เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘คลองหลอด’สีน้ำเงินเข้ม‘คลั่ก’ ตามแบบบุรีรัมย์ ‘เมืองหลวง’สว. ‘ฝุ่นตลบ’กกต.ยังไม่ฟัน‘ฮั้วสว.’ ฉงน‘หมอชลน่าน’ขึ้นเวที‘ค้าน’

26 ส.ค. 2569 - 07:22

  • ภาพรวมการโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทยครั้งล่าสุด

  • จากที่เคยเป็นสีน้ำเงินธรรมดา กลายเป็นสีน้ำเงินเข้มข้น

  • กกต.ยังอึมครึมเรื่องลงมติคดีฮั้ว สว.

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘คลองหลอด’สีน้ำเงินเข้ม‘คลั่ก’ ตามแบบบุรีรัมย์ ‘เมืองหลวง’สว. ‘ฝุ่นตลบ’กกต.ยังไม่ฟัน‘ฮั้วสว.’ ฉงน‘หมอชลน่าน’ขึ้นเวที‘ค้าน’

เรื่องมันมีอยู่ว่า  การโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย  ได้ปรับเปลี่ยนเพิ่มดีกรีความเป็นสีน้ำเงินเข้มข้นอย่างเด่นชัด  ซ้ำรอยบุรีรัมย์ที่เป็นเมืองหลวงของ สว.<>กกต.ยังไม่ฟันธงเรื่องลงมติคดีฮั้ว สว. ปล่อยให้เป็นปริศนาของสังคมต่อไป <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘คลองหลอด’สีน้ำเงินเข้ม‘คลั่ก’

ตามแบบบุรีรัมย์ ‘เมืองหลวง’สว.

มี ‘4จุดน่าสนใจ’ และน่าจะสะท้อนว่า การแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงคลองหลอดรอบล่าสุด นั้นไม่ใช่การ ‘ล้างคลอง’ อย่างที่คาด แต่น่าจะเป็นการ‘ประนอมอำนาจ’ กันซะมากกว่า ดูกันตรงนี้

1.การย้าย‘อธิบดีเซมเบ้’ นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร อดีตผู้ว่าฯ ภูเก็ต ที่เจอศึก ‘ซีฟู้ด’ โดนโยกเข้ากรุ มท. นั่ง รองปลัดมท. และถูกให้ไปนั่งรักษาการอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น(สถ.) เพื่อสางเผือกร้อนโกงสอบท้องถิ่นไปนั่ง อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.)

2.ตั้ง ‘ปิยะ ปิจนำ’ ผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ขึ้นอธิบดี สถ. แทน  โดยปิยะเคยเป็น 1ในคณะทำงานของ ‘ศักดิ์สยาม ชิดชอบ’ ขณะเป็น ปธ.คณะทำงานชวรัตน์ ชาญวีรกูล เมื่อครั้งเป็นรมว.มหาดไทย

3.การตั้ง ‘เอกวิทย์ มีเพียร’  จากผู้ว่าฯปทุมธานี  ย้ายระนาบไปเป็นผู้ว่าฯ บุรีรัมย์ ซึ่งเอกวิทย์ เป็นเพื่อนสิงห์ดำรุ่น 42 กับ ‘ปลัดป็อป-อรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์’  ปลัด มท. แก้ปัญหา’ปลาข้องเดียวกัน’ หลังมีกระแสข่าวว่าจะปลด ปลัดป็อปพ้นปลัด มท.

4.การตั้ง ‘สมชาย ลีหล้าน้อย’ ผู้ว่าฯ จ.นครศรีธรรมราช ขึ้นเป็น ‘อธิบดีกรมที่ดิน’ที่ต้องดูแล‘คดีเขากระโดง’ ตัวสมชายนั้นถูกมองว่าเป็นสายตรง ‘โกเกี๊ยะ’ หรือพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม

ว่ากันว่า‘คลองหลอด’ก่อนหน้านี้ว่าสีน้ำเงินแล้ว ตอนนี้ ‘สีน้ำเงินเข้ม’ ยิ่งกว่า

แต่ที่ดูจะเป็น ‘หนังบู๊’  ชนิดเลือดสาดน่าจะอยู่ที่ กระทรวงยุติธรรม ที่มี ‘บิ๊กรุท’ หรือ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ นั่งว่าการ มูลเหตก็มาจาก ‘ข้อมูลโทรศัพท์’ ที่ถูกแฉออกมา และเกี่ยวพันกับสว. และสส.ที่จ.อ่างทอง แต่งานนี้ ‘บิ๊กรุท’ ได้ทำการเปิดศึกกับ ‘ทนายอั๋น บุรีรัมย์’ ที่มีบทบาทเกาะติดเรื่องราวเฉพาะบุรีรัมย์ เป็นเป้าหลัก

แต่ยังไม่ทันข้ามคืนก็ถูกเอาคืนซึ่งจริงก็ข้อมูลเก่า แต่พอเอามาฉายในจังหวะที่ ‘คนอยากดู’ มันก็น่าสนใจขึ้นมา ก็อย่างที่รู้กัน ว่า ‘บิ๊กรุท’ นั้น ‘เมด อิน บุรีรัมย์’ เกิดและรับราชการที่นั่น ใกล้ชิดสนิทสนมกับใครนั้นไม่ต้องพูดถึง

พูดถึง บุรีรัมย์ ในภาคคดี‘ฮั้วสว.’ เดี๋ยวเร็วๆนี้คงมีการ‘ชำแหละ’ กันอีก หลังมีปฎิบัติการสัญจรไปที่จ.สตูลที่มี สว.6 คน จ.อ่างทองที่มีสว.6 คน จ.อำนาจเจริญที่มีสว.5 คน เพราะ บุรีรัมย์นั้นมี สว.ถึง 14 คน ‘มากที่สุดในประเทศ’

เดี๋ยวเรื่อง ‘พี่ดำ นักฟุตบอลอาวุโส’  และชาวคณะ จะกลับมา ‘ฉายอีกครั้ง’ ไม่เชื่อคอยดู

<<<<<>>>>>> 

‘ฝุ่นตลบ’กกต.ยังไม่ฟัน‘ฮั้วสว.’

ฉงน‘หมอชลน่าน’ขึ้นเวที‘ค้าน’

ตั้งเป็น ‘ข้อสังเกต’ ไว้แล้วว่า การที่มี‘รายงานข่าว’ ว่า ‘7 เสือกกต.’ จะลงมติ คดีฮั้วสว.ทั้ง 229 รายในวันที่ 28สิงหาคม นี้นั้นยังเป็นการ‘คาดการณ์’ล่าสุด สำนักงานกกต.เผยแพร่ข่าวประชาชนสัมพันธ์ ชี้แจงระบุว่า ข่าวดังกล่าว ‘ไม่เป็นความจริง’ กกต. อยู่ระหว่างพิจารณา และลงมติสำนวน สว. และขอให้ประชาชน ‘มั่นใจ’ ว่าการพิจารณาสำนวน สว. ดำเนินการด้วย ‘ความรอบคอบ โปร่งใส และยึดหลักกฎหมาย’ เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือ ของกระบวนการเลือกตั้ง และคุ้มครองเจตนารมณ์ของกฎหมายอย่างสูงสุด

เมื่อไม่ใช่วันที่ 28 สิงหาคม ก็น่าจะเป็นวันที่ 31สิงหาคม วันสุดท้ายปลายเดือนหรืออาจจะ ‘ซื้อเวลา’ ออกไปอีก หลังมีกระแสข่าวว่า ‘ไม่มี’ การระบุในกฎหมายว่า การพิจารณา‘สำนวนสว.’ ต้องทำภายใน 2 ปี

จะ ‘วันไหน’ ก็ตาม แต่ความน่าสนใจนั้นกลับไปอยู่ที่ ‘ฝ่ายค้าน’ ที่จะมีกิจกรรมการเมืองในวันเสาร์ที่ 29 สิงหาคมในหัวข้อ ‘การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น : ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ’  แถมใช้สถานที่อย่าง โรงแรมพลูแมน ซอยรางน้ำ‘จัดงาน’ ซะด้วย งานนี้ ‘หัวหน้ามาร์ค’ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะไปร่วมด้วย

หมอชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตรียมขึ้นเวทีเสวนาการเมืองของฝ่ายค้าน และจัดกันที่โรงแรมพูลแมน รางน้ำ ที่มั่นหลักของพรรคภูมิใจไทยเสียด้วย
หมอชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เตรียมขึ้นเวทีเสวนาการเมืองของฝ่ายค้าน และจัดกันที่โรงแรมพูลแมน รางน้ำ ที่มั่นหลักของพรรคภูมิใจไทยเสียด้วย

แต่ที่น่าสนใจกว่าคือการมาของขึ้นเวทีของ ‘หมอชนแก้ว ศรีน่าน’หรือ ‘หมอชลน่าน ศรีแก้ว’ อดีตสส.หลายสมัย จ.น่าน อดีตรมว.สาธารณสุข และอดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย

‘หมอชลน่าน’ เล่นการเมืองเป็นสส.ตั้งแต่เริ่มสร้างพรรคไทยรักไทย ไล่ไปพรรคพลังประชาชน จนมาเป็นพรรคเพื่อไทย บทบาทอันโดดเด่นคือ การเดินเกม‘ชนแก้ว’จนพรรคเพื่อไทยได้ นาย เศรษฐา ทวีสิน เป็นนายกฯ หมอชลน่านที่ขณะนั้นถูกวางตัวให้ทำหน้าที่ ‘ประธานสภา’ แต่เจ้าตัวต้องการบทบาทในฝ่ายบริหาร จึงได้นั่ง รมว.สาธารณสุข แต่ทำหน้าที่ ‘ช่วงสั้นๆ’ก็ถูกปรับเปลี่ยน ว่ากันว่า ครั้งนั้นเกิดจากการที่หมอเมืองน่านดันไป ‘ขัดใจ’คนระดับ ‘เจ๊ใหญ่’ในพรรค

การเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา จ.น่าน ไม่ใช่พื้นที่‘สีแดง’อีกต่อไป กลายเป็น ‘ส้ม 2 เขต’และ ‘เขียว 1เขต’ ส่วนตัว หมอชลน่านก็ ‘สอบตก’ อดเข้าสภา และไม่ค่อยจะมี ‘กิจกรรมการเมือง’ กับพรรคเพื่อไทยมากนัก ตำแหน่งแห่งหนก็ไม่มี ทั้งๆที่เคยเป็นถึง ‘หัวหน้าพรรค’

ฝ่ายค้าน ยังไงก็ต้องค้านรัฐบาล‘วันยันค่ำ’ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลที่ ‘เปิดหน้า’ ขึ้นเวทีฝ่ายค้าน มีหรือจะ ‘อวย’ รัฐบาล งานนี้จึงน่า ‘จับตา’ว่า ‘หมออกหัก’ จะ ‘ลากไส้’ พรรคสีน้ำเงิน ‘ฉ่ำ’ ขนาดไหน

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์