกษามา หากความ‘ขัดแย้ง’ อย่างหนัก การเสนอให้มีการทำ ‘ประชามติ’ อาจจะต้องมีขึ้น
ไม่ง่าย แต่ถ้า ‘ไม่เริ่ม’ ก็จะ ‘ไม่รู้’ ว่า ที่สุดแล้วจะแค่ ‘โปรเจค’ ความฝันที่ ‘จบลง’ ด้วยการขอ ‘งบประมาณ’หลายร้อยหลายพันล้านไป ‘ศึกษา’




