เรื่องมันมีอยู่ว่า ต่อสู้กันมานานหลายปีระหว่างผู้สมัคร สส.เขต 8 เชียงใหม่ กับ กกต.กรณีออกใบส้ม ต่อสู้กันครบสามศาล สุดท้ายศาลตัดสินยกฟ้อง กกต. เนื่องจากทำหน้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย<>คณะรัฐมนตรีในรัฐบาลหนูพลัส อาจจะไม่ง่ายอย่างที่คิด พรรคร่วมฝ่ายค้านตั้งท่ารอรับน้องด้วยคดีฮั้ว สว. ที่ภูมิใจถูกระบุว่าเกี่ยวข้องด้วย <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘7ปี’คดี‘ใบส้ม’กับเงิน70ล้าน
กกต.กับ‘ดาบ’ปราบซื้อเสียง
คดี ‘ใบส้ม’ 70ล้านบาทที่เขต8 จ.เชียงใหม่ ได้ข้อสรุปซะทีหลังใช้เวลาร่วมๆ ‘7 ปี’ ในการต่อสู้กันระหว่าง ผู้สมัครรับเลือกตั้งกับกกต.
คดีนี้เกิดขึ้นในการเลือกตั้งปี 2562 ขณะนั้นนายสุรพล เกียรติไชยากร ชนะการเลือกตั้งเขต 8 จ.เชียงใหม่ ด้วยคะแนน 52,165 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 กว่า 25,000 คะแนน แต่ถูก กกต.แจก ‘ใบส้ม’ สั่งตัดสิทธิจากเหตุถูกร้องกรณีการใส่ซองถวายปัจจัยทำบุญวันเกิด ‘2,000 บาท’ แต่ต่อมาศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งวินิจฉัยว่านายสุรพลไม่มีความผิด และเป็นการทำตามประเพณี นายสุรพล จึงฟ้องร้องกกต.เรียกค่าเสียหายจาก 70 ล้านบาท

คดีนี้ ‘ศาลชั้นต้น’ พิพากษาตามฟ้องคือ กกต.ต้องจ่าย 70 ล้านบาท ต่อมา ‘ศาลอุทธรณ์’ พิพากษายืน แต่ให้ลดค่าชดเชยเหลือ 56 ล้านบาทรวมดอกเบี้ยก็ยอดรวม 62 ล้าน
แต่พอมา ‘ศาลฎีกา’ ศาลจังหวัดฮอด เชียงใหม่ พิพากษาให้ ‘ยกฟ้อง’ ด้วยเหตุว่า
รัฐธรรมนูญฯมาตรา 224 ,225 และมาตรา 226 ให้อำนาจกกต.ไว้ อีกทั้งพ.ร.ป.การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปี 2561 ก็ได้บัญญัติสอดรับกับรัฐธรรมนูญไว้ใน มาตรา 137มาตรา 132 เเละมาตรา 138 โดยใช้คำว่า ‘มีเหตุอันควรสงสัย’ และ ‘มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า’
อีกทั้งยังไม่มีสาเหตุโกรธเคืองกันจะกลั่นแกล้งใส่ร้ายปรักปรำไปทำไม จึงฟังไม่ได้ว่า กกต.ปฏิบัติหน้าที่อันเป็นการทำละเมิดตามฟ้อง
หลังการ ‘ยกฟ้อง’ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกกต.ให้ความเห็นไว้น่าสนใจว่า คดี ‘ใบส้ม’ นี้ว่ากันว่าหลังกลายเป็นคดีความ ทำให้ กกต. แทบไม่มีคำวินิจฉัย ‘แจก’ ใบเหลือง-ใบแดง-ใบส้ม อีกเลย จนเป็นที่ครหาว่า กลัวเกิดเรื่องเลยไม่กล้าฟันทุจริตเลือกตั้ง คำพิพากษาศาลฎีกาคราวนี้ เป็นการสร้างบรรทัดฐานว่า หากเป็นไปโดยสุจริต ไม่มุ่งกลั่นแกล้งบุคคล ศาลย่อมให้ความคุ้มครอง
สมชัย ระบุว่า ‘จึงหวังที่จะเห็น กกต. จัดการกับผู้ซื้อเสียงอย่างจริงจัง มากกว่า ผลงานการเร่งประกาศผลเลือกตั้ง โดยไม่รับรู้กับเรื่องการซื้อขายเสียงที่ประชาชนรู้กันทั่วบ้านทั่วเมือง’
ผลของคดีนี้มี ‘คำถาม’ ตามมาว่า แล้วที่กกต.‘ปล่อย’ ไป 499 คน จนรายงานตัวที่สภากันครบแล้วนั้น กกต.จะสามารถทำให้การเลือกตั้ง ‘สุจริต’ ได้อีกหรือไม่ เพราะเมื่อ ‘รับรอง’ การสอยจะเกิดขึ้นได้ กกต.ต้องให้ ศาลฎีกาฯ เป็นผู้พิจารณา กกต.อย่าบอกนะว่า ที่ร้องเรียนกันมานั้น ‘ทุกอย่างจบแล้ว’
งานนี้ต้องเรียกว่า ‘ได้ดาบ’ คืนมา ยังไงก็ต้องใช้บ้างแล้วนะ
<<<<<>>>>>
ปลุกคดี‘ฮั้วสว.’รับน้อง‘อนุทิน’
ชี้‘13รมต.’ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหา
ชัดเจนแล้วว่า รัฐบาล ‘หนูพลัส’ จะมีทั้งสิ้น 291 เสียง ขณะที่ ‘ฝ่ายค้าน’ จะมีทั้งสิ้น 209 เสียง ทั้งนี้ ตามปฏิทินการเมือง ขั้นตอนต่างๆน่าจะ ‘ราบรื่น’ แล้วทั้งหมดจะไปจบลงที่การแถลงนโยบายต่อรัฐสภาในต้นเดือนเมษายน ก่อนที่สังคมไทยจะเข้าสู่เทศกาล ‘มหาสงกรานต์’ ในระหว่างวันที่ 13-15 เมษายน ที่จะถึงนี้
มีรายงานข่าว ‘เล็ก ๆ’ แต่น่าสนใจปรากฎออกมาว่า ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ ที่จะประกอบด้วย พรรคประชาชน ,พรรคกล้าธรรม ,พรรคประชาธิปัตย์, พรรคไทยรวมพลัง และ3 พรรคเล็ก อย่างเสรีรวมไทย ไทยภักดี และรวมไทยสร้างชาตินัันได้เตรียมข้อมูลประเด็นสำคัญเพื่อตรวจสอบ ครม.ชุดใหม่
ตามข่าวระบุว่า รายชื่อว่าที่รัฐมนตรี ซึ่งกำลังจัดสรรตำแหน่งกันอยู่นี้ พบว่า มีผู้ที่อยู่ในข่ายได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีค่อนข้างแน่นอนแล้วนั้นมีถึง 13 ราย ที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมจุดประเด็นคุณสมบัติ เนื่องจากพบว่า ในจำนวน 13 รายดังกล่าว ตกเป็น ‘ผู้ถูกกล่าวหา’ ในคดีฮั้วสว. ตามที่คณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง ชุดที่ 26 หรือคณะทำงานร่วมระหว่าง กกต. และกรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ได้สรุปสำนวนและชี้เอาไว้
ข่าวระบุว่า ผู้ถูกกล่าวหาลำดับที่ 187 ซึ่งมีตำแหน่งสำคัญในรัฐบาล โดนข้อกล่าวหาว่ากระทำการอันเป็นการ‘ทุจริต’ในการเลือก หรือร่วมกับบุคคลอื่นกระทำการ หรือรู้เห็นกับการกระทำของบุคคลอื่น อันมีผลให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภามิได้เป็นไปโดย‘สุจริตหรือเที่ยงธรรม’
นอกจากนี้ยังมีผู้ถูกกล่าวหาในข้อหาเดียวกัน ลำดับที่ 188 ลำดับที่ 189 ลำดับที่ 190 ลำดับที่ 191 ลำดับที่ 193 ลำดับที่ 195 ลำดับที่ 197 ลำดับที่ 204 ลำดับที่ 205 ลำดับที่ 206
แน่นอนว่า คดีฮั้วสว.นั้น มีแกนนำพรรคภูมิใจไทยถูก ‘ข้อกล่าวหา’ กันอื่อโดยเฉพาะกรรมการบริหารพรรคและ ‘หาก’ มีความผิด โทษของคดีนี้จะถึงขั้น ‘ยุบพรรค’ และ ‘ตัดสิทธิทางการเมือง’
อย่าลืมว่า ที่ประชุมร่วมรัฐบาลที่มีทั้ง สส.และ สว.ซึ่งถูกเรียกว่า สภาสีน้ำเงินนั้น หากถูก ‘พรรคร่วมฝ่ายค้าน’ หยิบเรื่องนี้ขึ้น บรรยากาศจะ‘สะแด่วแห้ว’ กันขนาดไหน
บนบัลลังก์ รัฐมนตรีมีชื่อเข้าไปเกี่ยวข้อง ขณะที่สว.ค่อนสภา ก็ถูกกล่าวหาเช่นกัน ขณะเดียวกันพรรคเพื่อไทย ซึ่งวันนี้ร่วมรัฐบาลก็เคย ‘ชำแหละ’ และติดตามคดีมาจนถูกร้องมาแล้วว่าเข้าไปแทรกแซง จะมีปฏิกริยาอะไรหรือไม่
ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ ว่าที่ประธานรัฐสภาซึ่งก็คือ ประธานสภาผู้แทนที่น่าจะชื่อ โสภณ ซารัมย์ กับประธานวุฒิสภาที่ชื่อ มงคล สุระสัจจะ จะ ‘เอาอยู่’ หรือไม่ เพราะทั้งคู่ก็ ‘เมด อิน บุรีรัมย์’อย่างเราๆท่านๆรู้กัน
แค่คิด บรรยากาศของความ‘วุ่นวาย’ในสภาก็ลอยออกมาให้เห็นแล้ว ไม่เชื่อคอยดู!!!




