เรื่องมันมีอยู่ว่า เข้าตำรา‘ปลาซิว’ผสม‘ปาหี่’ อึ้ง 2 ปีเพิ่ง‘ฟัน’1,767ผู้สมัครสว. , ‘สัญญาณอันตราย’กระทรวงหมอ ตบเท้าต้าน‘ล้วงลูก-ล็อกสเปก’

28 ส.ค. 2569 - 08:05

  • กกต.สร้างความสับสน และงุนงงให้กับสังคมได้ตลอดเวลา

  • ประกาศฟันผู้สมัคร สว.ขาดคุณสมบัติ แต่ฮั้ว สว.รอไปก่อน

  • สัญญาณเตือนภัยรัฐบาลจากการขยับของกระทรวงหมอ

เรื่องมันมีอยู่ว่า เข้าตำรา‘ปลาซิว’ผสม‘ปาหี่’ อึ้ง 2 ปีเพิ่ง‘ฟัน’1,767ผู้สมัครสว. , ‘สัญญาณอันตราย’กระทรวงหมอ ตบเท้าต้าน‘ล้วงลูก-ล็อกสเปก’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  กกต.ประกาศฟันผู้สมัคร สว.สอบตกที่ขาดคุณสมบัติ  ทั้ง ๆ ที่ทุกคนรอดูการฟัน สว.สอบได้ในคดีฮั้ว สว.กันทั้งประเทศมากกว่า หรือจะเชือดปลาซิว  แล้วปล่อยปลาใหญ่ <> กระทรวงสาธารณสุข เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว  ออกแถลงการณ์ต้านการล้วงลูก และล็อกสเปกจากฝ่ายการเมือง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

เข้าตำรา‘ปลาซิว’ผสม‘ปาหี่’

อึ้ง 2 ปีเพิ่ง‘ฟัน’1,767ผู้สมัครสว.

ใครไม่ ‘งง’ จะ ‘งงมาก’ เพราะปลายเดือนสิงหาคม สังคมกำลังจับตาผลการลงมติในคดี ‘ฮั้วสว.’แต่จู่ๆวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา กกต.ได้เผยแพร่ข้อมูลว่า กกต. มีมติให้ดำเนินคดีอาญา ผู้สมัคร สว. ที่ไม่มีสิทธิสมัคร 1,767 ราย ตามมาตรา 74 พ.ร.ป. ว่าด้วยการได้มาซึ่งวุฒิสภา พ.ศ. 2561

ในเอกสารของกกต.ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลพบผู้สมัครบางรายขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามและได้สมัครรับเลือก ทั้งนี้ในการประชุมวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 จึงมีมติให้ดำเนินคดีอาญากับผู้สมัคร1,605 คนและในการประชุมวันที่ 4 มิถุนายนได้มีมตีให้ดำเนินคดีอาญาเพิ่มเติมอีก 162 คน รวมทั้งสิ้น 1,767 คน

ทั้งนี้ มาตรา 74 กำหนดว่า

‘ผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกไม่ว่าเพราะเหตุใด ได้สมัครต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 - 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 - 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของผู้นั้น มีกำหนด 20 ปี’

‘คำถามสำคัญ’ คือเหตุใด กกต.ถึง ‘ให้ข่าว’ การดำเนินคดีกับผู้สมัครในช่วงนี้แทนที่จะมี ‘ความคืบหน้า’ในคดีฮั้วสว.ที่สำคัญการเลือกตั้งสว.ผ่านมา 2 ปี แม้กกต.จะสามารถทำได้แต่เหตุใดมาทำใน ‘ช่วงเวลานี้’

คงไม่น่าจะเป็นการบังเอิญ แต่น่าจะเป็นการ‘บอก’ กับสังคมว่า กกต.นั้น ‘ทำงาน’ และติดตามตรวจสอบการได้มาซึ่งสว.มาตลอด แต่การเอา‘เรื่องเล็กมากลบเรื่องใหญ่’ น่าจะสะท้อนว่า กกต.นั้นสอบสวนหมด ถ้าอะไรเป็น ‘ความผิด’ กกต.ไม่มีละเว้น อีกอย่าง กกต.น่าจะส่งสัญญาณว่า การดำเนินคดีกับทุกฝ่ายแม้จะนานกว่า 2 ปี แต่ก็ยัง ‘สามารถ’ ทำได้

การดำเนินคดี‘ผู้สมัคร’ ครั้งนี้ดูไปแล้วไม่ต่างอะไรกับการจัดการ ‘ปลาซิว’  ที่ไม่มีผลอะไรกับการทำหน้าที่ของสว. และเครือข่ายที่ถูกกล่าวหาทั้งหมด 229คน ขณะเดียวกัน กกต.ก็ยากจะที่พ้นข้อครหาว่า ‘เล่นปาหี่’  ก็มีอย่างที่ไหนสังคมอยากฟังเรื่องหนึ่งแต่กกต.กลับมาบอกอีกเรื่องหนึ่ง แม้จะเป็น ‘คนละเรื่องเดียวกัน’ ก็ตาม

ถึงชั่วโมงนี้ก็น่าจะ‘ชัดเจน’ว่า ‘คำตอบสุดท้าย’ จาก กกต.ว่า ตกลงแล้วจะ ยกฟ้องทั้งหมด ,ฟ้องทั้งหมด, ฟ้องบางส่วนจำนวนเท่าไหร่ มีฝ่ายการเมืองรวมไปถึงเครือข่ายเข้าไปเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ยังต้อง ‘ร้องเพลงรอ’ ต่อไป

ทางหนึ่งอาจจะมองว่า กกต.นั้น ‘รอบคอบ’แต่ทางหนึ่งยากจะหลีกพ้นข้อกล่าวหาเรื่อง ‘ซื้อเวลา’ กกต.เองได้ชื่อว่าเป็น ‘องค์กรอิสระ’ ปราศจากการครอบงำจาก ‘ทุกฝ่าย’ แต่ยิ่งนับวันสะท้อนให้เห็นว่า ‘ออกทะเลเป๋ห่าว’ ไปทุกที แต่หากจะมองโลกใน ‘แง่ดี’ อีกซักครั้งว่า หรืองานนี้จะจับ ‘ปลาซิว’ ก่อนจับ ‘ปลาใหญ่’

อะไรมันจะ ‘ยืดเยื้อเรื้อรัง’ กันได้ขนาดนี้ กกต.ย่อมาจากอะไร ใครตอบได้ช่วยตอบหน่อย

<<<<>>>>> 

‘สัญญาณอันตราย’กระทวงหมอ

ตบเท้าต้าน‘ล้วงลูก-ล็อกสเปก’

 ‘เราจะไม่เพิกเฉยต่อการกระทำใดที่อาจทำลายความถูกต้องและความเป็นธรรมในกระทรวงสาธารณสุข’ เป็นข้อความบางช่วงในแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ของ‘ชมรมรักษ์สาธารณสุข’ ที่มีสมาชิกเริ่มต้น 40 คน ซึ่งเป็นการรวมกันของอดีตผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข ส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค

แถลงการณ์ฉบับที่ 1 มีเนื้อหา ระบุว่า

‘ในช่วงที่ผ่านมา ได้ปรากฏข่าวสารและข้อกังวลเกี่ยวกับ ความโปร่งใสและความคุ้มค่าในการจัดซื้อจัดจ้างครุภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ รวมถึง ความเป็นธรรมและธรรมาภิบาลในการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งหากปล่อยให้เกิดข้อสงสัยโดยปราศจากการตรวจสอบ ย่อมกระทบต่อขวัญกำลังใจและอาจบั่นทอนความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อกระทรวงสาธารณสุข

พวกเราผู้เกษียณอายุราชการจึงรวมตัวกันในนาม ‘ชมรมรักษ์สาธารณสุข’ เพื่อยืนเคียงข้างบุคลากรที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต และร่วมกันปกป้องกระทรวงสาธารณสุขให้ยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ‘ชมรม’ มิได้ตั้งขึ้นเพื่อแสวงหาอำนาจ ตำแหน่งหรือผลประโยชน์ใดๆ มิได้จัดตั้งขึ้นเพื่อสนับสนุนหรือต่อต้านบุคคลหรือฝ่ายใด และไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง

‘คนทำดี’ ไม่ควรต้องอยู่อย่างหวาดกลัว

‘คนทำงาน’ ไม่ควรถูกทำให้เสียความเป็นธรรม

และผู้ที่คิดจะหาประโยชน์จากกระทรวงสาธารณสุขควรตระหนักว่า จากวันนี้ไป พวกเราและเครือข่ายจะเฝ้ามอง ตรวจสอบ และปกป้ององค์กรแห่งนี้เพราะพวกเราเชื่อว่า การปกป้องกระทรวงสาธารณสุข มิใช่การปกป้องบุคคล แต่คือการปกป้องคนทำงาน ระบบสาธารณสุข เงินของแผ่นดิน และความไว้วางใจของประชาชน’

เปิดตัว‘ชมรมรักษ์สาธารณสุข’การรวมตัวของอดีตบุคคลากรในกระทรวงสาธารณสุข 40 คน ที่ออกมาต้านการแทรกแซง ล้วงลูก ล็อกสเปก จากฝ่ายการเมือง
เปิดตัว‘ชมรมรักษ์สาธารณสุข’การรวมตัวของอดีตบุคคลากรในกระทรวงสาธารณสุข 40 คน ที่ออกมาต้านการแทรกแซง ล้วงลูก ล็อกสเปก จากฝ่ายการเมือง

ชมรมรักษ์สาธารณสุข ประกอบด้วย ‘หมอ’ ซึ่งอดีตบุคคลากรในกระทรวงสาธารณสุขมาก่อนนำทีมโดย นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ อดีตปลัดกระทรวง, นพ.โสภณ เมฆธน ,นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข,นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์,นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ ฯลฯ

เป็นการออกมา ‘ส่งสัญญาณ’ ถึงผู้บริหารกระทรวงโดยเฉพาะฝ่ายการเมือง หลังชมรม STRONG ต้านทุจริตประเทศไทย ออกมาเปิดเผยข้อมูลการล็อกสเปก หุ่นยนต์จัดยา ในราคาตัวละ 10-60 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่า ‘วงจรการเมือง’ แบบเดิมๆ กำลังกลับมาอีกครั้ง เพราะเริ่มมีข่าวการแต่งตั้งโยกย้าย ผอ.รพ. และ นพ.สสจ.

อย่าลืมว่าในอดีตคดีทุจริตจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ ปี 2541 นับเป็นคดีประวัติศาสตร์เชิงนโยบายและการจัดซื้อจัดจ้าง มูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รมว.สาธารณสุข ออกมาระบุว่า การเชื่อมโยงเรื่องการจัดซื้อจัดจ้างเข้ากับการแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับ สสจ. หรือ ผอ.รพ. นั้น ‘เป็นการพูดที่เกินเลยไป’ พร้อมยืนยันว่าไม่มีเรื่องเด็กฝาก การซื้อขายตำแหน่ง หรือการล้วงลูกทางการเมือง

ความเคลื่อนไหวแบบนี้หากฟังจาก ‘คนอาบน้ำร้อนมาก่อน’ จะพบว่า ครั้งใดที่สาธารณสุข ‘ขยับ’นั่นจะเป็น ‘สัญญาณ’ บอกว่า รัฐบาลมีปัญหาหนักซะแล้ว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์