เรื่องมันมีอยู่ว่า 2 รัฐมนตรี เจอกับ 2 เหตุการณ์ ค่าไฟแฝง ของรัฐมนตรีขิง ค่าไฟ กับทับลานแฝง ของรัฐมนตรี เฮ้ง ทับลาน ใครจะปิดงานได้ก่อนกัน <> มหากาพย์การโกงสอบท้องถิ่น เวลานี้เริ่มมีการแฉกันเองถึงการทุจริต ต้องสาวต่อให้ถึงตัวการใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นข้าราชการหรือนักการเมือง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
จาก‘ค่าไฟแฝง’ในมือ‘เอกนัฏ’
ถึง‘ทับลานแฝง’ในมือ‘สุชาติ’
มี‘ปฏิบัติการ’ขจัดสภาพที่เรียกว่า ‘แฝง’ ใน 2 กระทรวงใหญ่ที่ดูๆไปแล้ว ‘ไม่ต่างกัน’เพราะนอกจากจะ ‘หมักหมม’ มานานหลายปี กระบวนการแก้ไขปัญหาก็ ‘ใช่ว่า’จะทำได้โดยง่าย แม้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องจะออกมา ‘ขึงขัง’ ว่า แก้ได้แน่ๆ
กรณี ‘ค่าไฟแฝง’ ที่ ‘ขิง ขึงขัง’ หรือเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ออกมาให้ ‘กระดาษคำตอบ’กับสังคมว่า ‘เหตุหนึ่ง’ที่ต้องจ่าย ‘ค่าไฟแพง’ นั้นมาจากการต้อง ‘ร่วมจ่าย’ ค่าไฟในระบบสาธารณะ
‘ขิง ขึงขัง’ บอกล่าสุดว่า จะแก้ไขใน‘2 ระยะ’ ระยะแรก จะ‘แยก’ให้ชัด ซึ่งน่าจะต้อง ผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายฝ่าย ระยะต่อไป คือ‘งบประมาณ’ ที่ต้องเอามาจ่ายหรือ การผลักไปให้ ‘ท้องถิ่น’ รับภาระ พร้อมๆกับ มาตรการ‘ปรับเปลี่ยน’ การใช้พลังงาน ประเภทเปลี่ยนหลอดไฟแอลอีดี ไปจนถึง ‘โซล่าเซลล์’ ท่ามกลางการเสนอ ‘โครงการ’เปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งจะใช้เงินจากพ.ร.ก.กู้เงิน 400,000 ล้านบาท ที่เดี๋ยวในวันที่ 9 กรกฎาคมจะได้ ‘รู้กัน’ ว่าศาลรัฐธรรมนูญ จะมี ‘คำวินิจฉัย’อย่างไร
ส่วนอีก ‘ความแฝง’ อันหนึ่ง ที่ทำท่าจะ ‘โก โซ บิ๊ก’ คือกรณี ‘ทับลาน’ ที่แม้ ‘เดอะ เฮ้ง’ สุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรม จะ ‘3 เวลาหลังอาหาร’ ว่านี่คือการแก้ไขปัญหาที่ ‘ยืดเยื้อ’ มานานก็ว่า50ปีให้จบลง
ได้ยิน นส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกรัฐบาลออกมาบอกว่า การแก้ไขปัญหาที่ดินพื้นที่ ‘ทับลาน’ เป็นนโยบายที่ ‘นายกฯหนู’ ให้ความสำคัญโดยเฉพาะการดูแลประชาชนที่อาศัยและทำกินอยู่ในพื้นที่มาก่อนการประกาศเขตอุทยาน
ขณะที่ ‘เดอะ เฮ้ง’ ระบุว่า ในวันที่ 28 มิถุนายน จะเชิญทุกฝ่ายลงพื้นที่ ‘ตั้งวอร์รูม’ เพื่อพิสูจน์ว่า ระหว่าง ‘คนกับป่า’ ใครมาก่อนกัน ในกรณี ‘ชาวบ้าน’ นั้นไม่น่าจะมีปัญหา และหากเป็น‘ตาสี ตาสา นายมา นายมี’ ป่านนี้นั้น ‘จบไปแล้ว’ แต่เป็นเพราะที่ผ่านมามันมี ‘ชาวบ้านแฝง’ จนเป็นคดีความกันมาทุกวันนี้ แต่ที่ ‘ห่วง’ กันนั้นคือ รีสอร์ทนายทุน ต่างหาก
‘ผมเป็นรัฐมนตรีเอาชีวิตและศักดิ์ศรี ตำแหน่งเดิมพัน ถ้าผมไปทำอะไรที่เอื้อประโยชน์กับนายทุน ผมคงต้องอยู่ไม่ได้เหมือนกัน อธิบดีจะเกษียณอีก 4-5 เดือน ท่านกับผมจะทำให้จบ สุดท้ายท่านเกษียณก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรกับที่ดินตรงนั้น ผมต้องการให้ประชาชนอยู่ในสิ่งที่ได้รับความเป็นธรรมและถูกต้องให้รักประเทศไทย ไม่ใช่มองว่ากฎหมายประเทศไทยไม่ให้ความเป็นธรรมกับเขา’ สุชาติ กล่าว
‘ปัญหานี้จบลงในยุคของผมอย่างถูกต้องตามหลักมนุษยชน ถ้าไม่จบผมก็ต้องจบ แลกกัน เรื่องนี้ไม่จบ ชีวิตผมก็อยู่ไม่ได้เหมือนกัน เราลูกผู้ชาย ถ้าพูดขนาดนี้แล้ว ถ้าตะบัดสัตย์ผมจะอยู่ได้อย่างไรในสังคม’
มาถึงเวลานี้ดูไปดูมา ‘เดอะเฮ้ง ทับลาน’ จะ ‘ขึงขัง’ กว่า ‘เดอะ ขิงค่าไฟ’ แล้วนะ
<<<<>>>>>
แกะคลิปสนทนา‘พี่กิจ-น้องส้ม’
ตามล่า‘ตัวพ่อ’โกงสอบท้องถิ่น
มหากาพย์ ‘โกงการสอบท้องถิ่น’ กำลังถูกขุดชนิด ‘ถอนรากถอนโคลน’ มี 2 คำถามสำคัญที่สังคมอยากจะรู้ คือการโกงนั้นเขา ‘ทำกันอย่างไร’ แต่คำถามที่ใหญ่กว่า และเชื่อว่าสังคมอยากเห็นหน้าใจจะขาดคือ ‘ใครทำ’ ซึ่งแน่นอนว่า ‘คนที่ทำ’ได้ต้องเป็น ‘คนในที่เกี่ยวข้อง’ ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือ คนทำนั้นต้องมี ‘พลังทางการเมือง’

1ในการ ‘แกะเบาะแส’ว่าใครทำนั้นคือเนื้อหาของคลิปเสียงการ ‘สนทนา’ ระหว่าง สายหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘พี่กิจ’ กับอีกสายหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า ‘น้องส้ม’
รายละเอียดการสนทนาที่ว่าด้วย ‘ราคา’ ที่ต้องจ่ายกับ ‘โควตา’ ที่ได้รับมานั้น‘น่าสนใจมาก’และมีการพาดพิงถึง ‘รัฐมนตรีช่วย’ คนหนึ่ง
‘คลิปเสียง’ นั้นไม่ใช่การนัดแนะเพื่อไป ‘หลอกเหยื่อ’ ที่อยากเป็นข้าราชการท้องถิ่น แต่เป็นการ บอกถึง‘โควตา’ จำนวน 1,500 อัตรา จากคนใกล้ชิดของ ‘รัฐมนตรี’ โดยอัตราที่ได้มาคือการหาคนเข้าไปสวมเพราะมีการสมัครสอบไปแล้ว
‘การโกง’ คราวนี้ ไม่ได้ริเริ่มจากผู้เข้าสอบหาช่องทางโกง แต่มีเอเจนซี่มาเสนอช่องทางให้ แลกกับเงิน บางช่วงของการสนทนายังมีการ‘โก่งราคา’ เพราะเงินที่จ่ายนั้นจะถูกส่งกันเป็นทอดๆถึง ‘ตัวการใหญ่’ ในขบวนการทุจริต
เหมือน ‘เดอะ หนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย จะสนใจกลับ ‘คลิปเสียง’ ดังกล่าว ว่ากันว่าสายหนึ่งคือ ‘น้องส้ม’ ที่เป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่นบันทึกไว้ แล้วเมื่อขบวนการถูกจับได้ น้องส้มจึงส่งต่อให้สื่อเพื่อเปลี่ยนจาก‘ผู้ร่วมขบวนการ’ มาเป็น ‘พยาน’ คนสำคัญแทน
ส่วนอีกสาย ที่เรียกว่า ‘พี่กิจ’ นั้นเป็นนักการเมืองท้องถิ่นที่อิงแอบกับ‘พรรคการเมือง’ระดับชาติ และกำลัง ‘แต่งตัว’ เพื่อเข้าสภาผ่านการเลือกตั้งในนาม ‘ตัวแทน’ ของนักการเมืองดังในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ก็มีความ‘ฉาวโฉ่’ ไม่แพ้กัน
แม้พรรคการเมืองที่สังกัดจะ ‘ไม่ใช่’ รัฐบาล แต่ก็ใกล้เคียงกับการเป็นรัฐบาลมากทีเดียว แต่เรื่อง‘เงินทอง’ นั้น‘ไม่เข้าใคร ออกใคร’ หากหาโควตามาได้ ก็ไม่น่าจะยากอะไรที่จะไปหา ‘เหยื่อ’ เพราะการสอบนั้น ‘คนสอบ’ เป็นแสนคน
เหมือนในทางการเมืองนั้นพอ ‘ระแคะระคาย’ แล้วว่าใครทำ สายไหน แต่ปัญหาที่ตามมาคือ ‘หลักฐาน’ ที่จะสาวไปถึงชนิด ‘คาหนัง คาเขา’นั้นหายาก ส่วน ‘เขาโกงกันอย่างไร’ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช. เดี๋ยวรู้กันแน่
ล่าสุด ที่รศ.ประพันธ์ศิริ สุเสารัจ อดีตคณบดีคณะศึกษาศาสตร์ มศว โพสต์เฟสบุ๊ค Prapansiri Susaorat. ระบุช่วงหนึ่งว่า
‘การประกาศผลสอบอย่างเป็นทางการ เป็นอำนาจหน้าที่ของ กสถ. และ สถ. ใช่หรือไม่ และภายหลังการประกาศผลแล้ว หน่วยงานใดเป็นผู้รับผิดชอบดูแลฐานข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผลการสอบซึ่งก็ได้มีการประกาศผลไปแล้ว บรรจุข้าราชการไปแล้วด้วยตั้งแต่ 8 เมษายน 2569.ส่วนการแก้คะแนนที่ป.ป.ช. บุกค้น โดนจับได้ เหตุใดจึงเพิ่งมาเกิดขึ้นภายหลังเมื่อวันที่ 23-24 มิถุนายนนี่เอง...แล้วคนนั่งแก้คะแนน ทำไมจึงเป็นข้าราชการจากกรมของท่านด้วย’
และทิ้ง ‘ปริศนา’ไว้ว่า ‘ส่งมอบงานให้ไปหมดกับ TOR แปลก ๆ ว่า ขอไฟล์ข้อมูลทั้งหมดด้วย’



