เรื่องมันมีอยู่ว่า คาดเดากันได้ไม่ยากว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ ไม่มีพรรคไหนที่จะชนะขาดมีเสียงเกิน 200 ก็จะวนกลับไปเหมือนเดิมรัฐบาลผสม อยู่ไม่ครบเทอม<>สมช.ร่วมกับอัยการ เดินหน้าฟ้องร้อง 2 พ่อลูกตระกูลฮุน ของกัมพูชา เปิดเกมรุกเอาคืนบ้าง<> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘อภิสิทธิ์’ชูปชป.เป็น‘ผู้คุมเกม’
‘ปชน.’วืดที่1ส่อนั่ง‘ฝ่ายค้าน’
นับถอยหลัง 10 วัน การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์จะเกิดขึ้น ‘คอการเมือง’ เชื่อกันว่า ‘ไม่มีโอกาส’ที่พรรคหนึ่งพรรคใดจะได้ ‘ที่นั่ง’ เกิน 250 เสียง ดังนั้น รัฐบาลหลังการเลือกตั้งจะเป็น ‘รัฐบาลผสมสี’ 1,000%
ตามธรรมชาติการเมืองไทย ‘วงใน’ รู้กันว่า มักที่จะ ‘ตั้งรัฐบาล’ ก่อนการเลือกตั้งเสมอ ครั้งนี้ก็น่าที่จะเป็นเช่นนั้น มีการจัดกลุ่ม พรรคการเมืองที่ลงสมัคร ไว้ 3 กลุ่ม
กลุ่มแรกคือกลุ่ม ‘ชิงที่1’ ที่มีพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน และพรรคเพื่อไทย ซึ่งหลังจากทำคลอด‘โคตรประชานิยม’ อย่างโครงการ ‘เศรษฐีเงินล้าน’ ว่ากันว่า ‘มีโอกาส’ แซง เข้าป้ายเป็นที่ 2 หรือเผลอๆหาก ‘สีน้ำเงิน’ กับ ‘สีส้ม’ ฟัดกันหนัก โอกาสมาที่ 1 ก็น่าจะมีอยู่
‘กลุ่มที่ 2’หรือพรรคตัวแปรร่วมรัฐบาล ซึ่งขณะนี้น่าจะระหว่าง ‘สีฟ้า’ พรรคประชาธิปัตย์กับ ‘สีเขียว’ พรรคกล้าธรรม ‘อภิสิทธิ์’ นั้น ‘ชัดเจน’ว่าถ้ารัฐบาลมีพรรคกล้าธรรม ประชาธิปัตย์จะเป็น ‘ฝ่ายค้าน’
เลยไม่แปลกที่ หลัง ‘เดินวิ่ง G0 27 เทาไม่ใช่ทาง’ อภิสิทธิ์ ได้กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ได้เดินหน้าเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนมั่นใจว่า เลือกประชาธิปัตย์เข้าไปเยอะๆแล้ว เราจะเป็น ‘ผู้คุมเกม’ ให้กับท่าน

‘คุมเกม’ มีความหมายว่า เป็นฝ่ายค้านก็ได้และเป็นพรรคร่วมรัฐบาลก็ได้เช่นกัน
กลุ่มที่ 3 คือ พรรคเล็ก พรรคน้อย
กลุ่มที่ 4 คือพรรคที่อาจจะมาจากการ ‘จับเบอร์’ได้เลขตัวเดียว
ปชป.นั้นชัดเจนว่า ไม่ร่วมกับใคร และ ‘เป็นไปได้หมด’ ไม่ว่าจะร่วมรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ขณะที่ ‘สีส้ม’ ซึ่งวันนี้มีการอ่านกันว่า หากไม่ได้มาที่ 1 พรรคสีส้มจะเลือกทำหน้าที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ต่อไป ซึ่งน่ามีหลายเหตุผลประกอบกัน
ประการแรก เลือกที่เก็บโอกาสในการเป็นรัฐบาลพรรคเดียวไว้ต่อไป เพราะ ‘สีส้ม’ เชื่อในสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลง และเชื่อว่า ‘เวลา’ นั้นอยู่ข้างพวกเขา
ประการต่อมา น่าจะรอหลัง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำจิตวิญญาณ พ้นโทษถูกตัดสิทธิ์ 10 ปีในปี2572
อีกประการ พรรคสีส้ม มีสุดยอดปรารถนาอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘ฉบับใหม่’ รออยู่ และน่าจะเป็น‘โอกาสทอง’ สำคัญที่จะ ‘รื้อ’ โครงสร้างครั้งมโหฬาร แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องรอดูว่าระหว่าง‘เห็นชอบ’ กับ ‘ไม่เห็นชอบ’ อะไรจะเป็น ‘เสียงข้างมาก’
ถึงชั่วโมงนี้ต้องบอกว่า หากสังคมไทย ‘เลือกไม่ขาด’ โอกาสที่จะมีรัฐบาล ‘อยู่ครบวาระ’ นั้นยากยิ่งกว่า ‘เข็นครก ในมหาสมุทร’ ซะอีกนะจะบอกให้
<<<<>>>>>
สมช.เปิดเกมรุกใส่‘ฮุนเซน’
ร่วมอัยการ‘ฟ้อง’ดำเนินคดี
แม้จะ ‘หยุดยิง’ ไปตั้งแต่ 27 ธันวาคมที่ผ่านมาและรอ ‘รัฐบาลอำนาจเต็ม’ หลังการเลือกตั้งเพื่อเจรจาสะสางปัญหาระหว่างไทย-กัมพูชา แต่ ‘หลายฝ่าย’ เชื่อว่า โอกาสของการมี ‘รอบ3’ พร้อมที่จะเกิดขึ้นได้ทุกเวลา
มีความพยายาม ‘เตรียมพร้อม’ ในฝั่งกัมพูชา เรื่อยไปจนถึงกระแสข่าว ‘การสงบศึก’ ที่ฝ่ายคุมกำลังของกัมพูชาส่งสัญญาณถึงผู้นำเหล่าทัพของไทย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทยซึ่งลงพื้นที่อ.ตาพระยา อ.โคกสูง จะ.สระแก้ว จะบอกว่า ‘เหตุการณ์’ ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่ ฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ออกมาให้ข่าวให้นั้นน่าสนใจยิ่งว่า ‘พ่อลูกฮุนเซน’ จะนิ่งเฉยอยู่ในที่ตั้งได้หรือ
‘ผมและอัยการได้เดินทางไปพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อฟ้องร้องฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และสมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ในฐานะผู้สั่งการในเหตุปะทะชายแดน’
ฟ้องร้อง ‘2 พ่อลูกตระกูลฮุน’ นั้นมีรายละเอียดอย่างไรยังต้องตามกันต่อ แต่หากจำได้ นายกรัฐมนตรีกัมพูชานี่แหละที่ให้ข่าวมาก่อนหน้านี้ว่าจะ ‘ฟ้องร้อง’ เรียกว่าเสียหายจากรัฐบาลไทย
รัฐบาลอนุทิน เข้ามาราวๆ 100 วันมีปฏิบัติการ ‘ตัดแขน ตัดขา’ เครือข่าย ‘ฮุนเซน’ ชนิดที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
ลิม เยียก,เบน สมิธ ,ก๊ก อาน และ พัด สุภาภา เหล่านี้ล้วนเป็นเครือข่าย ‘สแกมเมอร์’ ที่สร้างความมั่งคั่ง และใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในปกครองกัมพูชา
หลังกัมพูชาส่ง ‘เฉิน จื้อ’ ให้รัฐบาลจีน และตามมาด้วยการเดินทางเยือนกัมพูชาของ ‘หลิว จง อี้’ พร้อมๆกับข่าวที่มีออกมาว่า ‘เฉิน จื้อ’ คายความลับทั้งหมดที่เกิดขึ้น
สถานการณ์ ไทย-กัมพูชา บนผิวน้ำอาจจะดูราบเรียบ แต่ใต้น้ำนี่ไหลลึก ไหลแรงและไหลเร็วอย่างน่าสนใจ
แค่มีเหตุปะทะ แค่นี้ก็น่าจะส่งผลต่อการเลือกตั้ง ไม่ถึงขั้น ‘ไม่มี’ เลือกตั้ง แต่น่าจะทำให้สถานการณ์ทางการเมืองภายในเปลี่ยนแปลงไป
นับแต่ยุค ‘เขมรแดง’ กรณี ‘ข้อพิพาท’ เขาพระวิหาร ก็มีครั้งนี้นี่แหละ ที่รัฐบาลไทย เอาเรื่อง ‘ผู้นำกัมพูชา’ ถึงขั้นดำเนินคดี ‘ผมไม่มีลุง ไม่ต้องเกรงใจใคร’ อนุทิน ปราศรัยไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
จนป่านนี้ ‘เสียงยังดังอยู่ในหัวอยู่เลย’




