เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘สภาพัง’กับ‘จะพังทั้งสภา’ ‘รธน.’สร้างใหม่หรือปะผุ ‘แดง’เล่นใหญ่แหวกแผลเก่า‘ส้ม’ ‘ภูมิธรรม’ซัดเมินจัดการคดี‘ฮั้ว’

14 ก.ย. 2569 - 06:46

  • เป็นลางบอกเหตุหรือเป็นแค่เหตุปรกติกรณีฝ้าสภาพังลงมา

  • ประเมินแล้วอย่ามองข้ามคดีฮั้ว สว.และแก้ไขรัฐธรรมนูญ

  • ถึงวันตัดสินคดีฮั้วสว.จับตาพรรคแดงที่ดูท่าทีอยู่ห่าง ๆ

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘สภาพัง’กับ‘จะพังทั้งสภา’ ‘รธน.’สร้างใหม่หรือปะผุ ‘แดง’เล่นใหญ่แหวกแผลเก่า‘ส้ม’ ‘ภูมิธรรม’ซัดเมินจัดการคดี‘ฮั้ว’

เรื่องมันมีอยู่ว่า   รัฐสภาแห่งใหม่เปิดใช้งานก็ยังตามซ่อม ตามเก็บงานอยู่ต่อเนื่อง  และมีเหตุขัดข้องเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามมาตลอด และเหตุฝ้าถล่มก่อนวันตัดสินคดีฮั้ว สว. ก็น่าคิดเช่นกัน<>ท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ไม่ได้กดดันพรรคน้ำเงินในช่วงนี้   จนถูกพรรคส้มออกมาต่อว่า ต่อขาน  แต่ก็ถูกสวนกลับเปิดแผลเก่าอีกครั้ง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘สภาพัง’กับ‘จะพังทั้งสภา’

‘รธน.’สร้างใหม่หรือปะผุ

จังหวะช่างบังเอิญเสียนี่กระไร ที่จู่ๆ ‘การเมืองไทย’ ซึ่งกำลังเดินทางมาถึงจุด‘เข้าด้าย เข้าเข็ม’ จู่ๆเย็นๆวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา ก็เกิดเหตุ ‘ฝ้าเพดาน’ภายในโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาทับชุดโต๊ะเก้าอี้เสียหาย‘หนัก’ ข่าวว่างานนี้มีการมอง ‘มุมบวก’ ว่าดีนะที่เป็นวันหยุด ไม่มีใครเข้าใช้พื้นที่ เลยเสียหายแต่ ‘ทรัพย์สิน’ แต่หากเป็นวัน ‘ทำการปกติ’ หรือวันประชุมสภา โอกาสบาดเจ็บ ‘เลือดออก หัวแตก’ อาจจะเกิดขึ้น

ฝ้าเพดานภายในโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาทับชุดโต๊ะเก้าอี้เสียหาย ความบังเอิญหรือเรื่องอุบัติเหตุ ก่อนวันตัดสินคดีฮั้ว สว.
ฝ้าเพดานภายในโรงอาหารชั้น B2 อาคารรัฐสภา พังถล่มลงมาทับชุดโต๊ะเก้าอี้เสียหาย ความบังเอิญหรือเรื่องอุบัติเหตุ ก่อนวันตัดสินคดีฮั้ว สว.

ที่ทำการรัฐสภาปัจจุบันมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า สัปปายะสภาสถาน เป็นการเอาคำ 3 คำ มารวมกัน ‘สัปปายะ+สภา+สถาน’  แปลรวมๆหมายถึง สภาที่สงบ ร่มเย็น และเป็นสถานที่ประกอบแต่กรรมดี ริเริ่มตั้งไข่มาตั้งแต่ปี 2551 ตั้งแต่การหา ‘สถานที่ก่อสร้าง’ เขียนแบบเรื่อยไปจนกระทั่ง ‘ก่อสร้าง’ ท่ามกลาง ‘ข้อครหา’ ตามมามากมาย และแม้ ‘ก่อสร้าง’ เสร็จสมบูรณ์ มีคณะกรรมการ ‘รับมอบ’ แต่ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาข่าวสารต่าง ๆ เกี่ยวกับความไม่สมประกอบเกิดขึ้นอย่างเนืองๆ

1 ในผู้ที่‘ติดตาม’ และ‘ตรวจสอบ’ มาตั้งแต่ต้น ต้องยกให้ วิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตสส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับทีมงานซึ่งก็คือ วัชระ เพชรทอง  ตัว ‘วิลาศ’ นั้นจบเภสัช จุฬาฯ แต่สนใจการเมืองหลังประสบความสำเร็จทางธุรกิจ ก็กระโดดเข้าสนามเลือกตั้ง วิลาศไม่ใช่ ‘นักร้องเรียน’ทั่วไปแต่ทำหน้าที่เรียกว่า ‘นักตรวจสอบ’ และ ‘ไล่ล่าความไม่โปร่งใส’

ครั้งทำหน้าที่ในกมธ.ติดตามงบ สภาผู้แทนฯหลายเรื่อง ‘วิลาศ’ ตามกัดไม่ปล่อย โดยเฉพาะ ‘กระบวนการทุกขั้นตอน’ที่เกี่ยวกับการสร้างสัปปายะสภาสถาน

ปัจจุบันสัญญา‘ประกัน’ การก่อสร้างได้หมดลงได้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา และ‘ผู้รับเหมา’ จะต้องได้เงินเงินค้ำประกันคืนราวๆ 1,500 ล้านบาท ท่ามกลางการก่อสร้างที่มีปัญหาสารพัด และหากทุกอย่างจบลง ต่อไปสภาจะ‘ซ่อมแซม’ก็ต้องของบประมาณมาแก้ไข

การ‘กัดไม่ปล่อย’ของวิลาศทำให้ถูก‘ฟ้องร้อง’ ไม่ต่ำกว่า ‘4 คดี’ และทั้งหมด วิลาศความไม่ปกติในกระบวนการต่างๆของการสร้างสภา ‘สว.คนหนึ่ง’ มีการร้องกันไว้ในป.ป.ช.แค่ดูเหมือนเรื่อง ‘จะเงียบไป’


ในฐานะ ‘คนค่ายสีฟ้า’ ประชาธิปัตย์ ครั้งหนึ่งวิลาศเคยได้รับคำแนะนำจาก ‘นายหัว’ ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ 2 สมัย อดีตหัวหน้าพรรคให้เขียนหนังสือไว้เป็น ‘หลักฐาน’ และให้คนรุ่นหลังเรียนรู้ ว่ากันว่า วิลาศตกลงแต่คงต้องรอ‘อีกพักใหญ่’ เพราะเอกสารหลักฐาน ‘หนากว่า’ คดี ‘ฮั้วสว.’กันซะอีก

ใช่แต่‘ภายนอก’ที่ถูกตั้งคำถาม การทำงานของ ‘คนภายใน’ก็เต็มไปด้วยคำถามเช่นกัน ทั้งในส่วนสส.และสว.กรณี ‘อาหารเลี้ยงสส.’ หรือกรณี ‘ผู้ช่วยผู้ติดตาม’ เรื่อยไปจนถึง งบดูงานต่างประเทศ และ ‘บำนาญสส.’ เหล่านี้คือส่วนหนึ่งที่สังคมจับตา

ขณะที่การทำงาน‘ด้านกฎหมาย’ ก็ไม่ค่อยจะ ‘เข้มข้น’ เหมือนอดีตที่ผ่านมาส่วนมากหนักไปทางใช้เวทีสภาเล่นการเมือง

‘ฝ้าถล่ม’ นั่นคือ‘โครงสร้าง’  แต่สิ่งที่กำลังจะ ‘พังตามมา’ คือ สว.หรือ สมาชิกวุฒิสภาที่ ‘ติดร่างแห’ กระบวนการฮั้ว เชื่อเหลือเกินว่าไม่นานนับจากนี้ มีหวังต้อง ‘พังคลืน’ ลงมาแล้วนำไปสู่การ ‘สร้างใหม่’  ที่เรียกว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ส่วนจะ‘สร้างใหม่’ หรือได้แค่ ‘ซ่อมแซมปะผุ’ เดี๋ยวได้รู้กันเร็วๆนี้

<<<<<>>>>> 

‘แดง’เล่นใหญ่แหวกแผลเก่า‘ส้ม’

‘ภูมิธรรม’ซัดเมินจัดการคดี‘ฮั้ว’

มีนักวิชาการบางคนเรียกวันที่ 14 กันยายน 2569 นี้ที่ ‘7กกต.’ จะมีข้อสรุปในคดี ‘ฮั้วสว.’ ที่ยืดเยื้อเรื้อรังเลี้ยงโรคมานานก็ว่า 2 ปีว่าเป็น ‘วันเดิมพันประชาธิปไตย’  คิดๆไปก็น่าจะจริง เพราะคดีฮั้วสว.นั้น ‘กว้างไกล’ และเกี่ยวพันกับ 2 ส่วนหลักๆ ไม่ว่าผลสรุปของ 7กกต. จะออกทางไหน

ส่วนแรกคือรัฐธรรมนูญ ที่ระบุถึงที่มาของสว.ชุดปัจจุบันและ ‘พันต่อ’ ไปถึงองค์กรอิสระ ทั้ง กกต.ทั้งป.ป.ช.ทั้งศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนนี้จะ ‘ยกหมด’ หรือจะ ‘ฟ้องไม่หมด’  ขณะที่ ‘ฟ้องหมด’ นั้นไม่น่าจะเกิดขึ้น จะออกประตูไหนล้วนไปมีผลกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญซึ่งจะเกิดขึ้นในสมัยประชุมนี้ทั้งสิ้น

แต่อีกส่วนที่ว่าด้วยเรื่องรัฐบาลหลัง ‘ส้ม’ ออกมา ‘ถากถาง’ ว่าทำไม ‘แดง’ ทำตัวเป็น ‘ทองไม่รู้ร้อน’ ทั้งๆที่สมัยตัวเองเป็นแกนนำรัฐบาล ‘ขมีขมัน’ เรื่อง ‘เขากระโดง-ฮั้วสว.’ แต่พอวันนี้ มาเป็นพรรคร่วมกับรัฐบาลสีน้ำเงิน กลับไม่พูดอะไรซักคำ

ด้วยความที่เป็น ‘มวยจังหวะ’ จึงเข้าทาง ภูมิธรรม เวชยชัย แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ทีออกโรง ‘แหวกแผลเก่า’ ทันทีว่า

‘ผมอยากจะบอกว่า พรรคการเมืองใดทำอะไรไว้ ประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินเอง อย่าใช้ลีลาทางการเมืองที่แสดงตัวเป็นคนดีย์ เป็นคนคิดดี แล้วชี้ความผิดมาที่พรรคเพื่อไทย ว่าถ้าไม่ทำอะไรเลยก็เท่ากับเพื่อไทยนั้นผิดมหันต์ โดยกลบเกลื่อนความผิดที่เป็นต้นเหตุของปัญหาซึ่งพรรคตัวเองได้ทำไว้เพียงแค่เอ่ยคำว่า ‘ขอโทษ’ แล้วคิดว่าจะจบปัญหาทุกอย่าง’

ภูมิธรรมระบุว่า

‘ผมพูดคุยกับตัวแทนพรรคส้ม ก่อนส้มจะตัดสินใจเลือก’น้ำเงิน’ตัวแทนส้มที่ร่วมคุยในวันนั้นมี คุณเท้ง(หัวหน้าพรรค)/คุณพิจารณ์ เชาว์พัฒนวงศ์(รองหัวหน้าพรรคแต่ปัจจุบันเป็นเลขาธิการพรรค)/คุณศรายุทธ ใจหลัก(เลขาฯพรรคขณะนั้น)และคุณไอติม(พริษฐ์ วัชรสินธุ)รองหัวหน้าพรรค

เราได้ชวนคุณเข้าร่วมทำงานการเมืองกับเรา แต่คุณไม่ร่วมมือโดยมีข้อกล่าวหาประกอบการตัดสินใจว่าเราเชื่อถือไม่ได้ เพราะเคยตระบัตสัตย์ ผมยังเคยถามกลับว่าถ้าเราเชื่อถือไม่ได้แล้วพรรคที่คุณเลือกน่าเชื่อถือกว่าเราตรงไหน

หยุดเถิดครับต่างคนต่างทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด’  

ภูมิธรรม ระบุและโพสต์ตบท้ายด้วยว่า

‘พรรคเพื่อไทยเราเคารพในเสียงของประชาชนที่เลือกมา และเรื่องนี้ประชาชน คนไทย เป็นผู้พิจารณาและตัดสินครับ’

ในสภาวะที่น้ำเงินกำลัง ‘เพลี่ยงพล้ำ’ แต่ ‘แดง’ กลับเล่น ‘เปิดแผล’ ส้ม ทั้งๆที่ควรจะ ‘กดดัน’ และ ‘ขี่’ น้ำเงินซึ่งอยู่ในฐานะที่เป็น ‘แกนนำ’

จึงเป็นเรื่อง ‘น่าคิด’ ท่ามกลาง ‘น้ำเงิน’ ที่โดนรุมสกรัมจากทุกสารทิศ

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์