เรื่องมันมีอยู่ว่า จบการชี้แจงของ ป.ป.ช.เหตุผลการยกฟ้อง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณีขาดเจตนาปกปิดการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินปฏิบัติการเอาผิด กับ ป.ป.ช. ก็ตามมาทันที โดยเฉพาะในซีกพรรคประชาชน<>ย้อนที่มาโครงการศิลปินแห่งชาติ ศิลปะบนถนนการเมือง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
ตั้ง‘ไต่สวนอิสระ’ป.ป.ช.ส่อสะดุด
จับตา‘โสภณ ซารัมย์’ ด่านต่อไป
หลังป.ป.ช.ชี้แจงเหตุผล ‘การยกฟ้อง’ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ กรณี ‘ขาดเจตนา’ปกปิดการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน ‘จบลง’ ปฏิบัติการ ‘เอาผิด’ กับ ป.ป.ช. ก็เกิดขึ้นทันที
ฟัง พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ โฆษกพรรคประชาชน ที่ระบุว่า คำแถลงของ ป.ป.ช. ‘เข้าข่าย’เป็นเหตุอันควรสงสัยว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบจึงจะดำเนินการ 2 อย่าง คือ
1.ใช้สิทธิตาม ม.236 ของรัฐธรรมนูญ ร่วมกันเข้าชื่อ สส.ในสภา 1 ใน 5 หรือจำนวน 140 คน เสนอต่อประธานสภา เพื่อพิจารณาส่งไปที่ประธานศาลฎีกา ให้ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ว่าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ
2.จะผลักดันการแก้ไข ม.236 ด้วยการยกเลิกการใช้ดุลพินิจของประธานสภา ว่าจะส่งหรือไม่ส่งชื่อ สส. เข้าชื่อกัน ขอให้ตรวจสอบองค์กรอิสระ

กรณีแรก นั้น ยังต้องใช้เวลากว่าจะรวบรวมสมาชิกได้ครบ แต่กรณีที่ 2 ที่พริษฐ์ ระบุนั้น ‘น่าสนใจ’ตรงที่ว่า กรณี ‘ใช้ดุลยพินิจ’ ของประธานสภานั้นเคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีต สมัย นายวัน มูหะมัดนอร์ มะทา ที่ไม่ส่งเรื่องนาฬิกาของ พล.อ.ประวิตร และคลิปเสียงของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล เรื่องติดสินบน
ประธานสภาเวลานี้ชื่อ โสภณ ซารัมย์ ‘คนบุรีรัมย์’ บ้านเดียวกับ ‘ศักดิ์สยาม’ ทั้งนี้ทั้ งนั้น ยังไม่มีใครบอกได้ว่า ประธานสภาจะปฏิบัติหน้าที่โดยคำนึงถึงข้อเท็จจริง เหตุและผลเป็นหลักหรือไม่ หรือจะใช้เหตุผล ‘ไม่มีเหตุอันควรสงสัย’ เหมือนในอดีตก็ได้
ถามต่อว่า หากประธานสภาใช้อำนาจ เช่นนั้น แล้วจะ ‘ทำอย่างไรกันต่อ’ หรือจะถือว่าเป็นอันสิ้นสุด ง่ายๆก็คือ การจะไปต่อเพื่อ ‘ไต่สวน’ ป.ป.ช.ยังมี ‘ด่านสำคัญ’ คือ ด่านประธานโสภณ รออยู่
กรณี ‘ศักดิ์สยาม’ ใช่แต่เรื่องเฉพาะตัวเท่านั้น แต่ยังมีประเด็นการบริจาคเงินเข้าพรรคการเมืองซึ่งก็ต้องพิสูจน์กันต่อไปว่า ‘ผิด’ หรือ ‘ไม่ผิด’ กฎหมาย
เห็นป.ป.ช.มาเงียบๆแล้ว ‘อดใจ’ ให้ตามดูคดี ‘ฮั้วสว.’ที่อยู่ในขั้น ‘7 กกต.’ ไว้ให้ดีๆ เพราะก่อนหน้านี้ก็มี ‘ลักษณะ’ ไม่ต่างจาก ป.ป.ช.ที่ ‘ปูพื้น’ มาแล้วว่า ‘ยกคำร้องไม่สั่งฟ้อง’ เช่นกัน
<<<<<<>>>>>>
‘ศิลปินแห่งชาติ’กับ‘นายชวน’
ผลงานศิลปะบนถนน‘การเมือง’
ด้วยความที่เคยผ่านโรงเรียน ‘เพาะช่าง’ มาก่อน จึงไม่แปลกหาก จะนึกถึงอดีตนายกรัฐมนตรี 2 สมัยที่ชื่อ ชวน หลีกภัย กับภาพที่กำลัง ‘สเก็ตรูป’ บรรดาสส.ในพรรค ‘ท่ามกลาง’ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร
แต่ ‘น้อยคนนัก’ จะรู้ว่า ที่เรียกกันว่า ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ซึ่งเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ ที่ศิลปินหลากหลายแขนงในประเทศไทย ได้สร้างสรรค์ผลงานจนเป็นที่ยอมรับต่อสังคม และประเทศชาติ จนได้รับการยกย่อง ‘เชิดชูเกียรติ’ ให้เป็น ‘ศิลปินแห่งชาติ’ นั้น ‘ริเริ่ม’ ครั้งแรกจาก ‘ชวน หลีกภัย’ "
โครงการศิลปินแห่งชาติ เริ่มขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2527 เมื่อครั้งที่ชวน หลีกภัย ดำรงตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ โดยก่อนหน้านั้นศิลปินของไทยหลาย ๆ คนที่สร้างคุณูปการทางด้านศิลปะสาขาต่าง ๆ ไว้แก่แผ่นดิน ได้เสียชีวิตลง ยังไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ทำให้ศิลปินเหล่านั้นจากไปอย่างเงียบๆ ไม่มีใครช่วยเหลือเยียวยา นายชวนซึ่งเป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบงานศิลปะ จึงเห็นถึงความสำคัญของศิลปิน และริเริ่มโครงการ
เขาได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (ปัจจุบันคือกรมส่งเสริมวัฒนธรรม สังกัดกระทรวงวัฒนธรรม) จัดตั้ง ‘โครงการศิลปินแห่งชาติ’ โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติกำหนดให้วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็น ‘วันศิลปินแห่งชาติ’ (เหตุผลที่เลือกวันที่ 24 กุมภาพันธ์เพราะเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย รัชกาลที่ 2 องค์ปฐมบรมศิลปินแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้ทรงได้รับการยกย่องจาก UNESCO ให้เป็นบุคคลสำคัญของโลกสาขาวรรณกรรม)
ความสำเร็จของโครงการ ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ได้รับความชื่นชมจากทุกภาคส่วน รวมถึงได้รับการยกย่องให้เป็นโครงการดีเด่นของชาติในปี พ.ศ. 2535 และเมื่อโครงการนี้ดำเนินมาถึงปี พ.ศ. 2553 ครบ 25 ปี กระทรวงวัฒนธรรม ได้ประกาศยกย่องเชิดชูเกียรติชวน หลีกภัย ให้เป็น ‘ฐาปนันดรศิลปิน’ หมายถึง ผู้ริเริ่มก่อตั้งโครงการ ‘ศิลปินแห่งชาติ’
สำหรับ ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ปีแรกมี 4 คน ได้แก่ 1.เฟื้อ หริพิทักษ์ ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ประจำปี 2528 , 2.มนตรี ตราโมท ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย) ประจำปี 2528, 3. ท่านผู้หญิงแผ้ว สนิทวงศ์เสนี ศิลปินแห่งชาติสาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์) ประจำปี 2528และ 4. พลตรี หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์ ปราโมช ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ ประจำปี 2528
น่าจะถือเป็นอีก ‘ผลงานการเมือง’ ที่ ชวน หลีกภัย ได้ฝากไว้ เป็นงานการเมืองที่ริเริ่มและยืนยาวมาจนปัจจุบัน ที่นักการเมืองควรจะต้องเดินตามและ ‘คิดทำ’ โครงการเพื่อสังคมไทย




