เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘สีหศักดิ์’ของจริงที่ถูก‘มองข้าม’ ปรากฎการณ์‘เสียของ’เพื่อไทย , ได้เวลา‘ต่าย คลองเตย’โชว์พลังดูด วันที่‘กล้าธรรม’ดุดันไม่เกรงใจใคร

30 ก.ย. 2568 - 06:45

  • รัฐมนตรีต่างประเทศสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เพิ่งได้โอกาสแสดงฝีมือ

  • อยู่กับรัฐบาลอายุ 4 เดือน แต่ผลงานที่ออกมายืนยาวและคนกล่าวถึง

  • พรรคกล้าธรรมเริ่มปฎิบัติการดูด ส.ก. กรุงเทพจากเพื่อไทย เพื่อรอเลือกตั้งใหม่

เรื่องมันมีอยู่ว่า ‘สีหศักดิ์’ของจริงที่ถูก‘มองข้าม’ ปรากฎการณ์‘เสียของ’เพื่อไทย , ได้เวลา‘ต่าย คลองเตย’โชว์พลังดูด วันที่‘กล้าธรรม’ดุดันไม่เกรงใจใคร

เรื่องมันมีอยู่ว่า  รัฐมนตรีต่างประเทศสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว   อยู่ช่วยงานตั้งแต่รัฐบาลเพื่อไทย  แต่ไม่ได้รับการมอบหมายหรือมีบทบาท  จนมาถึงรัฐบาลอนุทิน กลายเป็นรัฐมนตรีที่มีผลงานเข้าตาที่สุด <> พรรคกล้าธรรมเริ่มปฎิบัติการดูด ส.ก.กรุงเทพมหานคร จากเพื่อไทย เพื่อเตรียมตัวรับเลือกตั้งที่กล้าธรรมฝันไกล ใหญ่มโหฬาร <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

‘สีหศักดิ์’ของจริงที่ถูก‘มองข้าม’

ปรากฎการณ์‘เสียของ’เพื่อไทย

เฉพาะคนวงในเท่านั้นที่กล้าเรียกว่า ‘พี่อ้วน’  แต่ก็รู้กันในกระทรวงบัวแก้วว่า ‘อ้วน’ คือชื่อเล่นของ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ล่าสุดขึ้นแท่น รัฐมนตรีขวัญใจชาวไทยไปเป็นที่เรียบร้อย จากการพูดความจริงให้โลกฟังในสถานการณ์ไทย-กัมพูชาบนเวที ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ

ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นบทบาทที่ ‘ขึงขังดุดัน’ แบบไม่เกรงใจกัมพูชาจาก รมว.ต่างประเทศของไทย  ที่บินไปนิวยอร์ก เพื่อภารกิจนี้โดยเฉพาะ ลงจากโพเดียม บนเวทีสมัชชาสหประชาชาติ ก็รีบบินด่วนกลับมาร่วมการแถลงนโยบายต่อรัฐสภาทันเวลา

รมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว  หลังจากอับแสงในรัฐบาลเพื่อไทย  ถึงเวลาทำงานที่ถนัดในรัฐบาลอนุทิน เหมือนอยู่ถูกที่ ถูกเวลา
รมว.ต่างประเทศ สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว หลังจากอับแสงในรัฐบาลเพื่อไทย ถึงเวลาทำงานที่ถนัดในรัฐบาลอนุทิน เหมือนอยู่ถูกที่ ถูกเวลา

ในแวดวงการทูตนานาชาติถือได้ว่า ‘สีหศักดิ์’ ได้รับการยอมรับในความสามารถมานานแล้ว เคยรับตำแหน่งสำคัญอย่าง ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) วาระปี พ.ศ.2553–2554 นับเป็นชาวเอเชียคนแรกที่ได้รับตำแหน่งนี้

‘สีหศักดิ์’  จบปริญญาตรี รัฐศาสตร์บัณฑิต สาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เริ่มรับราชการในปี พ.ศ.2522 ดำรงตำแหน่งสำคัญทั้งในและต่างประเทศ อาทิ เอกอัครราชทูต ณ กรุงปารีสประเทศฝรั่งเศส ,เอกอัครราชทูต ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ,ผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ณ นครเจนีวา ดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ระหว่างปี พ.ศ. 2554–2558 ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในรัฐบาล ‘เศรษฐา ทวีสิน’  เมื่อวันที่ 14 กันยายน  2566  ดำรงตำแหน่งจนถึงวันที่ 13 พฤษภาคม 2567 จนล่าสุดได้ดำรงตำแหน่งรมว.ต่างประเทศในปัจจุบัน

น่าสนใจว่า สมัยรัฐบาล เศรษฐา แม้จะมี ‘ดร.ตั๊ก’ หรือ ดร.ปานปรีย์ พหิทธานุกร มานั่งเก้าอี้รมว.ต่างประเทศ แต่ก็ ‘ลาออก’ ในเวลาต่อมา ‘สงสัย’ กันมั้ยว่าทำไมถึง ‘ไม่ใช้บริการ’ สีหศักดิ์

‘มุมแรก’ อาจจะทาบทามแล้ว แต่เจ้าตัวบอกปัดเพราะ รู้อยู่แล้วว่า ตระกูลฮุนกับตระกูลชิน นั้นสนิทแนบแน่นกันขนาดไหน

ขณะที่ ‘อีกมุม’ คือระบบโควต้าการเมืองในพรรคเพื่อไทย ที่แม้จะเห็นความสามารถแต่ก็แค่ให้ทำหน้าที่ ‘ผู้ช่วยรัฐมนตรี’ เท่านั้น  ขณะที่ตำแหน่งเสนาบดี ต้องเอาแบบ ‘มองตารู้ใจ’ เป็นหลัก เพราะสถานการณ์ขณะนั้น ผู้นำทั้งไทยและกัมพูชา กำลังจะมี อะไรต่อมิอะไรสารพัด ‘รออยู่’  แต่ทั้งหมดดันมาโป๊ะแตกจากคลิป ‘หลานกับลุง’

การไม่มีโควต้าทางการเมืองในรัฐบาล อนุทินที่แม้จะถูกมองว่ามาแค่ ‘4 เดือน’นั้นทำให้รัฐบาลได้ ‘มือดีและรู้งาน’ เข้ามาทำหน้าที่ จะอยู่สั้นหรืออยู่ ปัญหาสำคัญคือมี ‘ผลงาน’ เข้าตาประชาชนหรือไม่ อันนี้ต่างหากที่สำคัญ

<<<<<<>>>>>>> 

ได้เวลา‘ต่าย คลองเตย’โชว์พลังดูด

วันที่‘กล้าธรรม’ดุดันไม่เกรงใจใคร

ไหลไม่หยุด ฉุดไม่อยู่ ล่าสุด สนามเมืองหลวง อย่าง กทม. แม้จะเป็นกลุ่มส.ก.หรือสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร แต่ก็ต้องถือว่า พรรค‘กล้าธรรม’ นั้นกล้ามาก

เพราะมีรายงานจากพรรคเพื่อไทยว่า ขณะนี้มีการเคลื่อนไหวของกลุ่ม ส.ก.พรรคเพื่อไทย ที่นำโดย สุรจิตต์ พงษ์สิงห์วิทยา ส.ก.ลาดกระบัง อดีตประธานสภา กทม. ,นริสสร แสงแก้ว ส.ก.บางเขน , อนงค์ เพชรทัต ส.ก.ดินแดง , นายจิรเสกข์ วัฒนมงคล ส.ก.ธนบุรี และเมธาวี ธารดำรงค์ ส.ก.ปทุมวัน เตรียมย้ายไปรวมตัวกันในกลุ่ม ‘Bangkok First’ เพื่อเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรมโดยทั้งหมดได้ทิ้งใบลาออกไว้ที่พรรคเพื่อไทยเป็นที่เรียบร้อย

ข่าวระบุว่า นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มของ ส.ก.ขาใหญ่ฝั่งธนบุรี ที่จะตามมาสมทบอีก ต้องรู้ก่อนว่าการเลือกตั้ง ส.ก.จะเกิดขึ้นพร้อมๆกับการเลือกตั้งผู้ว่า ฯ กทม.ในเดือน กรกฎาคม 2569

ถามกันทั้งวงการว่า งานนี้ ใครคือ ‘มือดีมือดีล’  ที่จูงมือ ส.ก.พรรคเพื่อไทยเข้า ‘กล้าธรรม’ ได้ว่ากันว่า เป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก ‘มือขวา’  ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ชื่อในวงการเรียกกันว่า ‘ต่าย คลองเตย’

สุชัย พงษ์เพียรชอบ หรือ‘ต่าย คลองเตย’ ส.ก.เขตคลองเตย มือดีลของกล้าธรรม ที่กำลังดูด ส.ก.เขตอื่น ๆ ให้มาอยู่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม
สุชัย พงษ์เพียรชอบ หรือ‘ต่าย คลองเตย’ ส.ก.เขตคลองเตย มือดีลของกล้าธรรม ที่กำลังดูด ส.ก.เขตอื่น ๆ ให้มาอยู่ร่วมกับพรรคกล้าธรรม

‘ต่าย คลองเตย’ มีชื่อจริงว่า สุชัย พงษ์เพียรชอบ ถือเป็นบุคคลที่เกี่ยวข้องกับชุมชนคลองเตยในระดับที่เรียกว่า ‘กว้างขวาง’  เป็นเลขาธิการกลุ่มรักษ์กรุงเทพฯ,ประธานอาสาสมัครป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนและบรรเทาสาธารณภัย (อปพร.) เขตคลองเตย, เป็นอดีตที่ปรึกษา พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่า ฯ กทม.

ปัจจุบัน ‘เฮียต่าย’ เป็นส.ก.เขตคลองเตย ถ้าเอาแบบที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่มักจะใช้คำนี้ ‘ถี่ขึ้นเรื่อยๆ’ ว่าพวกเดียวกันแต่คนละพรรค ‘คำนี้’ น่าจะอธิบาย ‘เฮียต่าย’ ที่มีบุคลิก‘พวกมากกว่าพรรค’ ได้เป็นอย่างดี

เชื่อว่าจะเดินตามกันมาอีกหลายกลุ่ม หลาย ก๊วน เลยไม่ต้องแปลกใจว่า การเลือกตั้งที่กำบังจะเกิดขึ้นในปี 2569 ‘กล้าธรรม’ ถึงประกาศส่งผู้สมัครครบ ‘400 เขตเลือกตั้ง’   ซึ่งรวมทั้ง สนาม กทม. ด้วย

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์