เรื่องมันมีอยู่ว่า หา‘นายกฯ’ที่‘เหมาะสม’ไม่ได้ สัญญาณ‘อันตราย’การเมือง น้ำท่วมกรุงพิสูจน์‘น้ำยา’ครม.หนู ส่องโปรเจกต์‘พยากรณ์’ไชยชนก

29 ก.ย. 2569 - 10:44

  • กระแสการเมืองยังอึมครึม ผลงานรัฐบาลไม่เข้าเป้า

  • ผลจากนิด้า โพล ‘ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้’ สูงขึ้นต่อเนื่อง

  • ข้อดีของน้ำท่วมครั้งนี้ รัฐบาลจะได้มีเหตุผลในการใช้งบทำโครงการใหม่

เรื่องมันมีอยู่ว่า หา‘นายกฯ’ที่‘เหมาะสม’ไม่ได้ สัญญาณ‘อันตราย’การเมือง น้ำท่วมกรุงพิสูจน์‘น้ำยา’ครม.หนู ส่องโปรเจกต์‘พยากรณ์’ไชยชนก

เรื่องมันมีอยู่ว่า   แม้ว่าจะได้ข้อสรุปสุดท้ายว่าการเลือกตั้งครั้งล่าสุด ยังเป็นความลับ และไม่เป็นโมฆะ รัฐบาลยังบริหารประเทศต่อไป  แต่ผลสำรวจของนิด้า โพล ความเห็น‘ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้’ สูงขึ้นต่อเนื่อง<>กรมอุตุนิยมวิทยา ตกเป็นจำเลยของน้ำท่วมครั้งนี้ ตามมาด้วยรัฐบาล แต่รัฐบาลมองวิกฤตเป็นโอกาสในการผลักดันโครงการพยากรณ์อากาศแบบใหม่ จากกระทรวงของ‘ลูกนก’ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

หา‘นายกฯ’ที่‘เหมาะสม’ไม่ได้

สัญญาณ‘อันตราย’การเมือง

‘ผูกพันทุกองค์กร’สำหรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี‘บาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ค’คดีนี้ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องหลังได้รับการร้องเรียนตามมาตรา 213 กรณีกกต.จัดการเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่กำหนดให้บัตรเลือกตั้งมี ‘บาร์โค้ด’ และ‘คิวอาร์โค้ด’ส่อทำให้การเลือกตั้งไม่เป็น‘ความลับ’ และมีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ

สรุปว่า การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์นั้น ‘ยังลับ  ไม่โมฆะ’ และชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แต่‘ช่วงหนึ่ง’ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่า การออกเสียงเลือกตั้งโดยตรงและโดยลับ ตามมาตรา 84 วรรค2และมาตรา 85 วรรค1 นั้นหมายถึง ‘ความลับแบบมีเงื่อนไข’ และจากข้อมูลรับฟังได้ว่า การใช้‘คิวอาร์โค้ด’ไม่สามารถเชื่อมโยงไปถึงผู้ลงคะแนนเสียงได้ ส่วนการใช้ ‘รหัสแท่ง’หรือ‘บาร์โค้ด’บนบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อนั้นไม่มีปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญมาตรา 50 (7) มาตรา 83 วรรค2และมาตรา 85 วรรค 1

แต่‘ปมสำคัญ’อยู่ตรงที่ศาลระบุว่า

‘เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการจัดการเลือกตั้งที่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ควร‘กำหนด’รูปแบบการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้ง โดย ‘คำนึงถึง’ มาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรหรือป้องกันการทุจริตการเลือกตั้ง โดย‘ไม่ใช้เครื่องหมาย’ หรือ ‘สัญลักษณ์ใด’ บนบัตรเลือกตั้งที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลที่ระบุตัวตนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งและผลการออกเสียงลงคะแนนอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น’

ถือว่าได้ข้อสรุปที่ชัดเจนหลังผ่านการเลือกตั้งมานาน 7 เดือน ถือว่า‘สภาผู้แทนฯ’ยังอยู่และรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ยังทำหน้าที่ ‘บริหารประเทศ’ ต่อไป

ผลสำรวจของ นิด้า โพล คะแนนในหัวหข้อ ‘ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้’ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง
ผลสำรวจของ นิด้า โพล คะแนนในหัวหข้อ ‘ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้’ในเก้าอี้นายกรัฐมนตรี ขยับสูงขึ้นต่อเนื่อง

ขณะที่เมื่อวันที่  27 กันยายนที่ผ่านมา‘นิด้าโพล’ ของสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)เผยผลสำรวจ ‘คะแนนนิยมทางการเมืองรายไตรมาส ครั้งที่ 3/2569’ ระหว่างวันที่ 18-23 กันยายน 2,500 หน่วยตัวอย่างหัวข้อ นายกฯคนต่อไป พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 24.72 ระบุว่าเป็น นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (พรรคประชาชน)

อันดับ 2 ร้อยละ 19.80 ระบุว่า ยังหาคนที่เหมาะสมไม่ได้

อันดับ 3 ร้อยละ 13.76 ระบุว่าเป็น นายอนุทิน ชาญวีรกูล (พรรคภูมิใจไทย)

อันดับ 4 ร้อยละ 11.28 ระบุว่าเป็น นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ (พรรคเพื่อไทย)

อันดับ 5 ร้อยละ 9.60 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ (พรรคประชาธิปัตย์)

ขณะที่หัวข้อ ‘พรรคการเมือง’ที่ประชาชนสนับสนุน พบว่า

อันดับ 1 ร้อยละ 35.40 ระบุว่าเป็น พรรคประชาชน

อันดับ 2 ร้อยละ 18.44 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อไทย

อันดับ 3 ร้อยละ 12.08 ระบุว่าเป็น พรรคภูมิใจไทย

อันดับ 4 ร้อยละ 9.80 ระบุว่าเป็น พรรคประชาธิปัตย์

อันดับ 5 ร้อยละ 7.64 ระบุว่า ยังหาพรรคการเมืองที่เหมาะสมไม่ได้

หากดู ‘นิด้าโพล’ ทั้ง 3 ไตรมาสจะพบว่า ทั้งคนทั้งพรรค คะแนนความนิยม ‘ลดลง’ ทั้งสิ้น ในช่วง7เดือนหลังเลือกตั้ง ที่น่าสนใจคือ ยิ่งนับวันคะแนนของ ‘ยังหาผู้ที่เหมาะสมไม่ได้’ในเก้าอี้ นายกรัฐมนตรี เริ่ม ‘ขยับสูงขึ้น’ ตามลำดับ

มีหลาย ‘เหตุผล’ ประกอบกัน แต่ 1ในนั้นคือ ผลงานของ ‘นายกฯหนู’ ยังไม่‘เข้าตา’ ขณะสภาพ การเมืองโดยรวม สร้างความเบื่อหน่ายให้ประชาชนขึ้นเรื่อยๆ  และ ‘ตัวเลือก’ ที่มีอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ ผู้คนเริ่ม ‘ปฎิเสธ’

ทั้งหมดกำลังจะบอกว่า ‘วิกฤตนายกฯ’ กำลังก่อตัว และกำลังไปถึง‘จุด’ ที่ว่า คนเก่า แต่คนใหม่เป็นใครยังไม่รู้

เป็น ‘สัญญาณการเมือง’ ที่ไม่ดีเอาซะเลย

<<<<<>>>>> 

น้ำท่วมกรุงพิสูจน์‘น้ำยา’ครม.หนู

ส่องโปรเจกต์‘พยากรณ์’ไชยชนก

ถูกแล้วที่รัฐบาลประกาศให้ 28-29 กันยายนเป็น‘วันหยุดพิเศษ’ ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อลดความแตกตื่นและเข้าควบคุมสถานการณ์หลัง ‘น้ำท่วมพลัส’ จนทำให้ฝั่งตะวันออกของกทม.กลายเป็น ‘อัมพาต’

ปัญหาเฉพาะหน้าเร่งด่วนคือการเข้าช่วยเหลือในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย นั่นแหละคือ‘เจ้าภาพ’ขณะที่ กทม.โดย ‘ชัชชาติ สิทธิพันธุ์’  ผู้ว่าฯกทม.สมัย 2 นั้นมีหน้าที่สำคัญคือ ‘เร่งการระบายน้ำ’

ขณะมาตรการ ‘เยียวยา’ ในเรื่องเงินค่าน้ำท่วมไปจนถึงการฟื้นฟู‘บ้านเรือนชุมชน’ จะตามมา และจะต้องทำ‘รวดเร็ว ทั่วถึง เท่าเทียม’ จุดนี้จะชี้ชะตาการเมืองของรัฐบาล อนุทิน โดยแท้ รวมไปถึงการเรียกความเชื่อมั่น หลังเสียโอกาสทางเศรษฐกิจไปหลายหมื่นล้านบาท โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวในช่วง ‘โกลเด้นวีค’  และจะตามด้วยการประชุม ‘เวิลด์แบงค์’ ในกลางเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ที่ประเทศไทยเป็นภาพ

แต่ที่กำลังพูดถึงกัน ซึ่งเอาเข้าจริงๆน่าจะเป็น‘ความสำคัญลำดับรอง’ คือแนวทางในการแก้ไขปัญหาทั้ง ‘ระยะกลาง’ และ ‘ระยะยาว’  กรณี โครงการ ‘ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย’  ถ้าจำได้ ‘นายกฯหนู’ พูดมาตั้งแต่ครั้งสมัย ‘หนู1’ เป็นโครงการระดับแสนล้านบาท เพื่อผันน้ำจากลุ่มเจ้าพระยาออกทะเล โดยไม่ผ่านกทม. ขณะที่โครงการ ‘เจ้าพระยา2’ ที่เริ่มไว้สมัย ‘ลุงตู่’ ในปี2560 หลังน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 เพื่อเพิ่มศักยภาพการระบายน้ำของเจ้าพระยาก็คืบหน้าไปตามลำดับ

แต่จู่ๆ ก็มีโครงการที่น่าจะมาพร้อมๆกับฝน คือโครงการของ ‘กรมอุตุนิยมวิทยา’ ภายใต้การดูแลของกระทรวงดีอี ที่มี ‘ลูกนก’ ไชยชนก ชิดชอบ ‘ผลักดัน’ ที่เรียกว่าโครงการ Tomorrow.io วงเงิน 497 ล้านบาท ‘นัย’ ว่าเพื่อยกระดับการพยากรณ์อากาศของประเทศไทย ว่ากันว่าเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่ NASA และกองทัพสหรัฐใช้งาน หวัง‘เพิ่ม’ ความแม่นยำในการพยากรณ์อากาศ ชนิด‘ละเอียด’ถึงระดับ‘ตำบล’ และสามารถแจ้งเตือนภัยได้ล่วงหน้า

รมต.ไชยชนก ระบุว่า โครงการ Tomorrow.io เริ่ม‘นำร่อง’  3 เดือน เมื่อธันวาคม2568–กุมภาพันธ์2569 ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งผลการทดสอบทำให้เห็นศักยภาพของข้อมูลสภาพอากาศ แนวทางนี้เปิดทางไปสู่ ‘พยากรณ์อากาศส่วนบุคคล’ เพราะผู้ใช้งานแต่ละกลุ่มต้องการข้อมูลแตกต่างกัน เกษตรกรต้องการรู้ปริมาณฝนในพื้นที่เพาะปลูก ผู้ประกอบการขนส่งต้องการข้อมูลตามเส้นทาง ขณะที่ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงต้องการรู้ว่าฝนจะตกหนักเมื่อใด และมีโอกาสเกิดน้ำท่วมหรือไม่

มีรายงานว่า Tomorrow.io เดิมชื่อ ClimaCell เป็นบริษัทเทคโนโลยีด้านสภาพอากาศของสหรัฐ มีผู้ก่อตั้ง 3 คนเป็นชาวอิสราเอล และมีภูมิหลังจากกองทัพอิสราเอล

ไอเดียในการก่อตั้งบริษัทเกิดขึ้นจากประสบการณ์ในกองทัพที่พบปัญหาความล้มเหลวของภารกิจจากสภาพอากาศที่ไม่แม่นยำ ปัจจุบันมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองบอสตัน รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐ แต่ศูนย์วิจัยและพัฒนาอยู่ในเมืองเทลอาวีฟ ประเทศอิสราเอล ซึ่งเป็นฐานปฏิบัติการหลักด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยี

คำถามสำคัญคือ การที่‘เจ้าของและผู้ให้บริการ’ที่เป็น ‘อิสราเอล’ รวมไปถึง ‘การเข้าถึงข้อมูล’ต่างๆ ที่จะ‘สุ่มเสี่ยง’ ด้านความมั่นคงในอนาคตหรือไม่

งานเข้าอีกแล้ว สำหรับ ‘ลูกนก’ ของ ‘พ่อเน’

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์