เรื่องมันมีอยู่ว่า ภาคอีสานเป็นพื้นที่ตัดสินของพรรคการเมืองมาตลอด รอบนี้พรรคสีน้ำเงินเตรียมความพร้อมมากที่สุด ทั้งกลไกรัฐ พลังดูด รอบนี้อีสานสีน้ำเงิน<>เครนก่อสร้างทางยกระดับรถไฟความเร็วสูงช่วงสีคิ้ว หล่นทับรถไฟ จนมีผู้เสียชีวิต ถูกลากโยงเข้ามาการเมืองจนได้ เพราะอยู่ในช่วงหาเสียง <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘อีสาน’ภาคชี้ขาดพรรคตั้งรัฐบาล
ในวันที่น้ำเงินแกร่ง-แดงล้า-ส้มร่วง
‘ภาคอีสาน’ คือภาคที่จะ ‘ชี้ขาด’ การเลือกตั้งทุกครั้ง หลายต่อหลายคนพูดไว้อย่างนั้น ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่เกินจริงแต่อย่างใด อีสานหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย 20 จังหวัด 133 เขตเลือกตั้ง
หลังการเลือกตั้งปี 2566 เปิดหีบคะแนน มีการรายงานว่า
พรรคเพื่อไทย พรรคสีแดง ได้ไป 73 ที่นั่ง
พรรคภูมิใจไทยสีน้ำเงินได้ไป 35ที่นั่ง
พรรคก้าวไกลได้ 8 ที่นั่ง
พรรคพลังประชารัฐ 7 ที่นั่ง
พรรคไทยสร้างไทย 5 ที่นั่ง
พรรคเพื่อไทยรวมพลัง4ที่นั่ง
พรรคประชาธิปัตย์1ที่นั่ง
แต่เหตุที่ ‘ที่นั่งรวม’ ของพรรคสีส้มชนะพรรคสีแดงนั้นเพราะได้คะแนนพรรคมาอย่างมากมาย ขณะที่พรรคสีน้ำเงินถูกปฏิบัติการที่เรียกว่า ‘ไล่หนูตีงูเห่า’ ในหลายพื้นที่ จนมีคะแนนเป็น พรรคลำดับที่ 3
แต่มาวันนี้ ต้องบอกเลยว่าพรรคสีน้ำเงินนั้นพร้อมกว่าปี 2566 หลายเท่านัก ทั้งการทำพื้นที่ และทั้งสถานการณ์ไทย-กัมพูชา พื้นที่ ‘อีสาน’ น่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่นำมาซึ่งการ ‘ยึดกระทรวงมหาดไทย’ คืนมาจน พรรคภูมิใจไทย ‘ถอนตัว’ จากการร่วมรัฐบาลพรรคเพื่อไทยและเกิดการ ‘พลิกขั้ว’ ในเวลาต่อมา
การโยกย้าย 4-5 รอบที่ ‘กระทรวงคลองหลอด’ ที่ผ่านมานั่นก็ใช่ การตบเท้าของบ้านใหญ่ในภาคอีสานนั่นก็ด้วย ยิ่งประกอบกับ การปะทะ ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา 20 วัน เชื่อกันว่าพื้นที่แถบ ‘อีสานใต้’ บุรีรัมย์, สุรินทร์,ศรีสะเกษ,อุบลราชธานี น่าจะทำให้สีน้ำเงินเข้มข้นขึ้นมาก ซึ่งก็หมายความว่าจะได้มาทั้งเขตและทั้งพรรค

ขณะที่พรรคสีแดง พรรคเพื่อไทย มนต์ขลังใน‘อีสาน’ เริ่มเสื่อม ‘ขุนพลอีสาน’ ไม่ได้รับการอุ้มชูเท่าที่ควร แถมหลายพื้นที่ยังมี ‘สีเขียว’ อย่าง ‘กล้าธรรม’ มาแย่งคะแนนอีกต่างหาก
ส่วนสีส้มที่วันนี้คือพรรคประชาชน ซึ่งหนี ‘วาทกรรม’ ตัวเองอย่าง ‘ทหารมีไว้ทำไม’ ไม่พ้น ความนิยมของพรรคจึงไม่ ‘พุ่ง’ เหมือนการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา แถมพื้นที่ที่เคยชนะ ก็ชนะแบบ ‘ไม่ขาด’ โอกาสที่รักษาแชมป์ก็ต้องลุ้นกัน
อีสานเขียวยุค ‘บิ๋กจิ๋ว’ แดงทั้งแผ่นดินยุค ‘ทักษิณ’ เห็นกันมาแล้ว
คราวนี้มี‘โอกาสสูง’ ที่จะได้เห็น ‘อีสานสีน้ำเงิน’ ไม่เชื่ออย่าลบหลู่....
<<<<<>>>>>>
เยียวยา‘สีคิ้ว’ดราม่าศึกเลือกตั้ง
เมื่อ‘อนุทิน’ยังสวมหมวกนายกฯ
อุบัติเหตุ ‘เครนหล่น’ ระหว่างการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ซึ่ง ‘สร้างคร่อม’ อยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศ(รฟท.) ช่วงสถานีหนองน้ำขุ่น-สถานีสีคิ้ว ต.สีคิ้ว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 22 ศพและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก
เป็นอุบัติเหตุสะเทือนการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งแน่นอนว่า ทุกพรรคการเมืองย่อมที่จะต้องมี ‘ท่าที’ ต่ออุบัติเหตุครั้งหลากหลายแง่มุม โดยเฉพาะท่าทีของฝ่ายนโยบายต่ออภิมหาโปรเจ็กต์ขนาดยักษ์โครงการนี้
‘ปมแรก’ ที่ต้องรีบทำ และแน่นอนว่าจะกลายมาเป็น ‘ดราม่า’ ทางการเมืองแน่ๆคือ ‘ความรับผิดชอบ’ ของรฟท.

หลังการลงพื้นที่ด่วนของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีการถามหาความรับผิดชอบของจากหน่วยงานที่ดูแลโดยตรง ‘เดอะหนู’ ระบุว่า
‘อาจจะคิดว่าเป็นอุบัติเหตุจากการก่อสร้าง แต่ไม่ใช่ทั้งหมด รฟท.จะต้องเป็นส่วนหนึ่งในการรับผิดชอบ ในฐานะผู้ให้บริการให้กับประชาชนที่เดินทางโดยใช้บริการสาธารณะ และการรับผิดชอบ ต้องไม่ใช่การเยียวยา 40,000 + 40,000 บาท เรื่องต้องให้รัฐมนตรีไปดูว่าปกติว่ามีการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุด้วยการบกพร่องของรัฐ ต้องมีการเยียวยาโดยรัฐ ซึ่งอย่างน้อยก็ต้อง 7 หลักต่อผู้เสียชีวิต 1 ราย
ไม่ต้องมองว่าเป็นญาติ เราฟังเรายังไม่พอใจใครจะรับได้จ่าย 40,000 บาท ลูกค้าของเรามาเสียชีวิต กับการให้บริการของเราจริงๆ ตีราคาไม่ได้ด้วยซ้ำ ฉะนั้นต้องดำเนินการเยียวยา แล้วต้องชดใช้ค่าเสียหายอนาคตของพวกเขา ต้องระดมทุกวิถีทางที่จะให้ ซึ่งเรื่องนี้ได้มอบนโยบายให้ ผู้บริหารการรถไฟ ไปดำเนินการ และคืนนี้ให้ท่านไปคิดจะเสนอบอร์ดการเยียวยา ท่านจะนำเสนออย่างไรถ้าผมสั่งได้ผมก็สั่งชดใช้รายละ 10 ล้านบาท แต่ผมฟังแล้ว 40,000 บาทมันไม่พอ ซึ่งการสั่งให้เยียวยาเท่าไหร่ อำนาจนายกฯ อำนาจรัฐมนตรีไม่มี เพราะเรามีบอร์ด แต่มีอำนาจในการบอกนโยบาย คุณจะต้องให้การดูแลอย่างเต็มที่ และในฐานะที่เป็นรัฐบาล เนื่องจากตรงนี้เป็นการให้บริการทางสาธารณะ ระบบขนส่งมวลชน ก็ต้องรับผิดชอบต่อชีวิตของผู้โดยสาร’
ก่อนเข้าการเมือง ‘เดอะหนู’ นั้นบริหารธุรกิจก่อสร้างของตระกูลมาก่อน ‘มองแวบเดียว’ ก็รู้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร ‘เดอะหนู’บอกด้วยว่า เหตุการณ์ ‘ซ้ำซาก’ ลักษณะนี้ ต้องแก้ที่กฎหมาย ควบคุมงานก่อสร้าง ขึ้นบัญชีดำ สั่งให้หยุดงาน สั่งห้ามประมูล ซึ่งต้องใช้กลไกรัฐสภา ในการแก้ไขกฎหมาย
พลันข่าวออกไป ‘ดราม่า’ ว่าด้วยการเยียวยาอุบัติเหตุ ‘สีคิ้ว’ ก็ตามมาทันที โดยเฉพาะที่ว่าเดอะหนูกำลังหาเสียงโดย ‘ชดเชยเยียวยา’ ทั้งๆที่ ‘ไม่มีกฎหมาย’ กำหนด
อย่าลืมว่า ‘เดอะหนู’ นั้นใส่หมวก นายกรัฐมนตรีอยู่ และมีหน้าที่ ‘บริหารบ้านเมือง’ อย่างเต็มที่เป็นธรรม
จะมองว่าเป็นการเมืองก็มองได้ จะมองแบบให้ความเป็นธรรม สมควรแก่เหตุก็ได้เช่นกัน ‘ดราม่า’อีกแล้วสำหรับสังคมไทย




