เหลือเวลาอีกเพียงประมาณ 2 อาทิตย์ก่อนถึงวันชี้ชะตาทางการเมือง บรรยากาศทางการเมืองไทยกำลังเข้าสู่ภาวะ "ฝุ่นตลบ" ทุกพรรคพยายามขยับเบี้ยตัวสุดท้ายเพื่อกินรวบคะแนนเสียงให้ได้มากที่สุด แต่กระแสที่ดูจะร้อนแรงและ "ตีถูกจุด" ที่สุดในเวลานี้ คือการหยิบยกโครงสร้างประกันสังคมขึ้นมาเขย่ากระดานของ "พรรคประชาชน"
นี่คือเกมการเมืองเชิงประเด็นที่มุ่งเป้าไปที่กลุ่มแรงงานและคนทำงานทั่วประเทศ หรือเป็นเพียงการสร้างกระแสชั่วคราว? แล้วพรรคคู่แข่งสำคัญอย่าง "ภูมิใจไทย" ที่นิ่งสงบอยู่ในป้อมปราการ "บ้านใหญ่" กำลังคิดอะไรอยู่? เราไปฟังคำตอบชัดๆ จากมุมมองของ รศ.ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ประกันสังคม สะพานเชื่อม "จุดยืน" สู่ "ฐานเสียงใหม่"
เมื่อถูกถามถึงการหยิบเรื่องประกันสังคมขึ้นมาเล่น ดร.อรรถสิทธิ์ มองว่านี่คือกลยุทธ์ที่ลงตัวระหว่าง "แบรนด์" ของพรรคกับการหาโหวตเตอร์กลุ่มใหม่
อาจารย์อรรถสิทธิ์ ชวนมองว่า "เราต้องไปดูตัวเลขนี้ ว่าคนในระบบประกันสังคมมีถึง 25 ล้านคน มันเท่ากับ 25 ล้านเสียงที่ถ้าบางส่วนเห็นด้วย มันก็เปลี่ยนเกมได้... พรรคประชาชนเขาอยากได้ 200 เสียง เขาต้องหาจุดโหวตเตอร์กลุ่มใหม่ๆ ซึ่งเขาไม่ได้หาจากจุดยืนพรรคที่ตรงกันอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของ 'ประเด็นที่ตรงกัน' เมื่อเอาเรื่องประกันสังคมมาประกอบกับคนที่ยังไม่ตัดสินใจ (Swing Vote) อีก 10-20% มันคือกลยุทธ์ที่ลงตัว ณ วันนี้"
นิยาม "สวิงโหวต" และความหวังเรื่องรัฐสวัสดิการ
พรรคประชาชนพยายามขยายเพดานจากการเรียกร้องความโปร่งใสใน "บอร์ดประกันสังคม" ไปสู่ภาพลักษณ์พรรคที่ทำเรื่อง "รัฐสวัสดิการ" ซึ่ง อาจารย์อรรถสิทธิ์ วิเคราะห์ว่าจุดนี้คือตัวเปลี่ยนใจคนเมืองและคนรุ่นใหม่
"สวิงโหวตหมายความว่า คราวที่แล้วเขาอาจไม่ได้เลือกประชาชน แต่วันนี้จะมาเลือกมั้ย? ประเด็นประกันสังคมมันเป็นแนวของพรรคอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องเดียวกันกับรัฐสวัสดิการ... พอมีประเด็นนี้เข้ามา มันขยายไปหาคนที่เมื่อก่อนอาจจะรู้จักพรรคแต่ไม่รู้สึกว่าจะไปด้วยกันได้ แต่พอเอา 'จุดยืน' มาบวกกับ 'ประเด็น' มันทำให้เขาเปลี่ยนใจหันมามองพรรคประชาชนได้จริงๆ"
อาจารย์อรรถสิทธิ์ กล่าว
"ภูมิใจไทย" กับกลยุทธ์นิ่งสงบสยบเคลื่อนไหว
ในขณะที่พรรคประชาชนเดินเกมรุกด้วยนโยบายมหภาค พรรคภูมิใจไทยกลับเลือกที่จะ "นิ่ง" ในเรื่องนี้ ซึ่ง ดร.อรรถสิทธิ์ มองว่าเป็นเรื่องของความชัดเจนในกลยุทธ์ "บ้านใหญ่"
อรรถสิทธิ์ มองว่า "กลยุทธ์ภูมิใจไทยชัดเจนมาตั้งแต่ต้น เขาไม่เน้นเวทีใหญ่ แต่เน้นเดินหาเสียงแบบ 'ออร์แกนิค' นโยบาย 10 Plus เขาก็มี แต่การรับรู้ของคนจะไปอยู่ที่พื้นที่มากกว่า... เขาใช้กลยุทธ์ให้บ้านใหญ่หาเสียงในส่วนของใครของมัน การที่เขาไม่ขยับเรื่องประกันสังคม ไม่ได้แปลว่าเขาไม่สนใจ แต่เขายังไม่ยอมเปลี่ยนเส้นทางที่เขาเดินอยู่ตอนนี้แค่นั้นเอง"
เดิมพันเสถียรภาพกองทุน vs เรตติ้งทางการเมือง
เมื่อถามถึงความเสี่ยงที่กองทุนประกันสังคมอาจล่มสลายใน 30 ปีข้างหน้า หากพรรคการเมืองมุ่งแต่จะเพิ่มสิทธิประโยชน์เพื่อเอาใจฐานเสียง อาจารย์อรรถสิทธิ์ ให้ความเห็นที่น่าสนใจเรื่องลำดับความสำคัญ
"มันคือเรื่องการบริหารจัดการที่ทุกพรรคควรเสนอแนวทาง แต่ตอนนี้เราเห็นแค่ไม่กี่พรรค... ตอนนี้ทุกพรรคต้องดูผลโพล ซึ่งอันดับหนึ่งคือเรื่อง 'ปากท้องและเศรษฐกิจ' ดังนั้นพรรคอื่นๆ เลยขายนโยบายเศรษฐกิจไปก่อนในช่วงนี้ เพราะเขาอาจมองว่าเรื่องประกันสังคมสำคัญในระดับที่ต่างกัน"
อาจารย์อรรถสิทธิ์ กล่าว
โค้งสุดท้าย การสร้างโมเมนตัม "มีลุงไม่มีเรา" ภาค 2
อาจารย์อรรถสิทธิ์ เชื่อว่าสิ่งที่พรรคประชาชนกำลังทำ คือการทำให้เรื่องประกันสังคมเป็น "วาระแห่งชาติ" เพื่อสร้างแรงส่งไปจนถึงวันเลือกตั้ง
"เขาจะสร้างโมเมนตัมนี้ให้เพิ่มขึ้น เหมือนตอนเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่กระแสคุณพิธาจุดติด 'มีลุงไม่มีเรา'... วันนี้เขาจะใช้เรื่องความผิดปกติของระบบประกันสังคมเป็นตัวจุดกระแสว่า ต้องเอาพรรคนี้เข้าไปเปลี่ยนแปลง... ส่วนพรรคอื่นๆ ถ้าจะแก้เกมต้องประเมินแล้วว่ากลยุทธ์วันนี้ได้ไหม ถ้าจะมีอะไรใหม่ๆ ต้องทำใน 2-3 วันนี้ ถ้าไม่ทำ ผมว่าอาจจะช้าไปแล้ว"
อาจารย์อรรถสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้าย
จากการพูดคุยกับ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว ชัดเจนว่า "ประกันสังคม" ไม่ใช่แค่เรื่องเงินในกระเป๋า แต่มันคือ "อาวุธทางการเมือง" ที่พรรคประชาชนใช้เพื่อทลายกำแพงอุดมการณ์ไปสู่ฐานเสียงที่กว้างขึ้น ในขณะที่พรรคอื่นๆ ยังคงยึดมั่นในตำราเดิมอย่างการบริหารพื้นที่และฐานเสียงอุปถัมภ์
หากโมเมนตัมนี้พุ่งสูงขึ้นจนฉุดไม่อยู่ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นคำตอบว่า "การเมืองเชิงประเด็น" ได้ชนะ "การเมืองเชิงพื้นที่" อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้วหรือไม่ ตองรอติดตาม




