เรื่องมันมีอยู่ว่า ความรู้เกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เหมือนรู้จักแต่ไม่รู้จริง ยังขาดการให้ความรู้อย่างเท่าทัน และทั่วถึง <> พื้นที่เขต 2 ฉะเชิงเทรา คือสนามรบที่เดือดสุดเพราะ 3 บ้านใหญ่ลงชนกัน เพื่อไทยระดมทุกอย่างที่มีลงหาเสียง งานนี้ห้ามแพ้ <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
‘ประชามติ’กำลังเป็น‘3ก๊ก’
รัฐธรรมนูญที่รู้จักแต่ไม่รู้จริง
ประเทศไทย มีรัฐธรรมนูญมาแล้ว 20 ฉบับ นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อปี 2475 และในการลงประชามติครั้งประวัติศาสตร์ชาติพร้อมกับการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ ‘ยังไม่มีใคร’ ว่า สังคมไทยจะ ‘เอายังไง’ กับรัฐธรรมนูญ
ในบัตรลงประชามติ มี 3 ช่องให้ทำเครื่องหมาย ‘กากบาท’ ตามกติกาคือ พ.ร.บ.ประชามติฉบับแก้ไขล่าสุด กำหนดว่า ให้นับที่ ‘เสียงข้างมาก’ ระหว่าง ‘เห็นชอบ’ กับ ‘ไม่เห็นชอบ’ และ ‘ไม่ประสงค์แสดงความเห็น’ หรือที่เรียกว่า ‘โหวตโน’
ต้องยอมรับกันอย่างหนึ่งว่า สังคมไทย ‘รู้จัก’ รัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศมา ‘ช้านาน’ แต่ต้องยอมรับด้วยเช่นกันว่าสังคมไทยมีความ ‘รู้จริง’ เรื่องรัฐธรรมนูญ ‘น้อยมาก’
คำถามประชามติ คราวนี้ถามว่า ‘ท่านเห็นชอบว่าสมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่’ ณ ขณะนี้ มีการแบ่งข้างพรรคการเมืองออกมาแล้ว พรรคไหนเห็นชอบ พรรคไหนไม่เห็นชอบ และพรรคไหน ‘โหวตโน’ ความจริงการ ‘โหวตโน’ นั้นก็คือ การไม่เห็นชอบอย่างหนึ่ง
มีการมองว่า หากการรณรงค์แบ่งเป็น ‘3 ก๊ก’ อย่างนี้ โอกาส ‘เห็นชอบ’ จะฉลุย เนื่องจากเสียง ‘ไม่เห็นชอบ’ กับ ‘โหวตโน’ นั้น ‘แย่งเสียง’ กันเอง
เอาจริงๆในการ ‘เห็นชอบ’ ก็มีเงื่อนไขตามมาอีกว่าต้องไม่แตะ ‘หมวด 1 และหมวด 2’ ที่ว่าด้วยสถาบัน ซึ่งก็เป็นอะไรที่ไม่สามารถการันตีได้ว่า หากมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ‘ทั้งฉบับ’ จะเกิดอะไรขึ้นตามมา
รัฐธรรมนูญมีปัญหา หลายคนบอกอย่างนั้น รัฐธรรมนูญแก้ไข ‘รายมาตรา’ ได้ ส่วนใหญ่ก็รูู้เช่นกัน แต่การทำ ‘ประชามติ’ คราวนี้มีบางฝ่ายอ้างว่าเพื่อหา ‘ข้อสรุป’ ในสังคมไทยนั้น กำลังจะกลายเป็น ‘ล้ม’ ฉบับเก่าแล้วร่างฉบับใหม่ขึ้นมา ซึ่งเอาเข้าจริงๆส่วนใหญ่ ก็หยิบ ‘ส่วนมาก’ จากฉบับที่ผ่านๆมา ‘มาใช้’
ที่สำคัญ การให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญแบบ ‘ทั่วถึง-เท่าทัน’ ไม่เกิดขึ้นจริง น่าสงสารประเทศไทยยิ่งนัก
<<<<<>>>>>>>
‘เขต2’ฉะเชิงเทราเดือดสุดๆ
‘บ้านใหญ่’ปะทะ‘บ้านใหญ่’
เมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา พรรคสีแดงเพื่อไทยขน ‘ทัพใหญ่’ เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงที่ ที่ตลาดบางน้ำเปรี้ยว พื้นที่เขต 2 ฉะเชิงเทรา นำทัพโดย ‘เดอะหนิม’ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย
ที่ว่าขน ‘ทัพใหญ่’ นั้น นอกจาก ‘เดอะหนิม’ แล้วยังมี ‘เดอะโอ๊ค’ พานทองแท้ ชินวัตร ลูกชาย ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งปกติแล้ว ไม่ค่อยไปปรากฏตัวที่ไหนง่ายๆ
นอกจากนี้ยังมี ‘เบอร์ใหญ่’ ในจ.ฉะเชิงเทรา อย่าง จาตุรนต์ ฉายแสง และ ‘พ่อมดดำ’ สุชาติ ตันเจริญ เรื่อยไปจนถึง 2 ผู้ช่วยหาเสียงของพรรคอย่าง ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ ‘มดดำ’ คชาภา ตันเจริญ
ช่วงหนึ่ง ‘พ่อมดดำ’ นายสุชาติ ปราศรัยว่า
‘ครอบครัวตันเจริญรับใช้พี่น้องชาวฉะเชิงเทราด้วยความสุจริตมาตลอด ผมเป็นผู้แทนมาแก้ไขปัญหาให้พี่น้องมาหมดแล้ว วันนี้มาขอโอกาสให้เพื่อไทยเข้าไปเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ให้ได้ใช้นโยบายคนไทยไร้จน อีกครั้ง คนไทยต้องรวยยิ่งขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ฝาก ‘ปลัดโจ๊ะ’ วันที่ 8 กุมภาพันธ์ เลือกท้้งคนทั้งพรรค ถ้าโจ๊ะได้ ผมเป็นรัฐมนตรี’
เขต 2 ฉะเชิงเทรา ประกอบด้วย อ.ราชสาส์น อ.บางคล้า อ.คลองเขื่อน อ.บางน้ำเปรี้ยว และอ.พนมสารคาม (2 ตำบล) ถือเป็นพื้นที่เดือดระดับ 5 ดาวทางการเมือง เพราะเป็นการสู้กันของตระกูล‘บ้านใหญ่’ ด้วยกันเองถึง 3ตระกูล

พรรคเพื่อไทยส่ง ‘ปลัดโจ๊ะ’ พันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ลูกชาย ‘เฮียเน้า’ สมชัย อดีตสส.หลายสมัย ชนกับ ‘เดอะเบนซ์’ อรรถกร ศิริลัทธิยากร รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งลงสมัคร ในสังกัดพรรคกล้าธรรม ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
เขตนี้ยังมี ‘มดแดง’ ศุกติชา ตันเจริญ ลงในสังกัดพรรคประชาชน ‘มดแดง’ นั้นเป็น ‘หลาน’ สุชาติ เป็น‘ลูกพี่ลูกน้อง’กับ ‘มดดำ’
การเลือกตั้งในเขต 2 เมื่อปี2566 ‘เดอะเบนซ์’ เฉือนชนะเหนือคนของตระกูล อัศวชัยโสภณ ไปราว 2 พันคะแนน โดยมี ‘ตัวแปร’ สำคัญคือพรรค‘สีส้ม’ ซึ่งขณะนั้นคือพรรคก้าวไกล
ดังนั้นงานนี้ เพื่อความไม่ประมาท จึงเกิดการ ‘ทิ้ง’ ผู้สมัครเพื่อให้เกิดการปะทะกันโดยตรงระหว่าง ‘บ้านใหญ่’กับ ‘บ้านใหญ่’ ด้วยกันโดยตรง
‘เดอะเบนซ์’ นั้นถือเป็น ‘คนใกล้ชิด’ ที่สำคัญของ ‘ผู้กองยอดรัก’ ซึ่งแน่นอนว่า ‘งานนี้’ ได้สู้กันจนหมดกระเป๋าแน่
เป็นอีกเขตเดือดระดับ ‘5ดาว’ ที่ต้องจับตามองอย่างไม่กระพริบเด็ดขาด เพราะระดับ ‘ตัวผู้สมัคร’ ที่สู้กันแล้ว ระดับพรรคการเมืองอย่าง พรรคเพื่อไทยกับพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะเป็น ‘ตัวแปร’ ในการจับขั้วตั้งรัฐบาลยัง ‘สู้กัน’โดยตรง
งานนี้ ‘วัดบารมี’ ผู้กองแห่งเมืองกว๊านพะเยาโดยแท้




