เรื่องมันมีอยู่ว่า การเมืองว่ากันด้วยเรื่องงูเห่า ช่วงชิงจังหวะเพื่อความได้เปรียบ การประลองกำลังระหว่างเขี้ยวจากพะเยากับงาบุรีรัมย์ ของใครแรงกว่ากัน<> สมศักดิ์ เทพสุทิน นักการเมืองที่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีมามากกว่า 10 กระทรวงตั้งแต่เริ่มเล่นการเมือง และไม่สะดวกเป็นฝ่ายค้าน <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
นิทานการเมือง‘ผู้กองกับงูเห่า’
เขี้ยวพะเยาหรือจะสู้งาบุรีรัมย์
ว่าแล้ว!!! ว่าสักวันต้องมาถึง
‘สักวันต้องมาถึงที่ว่านั้น’ คือวันที่ทุกคนรอดูว่าเมื่อไหร่ ‘หมองู’จะต้องตายเพราะ ‘งู’ แม้เวลานี้การเมืองจะเข้าสู่ยุค ‘สีน้ำเงิน’ครองเมืองที่แม้จะมาด้วยเสียง‘ท่วม ๆ’ แต่การมี ‘แผน2’ ไว้รองรับย่อมต้องดีกว่า ‘ไม่มีอะไร ไม่ใช่หรือ’
เชื่อเหลือเกินว่า ถ้าพูดถึง ‘งู’ ผู้คนทั่วไปย่อมรู้จัก บ้านโคกสง่า อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ที่นี่‘ทุกบ้านเลี้ยงงูจงอาง’ไม่ต่างอะไรกับ ‘สัตว์เลี้ยง’ ที่นี่มีผู้คนเดินทางไปดู ‘โชว์งู’ จนโด่งดังไปทั่วโลก
ในวงการงูใครก็ตามที่ ‘ชำนาญ’ การเลี้ยงงูจะถูกยกให้เป็น ‘หมองู’ และบ่อยครั้งเรามักจะได้ยินข่าวว่า ‘หมองู’ นั้นตายเพราะงูที่เลี้ยงนั่นแหละ ‘กัดตาย’
ในทางการเมือง มีไม่กี่คนกระมังที่ถูกเรียกว่า ‘หมองู’ 1 ในนั้นน่าจะเป็นคนแถว ‘กว๊านพะเยา’ ก็เพราะเจ้าตัวครั้งหนึ่งเคยประกาศเองว่าเป็นเจ้าของ ‘ฟาร์มงูเห่า’ แถมบอกเคล็ดลับความสำเร็จอีกว่า ‘งูเห่า’ ที่เลี้ยงจนเชื่องอยู่นั้น ชอบกิน ‘กล้วย’
ปรากฏการณ์ ‘รวมรัฐบาล’ รอบนี้ ‘ทำไป-ทำมา-ทำท่า’ จะเข้าตำรา ‘หมองูตายเพราะงู’ ซะนี่กระมัง ด้วยเพราะการก่อเกิดกำเนิดขึ้นมาของพรรคการเมืองพรรคหนึ่งนั้นส่วนใหญ่ ‘ซื้อมา’ จากฟาร์มอื่นทั้งนั้น
รอบนี้ ‘อาจจะ’ ไม่เกิดอะไรขึ้นให้เห็น แต่หากมีการ ‘เล่นแรง’ กันขึ้นมาเมื่อไหร่แล้วหล่ะก้อ ‘หมองู’ มีสิทธิ์ ‘ตายคาเวที’แสดงโชว์ได้ทุกเมื่อ
ยากจะปฎิเสธว่า ‘พรรคกล้าธรรม’ ของ ‘ผู้กองยอดรัก’ นั้นเกิดขึ้นจากการรวมตัวของนักการเมือง ‘ผู้ถนัดเป็นรัฐบาล’ มากกว่าที่จะเป็น ‘ฝ่ายค้าน’

ล่าสุดการร่วมรัฐบาลมาสะดุดหยุดลงเพราะมี ‘เงื่อนไข’ สำคัญบางอย่างที่ไม่อาจตกลงกันได้ แต่เงื่อนไขนั้นเป็นเรื่อง ‘ตัวบุคคล’ ที่คนในพรรคไม่เกี่ยวข้องอะไรด้วยแล้ว จึงย่อมเป็นของธรรมดาที่ ‘ทัศนะ’ ทางการเมืองจะเริ่มแตกต่าง
ที่สำคัญรอบนี้ ไม่ใช่มีแค่ ‘งูเห่า’ แต่ในพรรคดันมีพญางูอย่าง ‘งูจงอาง’ ร่วมอยู่ในนั้น ว่ากันว่าไร่สัปปะรดแถวเมืองประจวบ กับสวนยางแถวจ.สงขลา นั้น ‘งูจงอาง’ ชุกชุม
ยังไม่ได้เห็นในเร็ววันนี้ แต่แค่ที่ได้ยินมาก็ร้อง ‘ฮือ’ กันออกมาแล้ว พร้อมๆกับคำอุทานพร้อมกันว่า
‘กูว่าแล้ว’
งานนี้ ‘เขี้ยวลากดิน’ แถวภาคเหนือ หรือจะ ‘สู้งายาว 5 ศอก’ แถวอีสานใต้ได้ 555
<<<<<>>>>>
‘สมศักดิ์’รัฐมนตรี‘ตลอดกาล’
ศิษย์ก้นกุฏิ‘มนตรี พงษ์พานิช’
เล่นการเมืองตั้งแต่ปี 2526 ที่บ้านเกิด อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ในสังกัดพรรคกิจสังคม พรรคการเมืองซึ่งเป็น ‘มรดก’ การเมืองของ ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช อดีตนายกรัฐมนตรี ยุครุ่งเรือง ยุคสุดท้ายก่อนเกิดการล่มสลายของพรรคกิจสังคมนั้นมี ‘เสี่ยหมึก’ หรือมนตรี พงษ์พานิช สส.พระนครศรีอยุธยา เป็นหัวหน้า และมี‘ลูกศิษย์’ ก้นกุฏิคนสำคัญชื่อว่า สมศักดิ์ เทพสุทิน
ว่ากันว่าพรรคกิจสังคมโดยเฉพาะ ‘หัวหน้าพรรค’ อย่างมนตรี นั้นมีวิชา ‘จมูกมด’ จนสื่อบางสำนักยกให้เป็น ‘มดการเมือง’
ขึ้นชื่อว่า ‘มด’ ย่อมจะรู้ก่อนใครเพื่อนว่า ‘น้ำตาล’ นั้นอยู่ที่ไหน เล่นการเมืองก็เช่นกัน ‘อ่านออกมองขาด’ ทันทีว่า ‘ฝ่ายไหน’ จะเป็นรัฐบาล
เหมือน ‘สมศักดิ์’ จะได้รับการถ่ายทอด ‘สุดยอด’ เคล็ดวิชาการเมืองนี้มา เพราะเริ่มนั่งเก้าอี้รัฐมนตรีเรื่อยมาตั้งแต่รัฐบาลพลเอกสุจินดา คราประยูร ผ่านมาหมดทั้ง ‘ช่วยว่าการ,ว่าการ,รองนายก’
สมศักดิ์ นั่งเก้าอี้เสนาบดีมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสาธารณสุข,อุตสาหกรรม,คมนาคม,เกษตรและสหกรณ์,ท่องเที่ยวและกีฬา,แรงงาน,ยุติธรรม
และถ้านับช่วง ‘เว้นวรรค 5 ปี’ที่สมศักดิ์ ดัน ‘คนนอนเตียงเดียวกัน’ อย่าง อนงค์วรรณ เทพสุทิน นั่งรมว.ทรัพยากรธรรมชาติด้วยแล้ว ก็นับได้ร่วม 10 กระทรวง บางกระทรวง ‘นั่งซ้ำ’ บางกระทรวง ‘เคยนั่ง’ ทั้ง ‘ช่วยว่าการ’ นั่งทั้ง ‘ว่าการ’

เหตุที่มี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ มาเป็น ‘คู่หู’ ก็เพราะ ‘สุริยะ’ นั้นก็เริ่มต้นทางการเมืองที่พรรคกิจสังคมเช่นกัน และแน่นอนว่า ‘สุริยะ’ ก็ประเดิมนั่งเก้าอี้ รมช.อุตสาหกรรม ก็สมัยสังกัด ‘กิจสังคม’นี่แหละ
วงในการเมืองบอกว่า ‘สุดยอดเคล็ดวิชา’ ที่ได้รับการถ่ายทอดมานั้น มี ‘ท่าไม้ตาย’ ท่าหนึ่งที่เรียกว่า ‘ฝ่ามืออรหันต์’ ที่ว่ากันว่า ‘สยบ’ มาแล้วสารพัดโครงการ หายสงสัยกันแล้วนะ จบข่าว




