เรื่องมันมีอยู่ว่า สีฟ้า‘เสนอ’สีน้ำเงิน‘สนอง’ สีส้ม‘อู้อี้’แก้‘หมวด1หมวด2’, ‘ศาลรธน.’ถึง‘ศาลคดีทุจริต’ ฮั้วสว.‘ภูมิธรรม-ทวี’มีหนาว

19 ม.ค. 2569 - 06:46

  • การแก้ไขรัฐธรรมนูญถูกโยงเข้ากับการเลือกตั้งอย่างชัดเจน

  • เลือกข้างกันให้ชัดว่าพรรคไหนอยู่ฝ่ายแก้ กับฝ่ายที่ไม่แก้รัฐธรรมนูญ

  • เดือนมกราคมนี้ เรื่องฮั้ว สว.กำลังจะมีคำตัดสินออกมา

เรื่องมันมีอยู่ว่า สีฟ้า‘เสนอ’สีน้ำเงิน‘สนอง’ สีส้ม‘อู้อี้’แก้‘หมวด1หมวด2’,  ‘ศาลรธน.’ถึง‘ศาลคดีทุจริต’ ฮั้วสว.‘ภูมิธรรม-ทวี’มีหนาว

เรื่องมันมีอยู่ว่า แบ่งกันให้ชัดสำหรับพรรคการเมืองที่ต้องแสดงจุดยืนชัดเจนเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ต้องการแก้ก็บอกอกมา ไม่แก้ก็แจ้งกัน  อย่ามาทำแอบ ๆ บอกมาให้ชัดเพื่อให้คนเลือกตัดสินใจ<>สิ้นเดือนมกราคม เรื่องฮั้ว สว. ที่ค้างอยู่จะมีคำตัดสิน 2 ผู้เกี่ยวของภูมิธรรม เวชยชัย กับพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รอลุ้น<> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

สีฟ้า‘เสนอ’สีน้ำเงิน‘สนอง’

สีส้ม‘อู้อี้’แก้‘หมวด1หมวด2’

‘ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่’  นี่คือคำถามในการทำ ‘ประชามติ’ ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พร้อมกับ ‘การเลือกตั้งทั่วไป’  แม้แต่เริ่มเดิมที ‘ประชามติ’ ดูจะหงอยเหงาเศร้าซึม

แต่ ‘บัดนี้’ บอกได้เลยว่า ‘กำลังจะลุกเป็นไฟ’ อันสืบเนื่องมาจาก ‘หมวด1 และหมวด 2’

ล่าสุด อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์หรือ ‘มาร์คตลาดแตก’  โยนข้อเสนอน่าสนใจบนเวทีดีเบตที่สื่อใหญ่ค่ายบางนา จัดขึ้น

‘โกตาล ณ ห้วยยอด’หรือ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาขยายความตาม ‘มาร์คตลาดแตก’  ยื่นข้อเสนอไว้ว่า

‘สาเหตุมาจากคำถาม ที่รัฐบาลพรรคภูมิใจไทยตั้งคำถามที่ไม่ชัดเจนและทำให้ตีความได้หลายทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่ประชาชนเกรงว่าจะมีการแก้ไขในหมวด 1 หมวด 2’

จากการดีเบต ของเนชั่นเมื่อคืนที่ผ่านมา หัวหน้าพรรคประชาชนก็ไม่ได้ยกมือ เมื่อถูกถามว่าพรรคไหนไม่แก้หมวด 1 หมวด 2 และยังมีการอ้างว่า รัฐธรรมนูญ มีมาตรา 255 ล๊อคไว้แล้ว ถือเป็นการพูดกำกวมให้เสมือนว่าเมื่อมีมาตรา 255 ล็อคไว้แล้ว จะแก้ หมวด 1 หมวด 2 ไม่ได้ ซึ่งถือเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนมาก

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถามหาจุดยืนและคำตอบที่ชัดเจนของแต่ละพรรคว่าแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2 หรือไม่
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ถามหาจุดยืนและคำตอบที่ชัดเจนของแต่ละพรรคว่าแก้รัฐธรรมนูญหมวด 1 และ 2 หรือไม่

ล่าสุด เกิดการรณรงค์แบบไม่ ‘ออแกนิค’ ว่า ถึงเวลากู้กติกาประชาชน 8 กุมภาฯกา ‘เห็นชอบ’

ถึงตรงนี้ต้องยอมรับ มีการจัดตั้งเพื่อรณรงค์ ‘เห็นชอบ’รัฐธรรมนูญ ขณะที่ฝ่าย ‘ไม่เห็นชอบ’ที่เริ่มต้นสะเปะสะปะ แต่เวลานี้เริ่มมี ‘เอกภาพ’ มากขึ้น โดยเฉพาะการ ‘ไม่เชื่อว่า’ จะไม่มีการแก้ไขหมวด1 และหมวด 2

‘มาร์ค ตลาดแตก’  เสนอว่า ‘ผมคิดว่าทุกคนจะสบายใจ ถ้าทุกพรรคยืนยันตรงนี้ว่า ไม่แก้หมวด1หมวด 2 เขียนไว้ใน ม.256 และไม่แก้ไขเพื่อให้นักการเมืองหลุดพ้นจาการตรวจสอบ ทุกท่านยืนยันซิครับ คนจะได้เห็นชอบอย่างสบายใจ’

เหมือนในเวทีจะจะยัง ‘ไม่มีความชัดเจน’ จากข้อเสนอของ อภิสิทธิ์ แต่ ‘นอกเวที’  อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ชัดเจนทันทีว่า

‘จะไม่แตะหมวด 1หมวด 2 ตลอดกาล จนกว่าจะไม่มีพรรคภูมิใจไทย’

สีฟ้านั้นชัดเจน และสีน้ำเงินก็ชัดเจนตามมา ‘ประเด็น’ คือพรรคประชาชนหรือสีส้มซึ่ง‘อ้อมแอ้ม’ตอบไม่เคย ‘ตรงคำถาม’  จะ ‘ชัดเจน’ กี่โมง

<<<<<>>>>> 

‘ศาลรธน.’ถึง‘ศาลคดีทุจริต’

ฮั้วสว.‘ภูมิธรรม-ทวี’มีหนาว

2 สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมกราคม จะมี ‘ความชัดเจน’ ใน2 ศาล แต่เป็นเรื่องเดียวกัน นั่นคือ มหากาพย์ ข้อกล่าวหาในคดี ‘ฮั้วสว.’

วันที่ 21 มกราคม ศาลรัฐธรรนูญ นัดวินิจฉัย ‘สหายใหญ่ใส่บูท’ ภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯและรมว.กลาโหม กับ ‘หัวหน้าพรรคประชาชาติ’ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ‘แทรกแซง’ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ ที่รับคดีฮั้วสว.เป็นคดีพิเศษ

ขณะที่วันที่ 27 มกราคมศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางนัดฟังคำสั่ง ที่อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง ไปยื่นฟ้อง อิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต.กับพวก กกต. และ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. รวมทั้งหมด 8 คน เป็นจำเลย ฐานเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจากคดีฮั้ว สว.โดยศาลนัดฟังคำสั่งหรือ คำพิพากษาในวันที่ 27 มกราคม เวลา 09.30 น.

คดี ‘ฮั้วสว.’ถือเป็นคดีสำคัญ และจะเป็น ‘จุดเปลี่ยน’ ของการเมืองไทย ย้อนความ ‘ที่มา ที่ไป’กันซักนิด

‘จุดตั้งต้น’ คดีมาจาก มีผู้ร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อขอให้ตรวจสอบการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ ตั้งแต่ช่วงเดือน มิถุนายน-กรกฎาคม2567 รวม 3 คำร้อง

จากนั้นช่วงต้นเดือน กุภาพันธ์ 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ก็ได้ทำหนังสือถึง สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อขอความเห็นใน. ขณะที่กกต.เองมีการตรวจสอบรวมทั้งไต่สวนคำร้องเกี่ยวกับการเลือก สว.ที่มีการยื่นเรื่องมากกว่า 500 เรื่อง

10 กุมภาพันธ์ 2568 กลุ่มสว.สำรอง นำโดย พล.ต.ท. คำรบ ปัญญาแก้ว อดีตผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้เข้ายื่นหนังสือขอให้สอบสวนการได้มาซึ่ง สว. ปี 2567 เป็นคดีพิเศษ เพราะเชื่อว่าเป็นไปโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

วันที่ 6 มีนาคม 2568 กรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) ที่มีนายภูมิธรรม เวชยชัย และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม ในฐานะรองประธาน ก่อนที่ประชุมจะมีมติ รับพิจารณาคดีฮั้วเลือก สว. 2567 เป็นคดีพิเศษ เห็นชอบเป็นคดีพิเศษ 11 เสียง ไม่เห็นชอบ 4 เสียง และงดออกเสียง 3 เสียง

หลังพิจารณาแล้วเห็นว่าเข้าข่ายความผิดฐานฟอกเงิน จากนั้น อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เซ็นตั้งคณะพนักงานสอบสวน ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยมีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอทั้งชุด 41 คน และมีชื่อ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ เป็นหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน

วันที่ 19 มีนาคม 2568 ประธานวุฒิสภา ส่งคำร้องของ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา และคณะรวม 92 คน ที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรมและ พ.ต.อ.ทวี เนื่องจากเห็นว่ากรมสอบสวนคดีพิเศษ ไม่มีอำนาจในการสอบสวนกรณีดังกล่าว

ดังนั้นการที่ กคพ.มีมติรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ จึงเป็นการ‘แทรกแซง’ หรือ‘ครอบงำ’ หน้าที่ และอำนาจของคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยใช้กรมสอบสวนคดีพิเศษเป็นเครื่องมือแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา อันเป็นการกลั่นแกล้ง กดดัน ข่มขู่ และครอบงำสมาชิกวุฒิสภา

ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา สว. นำทีมสมาชิกวุฒิสภา 81 คน นำรายชื่อ สว. 105 รายชื่อ เดินทางยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. เพื่อเอาผิด พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม และ พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)มาตรา 157

วันที่ 26 มีนาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์รับคำร้องไว้พิจารณาในคดีที่ 92 สว. ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรมและ พ.ต.อ.ทวี

วันที่ 7 พฤษภาคม 2568 มีกระแสข่าวว่า คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวน ของ กกต. ซึ่งมีทั้งเจ้าหน้าที่จาก กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จะมีการทยอยเรียกแจ้งข้อกล่าวหาบรรดาสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ล็อตแรกจำนวน 60 ราย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็น สว.คนดัง

วันที่ 9 พฤษภาคม 2568 เจ้าหน้าที่ชุดศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมเจ้าหน้าที่ กกต. กระจายกำลัง นำหมายเรียกเข้าพื้นที่เป้าหมายเพื่อเชิญตัวสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทั้ง 53 ราย ดำเนินการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาคดีฮั้ว สว. ประกอบด้วย พื้นที่กรุงเทพมหานคร 6 จุด และพื้นที่ต่างจังหวัด 47 จุด และมีรายงานว่าได้นำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการสืบสวนสอบสวนเต็มรูปแบบ โดยได้ว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศ พบหลักฐานเชิงประจักษ์ความเชื่อมโยงของเครือข่ายฮั้ว สว. ขณะเดียวกันก็มีการตรวจสอบเส้นเงินผู้มีเอี่ยวขบวนการฮั้ว สว. แล้วกว่า 1,200 คน

วันที่ 14 พฤษภาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งให้ พ.ต.อ.ทวี หยุดปฏิบัติหน้าที่เฉพาะในฐานะผู้กำกับดูแลกรมสอบสวนคดีพิเศษ

ลุ้นระทึกว่าด้วย ‘คดีสำคัญ’ ส่งท้าย ก่อนไปหย่อนบัตรเลือกวันที่ 8 กุมภาพันธ์

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์