เรื่องมันมีอยู่ว่า แนวคิดการปกป้องนายกรัฐมนตรี และพรรคร่วม ของชาดา ไทยเศรษฐ์ ที่เปรียบว่า การมอบหมายผู้กองธรรมนัสปราบสแกมเมอร์เหมือนใช้โจรปราบโจร แต่ไม่ได้ปกป้องระบบ หรือสิ่งที่ถูกต้อง <> วาระการปราบปรามสแกมเมอร์ คือความร่วมมือของทุกชาติ แต่อย่างแรกที่ต้องทำคือล้มตระกูลฮุนให้ได้ก่อน <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
จาก‘ชาดา’ถึง‘ผู้กองยอดรัก’
ตรรกะวิบัติ‘เอาโจรปราบโจร’
ออกมาแต่ละดอก ต้องบอกเลยว่า เจ้าของวลี ‘ความดีพอสมควร ความชั่วพอประมาณ สันดานพอคบได้’ ที่ชื่อ ชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ค่ายสีน้ำเงิน ที่ปัจจุบัน สวมหมวก ‘ประธานวิปรัฐบาล’ แสดงความเห็นไว้แบบ ‘เรียกแขก’ ไปซะทุกครั้ง
คราวก่อนก็พูดถึงความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ว่าไม่ได้จากประชาชนต่อประาชน แต่เกิดจากตระกูล2ตระกูลต่างหาก
มาคราวนี้ ‘เจ้าพ่อสะแกกรัง’ ออกมา 2ดอกใหญ่ๆ ดอกแรก ว่าด้วยปัญหา ‘สแกมเมอร์’ ที่รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ โดยเฉพาะกรณีของ ‘ผู้กองยอดรัก’ ร.อ.ธรรนัส พรหมเผ่า รองนายกฯและรมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่หลายวันก่อนนั่งหัวโต๊ะประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์หรือ ปคม. โดยมีเป้าหมายอยู่ที่การช่วยเหลือคนไทยที่ถูกหลอกไปเป็นสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน งานนี้ผู้กองยอดรักบอกกับเพียงสั้น ๆ ว่า‘ผมเป็นคนทำอะไรทำจริงจัง’

‘ทำไมคุณไม่เข้าใจว่า เอาโจรไปปราบโจรดีไหมล่ะ ขอให้คุณธรรมนัสรู้เรื่องจริงเถอะ ผมว่าเขาก็ต้องทำได้ อันนี้อยู่ที่ตัวท่าน อย่าเพิ่งไปวิพากษ์วิจารณ์อะไร ผมก็ไม่ทราบ บอกตรงๆ ผมเสพข่าวน้อยมาก เสพเฉพาะเรื่องสำคัญ เพราะกลัวเข้าไปอยู่ในกระแสลมปั่นป่วน แล้ววิธีคิดของเราจะเสียไป ผิดไป’ ชาดา กล่าวไว้
อีกดอกที่ออกจากปาก ชาดา คือ กรณีที่พรรคเพื่อไทย เตรียมจะยื่นญัตติ ‘ไม่ไว้วางใจรัฐบาล’ ว่า ‘ผู้ที่จะยื่นซักฟอกนั้นเพิ่งลุกจากโคลนมาแป๊บๆ ถ้าคิดว่าตัวท่านเกลี้ยงก็ว่าไป’
ก็น่าคิดนะ ‘รัฐบาลหนู’ อยู่มายังไม่ครบ 1 เดือน หากบวกกับช่วงที่ปิดสภาอีกเดือนกว่าๆ พอเปิดสภาวันที่ 12 ธันวาคมมา หากจะไม่ไว้วางใจรัฐบาลก็น่าจะเป็นเรื่องอะไรไปไม่ได้ นอกจากเรื่อง ‘สแกมเมอร์’ ที่เอาเข้าจริง งานนี้จะ ‘ขว้างงูไม่พ้นคอ’ เอาง่ายๆ
น่าสนใจ ตรงที่ว่า ‘โคลนที่เปื้อนนั่นเกลี้ยง’ หรือยัง
จะเรียกว่า ‘ตรรกะ’ วิบัติก็ไม่น่าจะผิดนักหากคิดว่า จะเอา ‘โจรไปปราบโจร’ แล้วสังคมจะเกิดความกระจ่าง ปัญหาจะได้รับการแก้ไข เหมือนครั้งหนึ่งที่มีการอธิบายกันออกมาว่า ‘โกงแต่ทำงาน’ดีกว่า ‘โกงแล้วไม่ได้ทำอะไร’
หากจำได้สมัย ‘ชาดา’ นั่งรมช.มหาดไทย ผู้ที่สื่อให้ฉายาว่าเป็น ‘เจ้าพ่อจากลุ่มน้ำสะแกกรัง’ จะได้รับมอบหมายให้ปราบปราม ‘ผู้มีอิทธิพล’
ถ้าโจรไปปราบโจรแล้วหวังว่าจะแก้ปัญหาได้ อย่างนั้นจะมี ‘ตำรวจ’ ไว้ทำแมวอะไรครับทั่น
<<<<<>>>>>>
‘ใหญ่กว่าทุกคน-ใหญ่กว่ารัฐบาล’
จับตาเขมรร่วมมือขจัด‘สแกมเมอร์’
ได้ยิน ไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมหรือ กระทรวงดีอี ให้สัมภาษณ์ไว้น่าสนใจว่า ‘เรื่องนี้มันใหญ่กว่าเราทุกคน ใหญ่กว่ารัฐบาล’ ที่บอกว่า ‘เรื่องนี้มันใหญ่’ ที่ รมต.ไชยชนก ระบุนั้นคือ การจัดการปราบปรามกระบวนการสแกมเมอร์ โดยเฉพาะ ไทยและกัมพูชา
ไชยชนก เป็นคนแรกในรัฐบาลอนุทิน ที่พูดไว้กลางสภาระหว่างแถลงนโยบายของรัฐบาลว่า มีคนให้เงินเดือนละ 40 ล้านเพื่อ ‘แลก’ กับการไม่ปราบปรามสแกมเมอร์ แม้ภายหลังจะเริ่มมีข่าวออกมาแล้วกระบวนการนี้ทำธุรกิจ ‘พนันออนไลน์’ และว่ากันว่าพัวพันไปถึงบุคคลที่คนในวงการเรียกว่า ‘ตือ คอสโม’

เรื่องปราบสแกมเมอร์ รัฐบาลอนุทิน ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการชุดใหญ่ขึ้นมา ‘สะสาง’ 1 ในมือดีจากวงการสีกากีคือ ‘บิ๊กก้อง’ หรือ พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผชผบ.ตร. ที่สรุปผลการปราบปรามจากได้รับภารกิจตั้งแต่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมานจับผู้ต้องหา 73 คน คนไทย 51 คน ต่างชาติ 22 คน รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1,400 ล้านบาท ยึดทรัพย์ได้ 522 ล้านบาท ถือว่าผลงานก้าวหน้าและเห็นผล แต่ก็ยังคงต้องทําต่อเนื่อง ‘บิ๊กก้อง’ ยอมรับว่า มีคนไทยและต่างชาติเข้าร่วมในกระบวนการ
ความน่าสนใจอยู่ตรงที่ การประสานความร่วมมือกับนานาชาติ เช่น เกาหลีใต้และแน่นอนว่าจะต้องได้รับความร่วมมือจากกัมพูชา ซึ่งเป็นไปตาม ‘ข้อตกลง’ ที่ได้ทำไว้
งานนี้ใครจะเชื่อว่า ‘เครือข่าย’ ที่เชื่อมโยงอยู่ในตอนนี้ที่ ‘ล้วน’ เกี่ยวพันกับตระกูลฮุน ตระกูลการเมืองผู้กุมอำนาจในกัมพูชา และเป็นไปได้หรือที่ ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรี จะร่วมมือแบบ ‘ถอนรากถอนโคน’ เพราะการร่วมมือระดับนั้น ‘เท่ากับ’ การรื้อทำลายฐานอำนาจทางการเมืองของตัวเอง
เห็นข่าววันก่อน สม รังสี ผู้นำฝ่ายค้านนอกประเทศกัมพูชา ‘ไม้เบื่อไม้เมา’ กับตระกูลฮุน ประกาศตั้ง ‘รัฐบาลเงา’ ว่ากันว่า สม รังสี เป็นผู้หนึ่งที่ ‘รู้พุง รู้ไส้’ สมเด็จฯฮุนเซน เป็นอย่างดี
สม รังสี มีภรรยาชื่อว่า ติ่วหลง โสมูรา (Tioulong Saumura) เธอเป็นอดีตนักการเมืองและนักวิเคราะห์การเงิน จบการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยปารีส ว่ากันว่า ธุรกิจสารพัดที่หล่อเลี้ยงอำนาจในกัมพูชา เธออยู่เบื้องหลังการ ‘เปิดโปง’ในครั้งนี้
ถือเป็นอีก ‘แหล่งข้อมูล’ สำคัญ ที่รัฐบาลไม่ควรมองข้าม




