เรื่องมันมีอยู่ <>พรรคกล้าธรรมเวลานี้ ก็มี สส.ไหลเข้ามาเป็นระรอกคลื่น แต่ผู้กองธรรมนัส ประธานปรึกษาพรรคยังลังเลว่าจะลงชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรีหรือไม่<>กกต.เล่นบทเข้ม สกัดนโยบายหาเสียง ประชานิยม เหลวไหล เพ้อฝัน จะถูกสกัดออก ไม่ให้เข้าข่ายละเมิดกฎหมายเลือกตั้ง <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘กล้าทำ’แล้วไฉนถึงไม่‘กล้าโชว์’
ไม่ขาย‘ผู้กอง’แล้วจะขายใคร
ถ้าพรรคภูมิใจไทยเกิดปรากฏการณ์ ‘หัวกะไดฉ่ำ’ พรรคกล้าธรรม ที่มี ‘ผู้กองยอดรัก’ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ผู้นำทางจิตวิญญาณ และเป็น ‘หมอตำแย’ทำคลอดพรรคกล้าธรรมมาเองกับมือก็คงจะอยู่ในสภาพ ‘หัวกะไดฉ่ำ’ ไม่ต่างกัน
แม้จะยังไม่เปิดตัว ‘ขุมกำลัง’ อย่างเป็นทางการ แต่ก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า ‘ผู้กองยอดรัก’ ต้องมีอะไร ‘ดึงดูด’ ซักอย่าง ไม่อย่างนั้นบรรดานักการเมือง ‘น้อยใหญ่ ใหม่เก่า’จากทั่วทุกสารทิศจะ ‘ตบเท้า’ เข้าสังกัด สวมแจ็คเก็ต ‘สีเขียว’ กับคึกคัก
กลุ่ม ‘เพื่อนต่อ’ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ก็มาตามนัด กลุ่ม 3 จังหวัดใต้ที่นำทีมโดย ‘นัจมุดดิน อุมา’ ก็มาแล้ว ยังไม่นับพวก ‘นกแล’ ที่มากันแทบทุกวัน
ส่วน ‘แคนดิเดต’ นายกรัฐมนตรีในนามพรรคกล้าธรรม กับนโยบายหาเสียงนั้น ‘ยังอุบไว้ก่อน’
วันก่อน นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ‘แง้ม’ ออกมาว่า
‘ทางพรรคยังไม่ได้คุยกัน ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมี ร.อ.ธรรมนัส เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอันดับ 1 ส่วนจะเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน ส่วนเรื่องที่จะส่งแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีครบทั้ง 3 คนหรือไม่ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมือง คิดว่าคงไม่ได้ซีเรียสขนาดนั้น ดูที่ความเหมาะสมมากกว่า’
แต่ล่าสุด ‘ว่าที่แคนดิเดตนายกฯ’ในมุมมองของ หัวหน้านฤมล อย่าง ร.อ.ธรรมนัส ออกมาระบุเองว่า
‘นฤมลพูดไปก่อน เดี๋ยวก็ต้องมานั่งคุยกัน ทำตามระบบพรรค’
‘ยังมีผู้หลักผู้ใหญ่ที่ยังไม่เป็นข่าวจะเข้ามาอีกหลายคน ต้องรอกันก่อน ก็เป็นนักการเมืองอยู่’
เหมือน ‘ผู้กองยอดรัก’ จะบอกว่า กำลังจะมี ‘ผู้ใหญ่’ มาเป็นแคนดิเดตของพรรค แต่ ‘น่าสนใจ’คือ ร.อ.ธรรมนัส ไม่ปฎิเสธว่าจะมีชื่อเป็น ‘1 ใน 3’ หรือไม่
‘ก็อย่างที่เห็น เราเป็นพรรคทำงาน ไม่ต้องพูดมาก ต้องดูผลงาน กล้าพูดได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าสิ่งที่ผ่านมาแม้ว่าจะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองนายกฯ ได้ไม่กี่เดือน ก็อย่างที่เห็นว่าผมทำงานอย่างไร’
น้ำท่วมหาดใหญ่ ปัญหาการจัดซีเกมส์ครั้งที่ 33 เรื่อยไปจนภาพใกล้ชิด เหมือน ‘คบค้าสมาคม’ กับเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ‘คนดัง’ในโลกสแกมเมอร์ ของ‘ผู้กองยอดรัก’น่าจะเป็น ‘ภาพจำ’ในช่วงการทำหน้าที่ ‘กองหนุน’รัฐบาลเสียงข้างน้อยพรรคภูมิใจไทย
ถึงชั่วโมงนี้ พรรคกล้าธรรม ถ้าไม่ขาย ‘ผู้กอง’ ผู้กล้าทำ แล้วจะขายใคร ในเมื่อ ไม้จิ้มฟันยันเรือรบ ‘ผู้กอง’ ทั้งนั้นที่ ‘จัดให้’
<<<<<>>>>>
กกต.โชว์สั่งสแกน‘นโยบายหาเสียง’
สกัด‘ประชานิยม’เหลวไหล-เฟ้อฝัน
มี 3 ประเด็นออกมาจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ซึ่งแต่ละประเด็น ‘ชวนติดตาม’ ยิ่งนัก ประเด็นแรกคือมี ‘แนวโน้มสูง’ ที่จะทำประชามติ ‘วันเดียว’ กับวันเลือกตั้ง พูดง่าย ๆ ก็คือ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จะมี ‘บัตร 3’ให้ประชาชนผู้สิทธิเลือกตั้ง ‘ตัดสินใจ’
ประเด็นต่อมาคือ แผนการเลือกตั้งพิเศษในพื้นที่ 7 จังหวัดชายแดนไทย-กัมพูชา ส่วนประเด็นที่ 3คือ ‘ท่าทีใหม่’ ก่อนที่จะเกิดปัญหานั่นคือ การตรวจสอบนโยบายหาเสียงของพรรคการเมือง ที่ต้องทำได้จริง ไม่ ‘เพ้อเจ้อ-ขายฝัน-หลอกลวง-เลื่อนลอย’
ใน‘ข้อสรุป’ประชามตินั้น กกต.พร้อม แต่ปัญหาคือควรต้องให้ ครม.เป็น ‘สารตั้งต้น’โดยเฉพาะ ‘คำถาม’ในการทำประชามติ ซึ่งเป็น ‘หัวใจสำคัญ’ ในการได้มาซึ่งคำตอบของว่า สังคมคิดอย่างไรก็การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘ทั้งฉบับ’ กันแน่
ส่วนแผน ‘การเลือกตั้งพิเศษ’ ในพื้นที่ 7 จังหวัด ชายแดนไทยกัมพูชานั้น ‘ยังไม่ชัด’ ว่าจะทำอย่างไร แต่น่าเชื่อว่าเป็น ‘แผน 2’หากสถานการณ์ยังไม่ ‘คลี่คลาย’ สะท้อนถึงความไม่แน่นอนในการจัดการเลือกตั้ง แม้ฝ่ายการเมืองฝ่ายกองทัพจะเสียงดังฟังขัดว่า ‘ขอเวลาอีกไม่นาน’
แต่ดูจะน่าสนใจ แม้จะไม่ใหม่ แต่ที่ผ่านเหมือน กกต.จะเป็น ‘ตั้งรับ’ มากกว่าที่ ‘แอคชั่น’ เหมือนอย่างที่กำลังเกิดขึ้น
เห็นราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศ กกต.‘เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการตรวจสอบนโยบายที่ต้องใช้จ่ายเงินของพรรคการเมืองที่ใช้ในการประกาศโฆษณา พ.ศ. 2568’ หรือที่เรียกว่า ‘นโยบายประชานิยม’ ซึ่ง ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธานกกต.ได้ลงนามเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ที่ผ่านมา

สาระสำคัญ นอกจากจะกำหนดให้นโยบายของพรรคการเมืองที่จะใช้ในการโฆษณาหาเสียงต้องคำนึงถึงความเห็นสมาชิกพรรคแล้ว ต้องมีการระบุถึง ‘วงเงิน’ ที่จะใช้ ที่มาของเงินที่จะใช้ในการดำเนินการ ความคุ้มค่าประโยชน์ ผลกระทบและความเสี่ยงในการดำเนินนโยบายตามที่มาตรา 57 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 กำหนด ‘ที่สำคัญ’ กำหนดเวลาให้พรรคการเมืองต้องรายงานนโยบายดังกล่าวต่อกกต.ก่อนวันเลือกตั้งไม่น้อยกว่า 20 วัน
นอกจากนี้ กกต.สามารถตั้ง ‘คณะกรรมการตรวจสอบขึ้นชุดหนึ่ง’ มีหน้าที่ตรวจสอบ เรียกเอกสารหลักฐาน หรือให้พรรคการเมือง‘ชี้แจง’เพื่อประกอบการพิจารณาและกรณีที่พรรคการเมืองยังดำเนินการไม่ครบถ้วนถูกต้องคณะกรรมการตรวจสอบก็สามารถเสนอต่อกกต.ให้สั่งพรรคการเมืองดำเนินการให้ครบถ้วนถูกต้องภายใน ‘เวลาที่กำหนด’
รวมทั้งเมื่อตรวจสอบแล้ว สามารถมีข้อเสนอแนะ หรือข้อสังเกตต่อนโยบายของพรรคการเมือง เพื่อประกอบการพิจารณาของกกต.ได้ และเมื่อกกต. ได้รับรายงานก็ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว พร้อมเผยแพร่ให้ประชาชนทราบ
ตามมาตรา 74 ของพ.ร.ป.พรรคการเมือง 2560 กำหนดโทษกรณีพรรคการเมืองใดไม่ทำรายการให้ครบถ้วน กกต.จะสั่งให้ดำเนินการจัดทำรายการให้ครบถ้วนและถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนดหากไม่ดำเนินการต้องระวาง‘โทษปรับ’ไม่เกิน 500,000 บาทและปรับอีกวันละ 10,000 บาทตลอดระยะเวลาที่ยังไม่ปฏิบัติให้ถูกต้องตามมาตรา 121 ของกฎหมายเดียวกัน
ไอ้ประเภท แจกเงินหมื่น,รถไฟฟ้า20 บาท,รถเมล์ 10 บาท,เงินเดือนปริญญาตรี, ค่าแรงขั้นต่ำ,แจกคนแก่ถ้วนหน้าคนละ3,000บาท,ตัดงบประมาณกองทัพ,งบข้าราชการทั่วประเทศ ฯลฯ จะได้ถูก ‘กลั่นกรอง’ระดับหนึ่ง ก่อนที่จะได้ตัดสินใจกันเลือก ‘อนาคต’ของประเทศชาติบ้านเมือง
พวกนโยบายเหลวไหล เพ้อเจ้อ เฟ้อฝัน หลอกหลวง ไร้ความผิดชอบ ‘กกต.’อย่าปล่อยให้‘เพ่นพ่านพ่นน้ำลาย’เป็นอันขาด




