เรื่องมันมีอยู่ MOU 43-44 ที่จะจัดทำประชามติ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่เข้าใจหรือมีข้อมูลเพียงพอ แต่ต้องการให้ยกเลิก <> อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เขียนใบสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง หวังกลับมากู้วิกฤต ก่อนพรรคสูญพันธุ์ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘MOU 43-44’งงกันทั้งเมือง!!
‘ประชามติ’ทางออกจริงหรือ??
‘ปั่นไปไหน’ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต.ให้ ‘ไทม์ไลน์’ การเลือกตั้งทั่วไปกับการทำประชามติไว้ว่า หาก ‘ยุบสภา’ วันที่ 31มกราคม 2568 กกต. ต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 45-60วัน โดยน่าจะเกิดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม
ส่วนการทำ ‘ประชามติ’ ตามขั้นตอนระบุว่า ต้องภายใน90-120วัน ง่าย ๆ ก็คือ หากจะ‘กาบัตร’ 4 ใบ รัฐบาล ‘หนูไม่ง่อย’ ต้องประกาศทำประชามติภายในสิ้นปี 2568
ประชามติมี 2 เรื่อง เรื่องแรกเกี่ยวกับการจัดทำรธน.ฉบับใหม่ ที่จะ1 หรือ 2 คำถามก็อยู่ที่กระบวนการแก้ไข ม.256 แต่อีกเรื่องที่ดูจะเป็น ‘ปัญหา’ คือ การทำประชามติ ‘ยกเลิก’ MOU 43-44
สดๆร้อนๆ จาก ‘นิด้าโพล’ ระบุว่า ทั้ง MOU 43-44 ประชาชน ‘ไม่เข้าใจ’ กับ ‘ไม่ค่อยเข้าใจ’ รวมกันทะลุ 70% ทั้งนี้ ส่วนใหญ่สะท้อนว่าอยากที่จะเข้าใจทั้ง MOU43-44 ถึง65%
ที่สำคัญ 60% ระบุว่า ‘เห็นด้วย’ ที่จะให้มีการทำ ‘ประชามติ ยกเลิก’

ข้อถกเถียง ที่เกิดขึ้นในสังคมวันนี้ ‘น้ำหนัก’ ไปในทาง ‘ยกเลิก’ ซะมากกว่า แต่การ ‘ยกเลิก’ ด้วยการทำประชามติอย่างที่รัฐบาล เขียนไว้ในคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้น ‘เสียงส่วนใหญ่’ ไม่ค่อยจะเห็นด้วย
ข้อแรก หากมีการทำประชามติ จะต้องมีการสร้างความเข้าใจ ซึ่งอาจจะมีข้อมูลบางอย่างไป ‘เข้าทาง’ กัมพูชา
ข้อต่อมา ประชามติ4ใบนั้น ‘มากเกินไป’ ทั้งนี้ ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายบริหารนั้นมีอำนาจ ‘ยกเลิก’ ได้อยู่แล้ว ทำไมต้อง ‘ผลักภาระ’ ไปที่ประชาชน
ต้องยอมรับว่า การมาของรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ ‘สร้างเอกภาพ’ ระหว่างการเมืองกับกองทัพ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้เห็นมากว่า ‘2 ปี’ อนุทินเดินเข้ามา วันแรกๆก็ประกาศ ให้อำนาจ กองทัพ ‘จัดการชายแดน’ ล่าสุดก็ ‘เห็นชอบ’ สร้างรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา และกำลังจะเริ่ม ‘ผลักดัน’ ชาวกัมพูชาที่ ‘รุกล้ำ’ เข้ามาผืนดินประเทศไทยกลับออกไป
ส่วนเรื่องการจ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ ‘สู้รบ’ รัฐบาลอนุทิน ก็เร่งรัดการเบิกจ่าย พร้อมๆกับการยืนยันว่า เงินเยียวยา ‘จะถึงมือทุกบาททุกสตางค์’
ยังไม่นับบทบาท กระทรวงการต่างประเทศ ของ ‘พี่อ้วน’ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ที่ UN จนได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากคนในชาติ
เมื่อ 5 วันที่แล้ว นายกฯอนุทิน ‘แบะท่า’ ไว้น่าสนใจว่า
‘ส่วนตัวมองว่าควรจะเลิก แต่ทั้งนี้ต้องดูบริบทของ MOU 43-44 ว่ามีข้อกำหนดอย่างไร เพราะ MOU ทั้ง 2 ฉบับผ่านมานานแล้ว หากประเทศไทยไม่ได้ประโยชน์ก็ไม่ควรจะเก็บไว้ และตามปกติ MOU ไม่ได้มีความผูกพันเท่ากับ MOA หรือสัญญา’
‘MOU เป็นเรื่องของการทำความเข้าใจ หากไม่เข้าใจกันเมื่อไหร่ก็สามารถเลิกได้ จึงต้องรับฟังผู้รู้ในการพิจารณา การตัดสินใจในเรื่องนี้เป็นเรื่องของ ครม.สามารถ ตัดสินใจได้ ไม่ต้องรอถามความเห็นฝ่ายความมั่นคง’
‘เลิก’ นั้นเลิกแน่ แต่จะเลิกแบบ ‘เสียตังค์’ หรือจะเลิกด้วย ‘น้ำมือหนู’ ต้องตามดูกัน
<<<<<<>>>>>>>
อภิสิทธิ์‘กรอกใบสมัคร’เข้าปชป.
‘ดิ้นเฮือกสุดท้าย’หนี‘สูญพันธุ์?’
ถ้าเหมือน ‘ชาวบ้าน’ เขาคงไม่ใช่ สถาบันการเมืองที่ชื่อว่า ‘ประชาธิปัตย์’ ที่มีตรา ‘พระแม่ธรณีบีบมวยผม’ เป็นสัญลักษณ์และมี สโลแกนว่า ‘สัจจัง เว อมตะ วาจา’ หรือ ‘คำสัตย์แลเป็นวาจาไม่ตาย’ ที่การเลือก กก.บห.ในวันที่ 18 ตุลาคมที่จะถึงนี้ จะมี กกต.ของพรรคขึ้นดูแลจัดการ
การตบเท้าเข้าพรรคของบรรดา ‘เลือดเก่า’ มากหน้าหลายตา ทั้ง ‘คุณหญิงแอ๋ว’ หรือคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ,กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย,นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ,อัญชลี วาณิช เทพบุตร,สาธิต ปิตุเตชะ,สกลธี ภัททิยกุล
ภาพที่บรรดา ‘ศิษย์เก่า’ ยืนถือกระดาษพร้อมข้อความ ‘ขอสมัครเป็นสมาชิกพรรค’ นั้นก็เป็นเพราะเพจพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความระบุหลักเกณฑ์ผู้มีสิทธิ์เป็น องค์ประชุมใหญ่วิสามัญ ตามข้อบังคับข้อ 78 ที่ต้องเป็น ‘สมาชิกพรรค’ ก่อนการประชุมอย่างน้อย 15 วัน หมายความว่า หากใครจะมีสิทธิ์ ต้องเป็นสมาชิกพรรคก่อน ‘เที่ยงคืน’ วันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา เลยได้เห็นอดีตสมาชิกพรรค,ผู้สมัครรับเลือกตั้งยื่นใบสมัครสมาชิกภาพจำนวนมาก
ในจำนวนนี้ มี ‘เดอะมาร์ค’ หรือ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรคและว่าที่หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ‘รวมอยู่ด้วย’ แม้จะเดินกลับเข้าพรรค แต่ถึงวันนี้ก็ยังไม่ได้ยินจากปากเจ้าตัวเลยว่าจะลงชิงเก้าอี้ หัวหน้าพรรคหรือไม่ อะไรคือเหตุผลที่ อภิสิทธิ์ ไม่พูดออกมา ทั้งๆที่ ‘งานนี้’ แทบจะไร้คู่แข่ง
ว่ากันว่า การเลือก ‘กก.บห.’ รอบนี้ไม่ใช่การแข่งขันเหมือนที่ผ่านมา แต่น่าจะเกิดจากความ ‘เห็นพ้อง’ของคนในพรรคที่มี ‘เป้าหมาย’ เดียวกันที่จะฟื้นฟูให้ประชาธิปัตย์กลับเป็น ‘ทางเลือก’ อีกครั้งของสังคมไทย
การพา ประชาธิปัตย์ กลับมาเป็น ‘ทางเลือก’ ในเวลาที่ ‘จำกัด’ เช่นนี้ ถือเป็น ‘งานช้าง’ สำหรับอภิสิทธิ์และชาวคณะโดยแท้ เอาแค่ ‘ปักธง’ ในสนามกทม.ให้ได้ หลังจากเข้าป้ายมาที่ 3 ในสมัยการเลือกตั้ง 2 ครั้งที่ผ่านมาให้ได้ก็ถือเยี่ยมยอดแล้ว

การเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดในไม่เกิน 6 เดือนนับจากนี้ สำหรับ ประชาธิปัตย์ในยุค ‘อภิสิทธิ์รีเทิร์น’นั้น ไม่ใช่การแข่งขันเพื่อ ‘ชิงเก้าอี้’ นายกรัฐมนตรี แต่น่าจะเป็นการหนีการ ‘สูญพันธุ์’ ทางการเมืองซะมากกว่า
มี ‘คำถาม’ ตัวโตๆว่า การเมืองในยุคที่สังคมโซเชียลเร็วกว่าเสียงแบบนี้ อภิสิทธิ์ ยัง ‘ขายได้’ อยู่ใช่ไหม




