เรื่องมันมีอยู่ว่า ปชป.‘เลือดไหล’จนหยดสุดท้าย ‘มาร์ค’ผู้เข็น‘สีฟ้า’ขึ้นจากก้นเหว , เคาะแล้ว ‘จาตุรนต์’หัวหน้าพรรค เมื่อเพื่อไทยกำลัง‘หนีเงา’ชินวัตร

30 ต.ค. 2568 - 06:46

  • พรรคประชาธิปัตย์หากต้องการชนะเลือกตั้ง ต้องชนะใจประชาชนก่อน

  • กลายเป็นภาระหนักอึ้งสำหรับหัวหน้าพรรคคนใหม่ ที่ดูเหมือนว่าเป็นภาระที่เกินกำลังจะสำเร็จ

  • จาตุรนต์ ฉายแสง ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ หนีเงาตระกูลชินวัตร

เรื่องมันมีอยู่ว่า ปชป.‘เลือดไหล’จนหยดสุดท้าย ‘มาร์ค’ผู้เข็น‘สีฟ้า’ขึ้นจากก้นเหว , เคาะแล้ว ‘จาตุรนต์’หัวหน้าพรรค เมื่อเพื่อไทยกำลัง‘หนีเงา’ชินวัตร

เรื่องมันมีอยู่ว่า  การฟื้นคืนวิญญาณพรรคประชาธิปัตย์ในช่วงต่อไป  หากต้องการชนะเลือกตั้ง  ต้องชนะใจประชาชนก่อน  งานยากสำหรับพรรคเก่าแก่ในยุคนี้ <>พรรคเพื่อไทยได้หัวหน้าพรรคคนใหม่ชื่อ จาตุรนต์ ฉายแสง ก้าวเล็ก ๆ ของการหนีเงาตระกูลชิน<>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ปชป.‘เลือดไหล’จนหยดสุดท้าย

‘มาร์ค’ผู้เข็น‘สีฟ้า’ขึ้นจากก้นเหว

ได้ยิน ‘จ้อน แก่งกระจาน’ หรือ อลงกรณ์ พลบุตร อดีต สส.เพชรบุรี อดีต รมต.พรรคประชาธิปัตย์ ถาม ‘ดร.ดำ’ หรือ ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ อดีตรมว.การอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ในฐานะวิทยากร ระหว่างตั้งวงเสวนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ‘ประเทศไทยต้องการอะไร จากพรรคการเมือง’

อลงกรณ์ ถามแบบ ‘หมัดตรง’ ว่าทำอย่างไร ประชาธิปัตย์จะชนะการเลือกตั้ง เพราะ 33 ปี ที่ผ่านมาไม่เคย ‘ชนะ’ เลย ซึ่ง ดร.ดำ ก็ตอบคำถามนี้แบบ ‘ชวนให้ถามต่อ’ ว่า

‘ก่อนชนะเลือกตั้ง ต้องชนะใจประชาชนก่อน’

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  ในฐานะนักการตลาดและอยู่แวดวงการเมือง  ทำหน้าที่โค้ชให้พรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการชนะเลือกตั้งว่า เอาชนะใจประชาชนให้ได้ก่อน
ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์ ในฐานะนักการตลาดและอยู่แวดวงการเมือง ทำหน้าที่โค้ชให้พรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องการชนะเลือกตั้งว่า เอาชนะใจประชาชนให้ได้ก่อน

ดร.ดำ อธิบายด้วยว่า โจทย์มี 2 เรื่อง คือ ‘รีเซต’ ประชาธิปัตย์แล้วต้อง ‘รีเซต’ ประเทศไทยด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ฉะนั้น การชนะการเลือกตั้ง ไม่ได้หมายความว่า เราจะตอบโจทย์นี้ได้

ก่อนที่จะ ‘รีเซต’ ประชาธิปัตย์ ต้องรับรู้สถานการณ์ปัจจุบันเสียก่อน หลังได้อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กลับพรรค ได้กก.บห.ชุดใหม่ ได้เอกภาพภายในพรรคกลับมาแต่ สส.ของพรรคในระบบเขต ที่จะไปต่อวันนี้ เหลือแค่ 3เขตเท่านั้น คือ เขต 3 ,เขต4 และเขต5 นครศรีธรรมราช นอกนั้น ‘เลือดไหล’ไปกันหมด

หลังการเลือกตั้งปี 2566  ปชป.ยุค เฉลิมชัย-เดชอิศว์ พาสส.ปชป เข้าสภาได้ 25 คนเป็น สส.เขต 22 คน สส.บัญชีรายชื่อ 3คน

นับตั้งแต่มอบหมายให้ ‘ตี๋ ระยอง’ หรือ สาธิต ปิตุเตชะ นั่งประธานสรรหาผู้สมัครสส.ทั่วประเทศ ก็ ‘สำรวจ’ กันภายในว่า ใครจะไป ใครจะอยู่ ผลก็เลยออกมาว่า มีแค่ 3 เขตเท่านั้นที่ยัง ‘สีฟ้า’

ทางหนึ่งก็น่าใจหาย ที่ค่ายสีฟ้านั้น ‘เลือดไหล’ ออกไปเกือบจะหยดสุดท้าย แต่อีกทางก็มองว่า ไหนๆจะ ‘รีเซต’ กันแล้ว ก็เอาแบบนับ 1 กันอีกครั้งก็ดีไปอีกแบบเหมือนกัน ส่วนนับ 1 กันใหม่แล้วจะได้กี่ที่นั่ง ตอนนี้ยังไม่ใครตอบได้

การกลับมาปชป.รอบนี้ของ ‘เดอะมาร์ค’ จึงยากยิ่งกว่าครั้งไหนๆ ที่ผ่านในชีวิตการเมือง คำว่า ‘ชนะ’สำหรับ ‘เดอะมาร์คและผองเพื่อน’ คงไม่ใช่ชัยชนะที่มีคะแนนนำคู่แข่งทางการเมือง แบบที่ชอบบอกกันว่าจะได้เก้าอี้เท่านี้เท่านั้น

แต่ ‘ชัยชนะ’ ที่ว่านี้คือการพาประชาธิปัตย์มาเป็น ‘ทางเลือก’ ในทางการเมืองอีกครั้ง หากเป็นรูปธรรมก็คือ ต้องได้มากกว่า จุดต่ำสุดทางเมืองคือ 25 เสียงให้ ‘จงได้’

งานนี้บอกเลยว่า ‘ยากยิ่งกว่าเข็นครกในมหาสมุทร’ ซะอีก

<<<<<>>>>>> 

เคาะแล้ว ‘จาตุรนต์’หัวหน้าพรรค

เมื่อเพื่อไทยกำลัง‘หนีเงา’ชินวัตร

การเลือกหัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ ในวันสุดท้ายของเดือนตุลาคม วันที่ 31 ตุลาคมนี้ เอาเข้าจริงก็เป็นแค่ ‘พิธีกรรม’ เพราะจริงๆแล้ว แกนนำทั้งหมดของพรรคต้องเห็นพ้องกันซะให้จบก่อน ถึงเวลานี้โอกาสมากว่า 95% ที่หัวหน้าพรรคจะชื่อ จาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย สส.ฉะเชิงเทรา อดีตรมต.หลายสมัย

ดูประวัติคร่าวๆกันซักนิด จาตุรนต์ ชื่อเล่นว่า อ๋อย เกิด 1 มกราคม 2499 เป็นทายาททางการเมืองของ อนันต์ ฉายแสง อดีตสส.คนดังเมืองแปดริ้ว เคย ‘เข้าป่า’ สมัยเรียนแพทย์ อยู่ที่ ม.เชียงใหม่ ในช่วงเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519   มีชื่อจัดตั้งว่า ‘สหายสุภาพ’

จาตุรนต์เล่นการเมืองเป็น สส.ฉะเชิงเทรา สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ในปี 2529 ก่อนจะไปพรรคประชาชน จากนั้นเข้าพรรคชาติไทย พรรคความหวังใหม่ซึ่งขณะนั้นมีบทบาทโดดเด่น จนกระทั่งนั่งเลขาธิการพรรค จนสุดท้าย ‘ยุบรวม’ มาเข้าพรรคไทยรักไทย จากนั้นถูกเว้นวรรคการเมือง5ปี เคยเข้าสังกัดพรรคไทยรักษาชาติ เคยตั้งพรรคเส้นทางใหม่ แต่สุดท้ายก็สังกัดพรรคเพื่อไทย

จาตุรนต์ ฉายแสง จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก้าวเล็ก ๆ ที่เริ่มเดินออกจากเงาตระกูลชินวัตร
จาตุรนต์ ฉายแสง จะก้าวขึ้นมาเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ก้าวเล็ก ๆ ที่เริ่มเดินออกจากเงาตระกูลชินวัตร

ในทางการเมือง‘จาตุรนต์’ นั้นโดดเด่นประเภท นักคิดทางการเมือง ฝีปากกล้า

หลังรัฐประหาร ทักษิณ ชินวัตร ลาออกจากหัวหน้าพรรคไทยรักไทย จาตุรนต์ เข้ามาเป็นหัวหน้าพรรครักษาการแทน หลังยุบพรรคไทยรักไทย ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2550 จาตุรนต์ถูกตัดสิทธิ์ทาการเมือง 5 ปี ต่อมาในเหตุการณ์รัฐประหาร 2557 ถูกทหารควบคุมตัวที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศ อาคารมณียาเซ็นเตอร์ ถ.เพลินจิต

ในยุค ‘กีฬาสีการเมือง’ ว่าด้วยสีเหลืองกับสีแดง จาตุรนต์มีบทบาทชัดเจนในฐานะแกนนำคนเสื้อแดง ถึงขนาดมีการเปลี่ยนชื่อเล่นให้ใหม่ว่า ‘แดงอ๋อย’

สำหรับความสัมพันธ์ของ จาตุรนต์ กับทักษิณ ก็สนิทกันมากว่า 40 ปี เพราะบิดาของทั้งคู่เป็นสส.รุ่นเดียวกัน แม้จะสนิทกันแต่ จาตุรนต์ดูจะไม่มีภาพของ ‘ตระกูลชิน’ มา ‘ฉายทาบ’มากนัก

การ ‘ยกเครื่อง’ พรรคเพื่อไทยวันนี้ หลักใหญ่ใจความอยู่ที่การลดบทบาท ‘ทักษิณ’ ด้วยความที่ ‘จาตุรนต์’ เป็นตัวของตัวเองสูงในทางการเมืองจึงน่าช่วยตอบโจทย์ข้อนี้

พรรคเพื่อไทยในวันนี้ ‘โจทย์ใหญ่’ อยู่ที่การ ‘ดำรงอยู่’ ท่ามกลางการบดขยี้ทางการเมืองอย่างเข้มข้น

ได้เวลา ‘ฉายแสง’ อีกครั้งของคนชื่อ ‘จาตุรนต์’ ในวัยที่ใกล้จะ 70 ปี

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์