เรื่องมันมีอยู่ว่า ส่อง‘4 บิ๊ก’ขรก.หญิง‘แถวหน้า’ ปรากฎการณ์‘หนูสู้ราชสีห์’

27 ส.ค. 2568 - 06:45

  • ส่อง 4 บิ๊กข้าราชการหญิงที่ขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของหน่วยงาน

  • หนึ่งในนี้คือผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ต้องมาดับร้อนผ้าเหลืองในช่วงนี้

  • ศึกภูมิใจไทยกับเพื่อไทย เดือดไม่น้อยหน้าวงการสงฆ์ รอเปิดประเด็นใหม่เร็ว ๆ นี้

เรื่องมันมีอยู่ว่า ส่อง‘4 บิ๊ก’ขรก.หญิง‘แถวหน้า’ ปรากฎการณ์‘หนูสู้ราชสีห์’

เรื่องมันมีอยู่   ข้าราชการหญิงที่ก้าวขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของหน่วยงานช่วงนี้  ต้องดูสำนักพุทธฯที่เวลานึ้ไม่เหลือพระให้กราบกันแล้ว ผู้อำนวยการคนใหม่จะดับไฟผ้าเหลืองอย่างไร <> ถ้าเป็นมวยก็เปิดหน้าชก แลกกันคนละหมัด ระหว่างมุมน้ำเงินภูมิใจไทย กับมุมแดงเพื่อไทย เน้นทุกดอก แล้วกำลังจะมีเรื่องใหม่ให้เม้าท์กันต่อเนื่อง <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า

ส่อง‘4 บิ๊ก’ขรก.หญิง‘แถวหน้า’

แต่ไหง!เก้าอี้บิ๊กแรงงาน‘ยังว่าง’

น่าสนใจกับการโยกย้ายแต่งตั้ง ‘บิ๊กข้าราชการ’ ในปีนี้เสียจริงๆ หลายคนบอกว่ามาไว บางคนบอกว่า มาเร็วก็ดี แต่ส่วนใหญ่บอกว่าน่าจะเกี่ยวกับ ‘อุบัติเหตุใหญ่’ ทางการเมืองแน่ๆ

หน่วยงานที่น่าจับและต้องตามดูผลงาน  คนแรก ‘ดร.ยี่’ ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดหญิงอายุน้อยสุดเท่าที่เคยมีมาของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถือเป็นปลัดหญิงคนที่ 2 นับตั้งแต่ก่อตั้งกระทรวงในปี 2545

‘ดร.ยี่’ ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ อายุน้อยที่สุดตั้งแต่ตั้งกระทรวง นั่งทำงานยาวไปอีก 10 ปี
‘ดร.ยี่’ ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพย์ฯ อายุน้อยที่สุดตั้งแต่ตั้งกระทรวง นั่งทำงานยาวไปอีก 10 ปี

ปัจจุบันอายุ 49 ปี พูดง่าย ๆ ก็คือ ‘นั่งยาว’ 10 ปีถ้าขาเก้าอี้ไม่หักเสียก่อน แสดงว่าต้องมีอะไรดีซักอย่างไม่งั้นจะ ‘แซงทางโค้ง’ เข้าป้าย ปาดหน้า ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศฯไปได้อย่างไร  ทั้ง ๆ ที่ วัยวุฒิ และคุณวุฒิ เทียบกันไม่ติด

แต่คนกระทรวงทรัพย์ฯ ไม่แปลกใจ เพราะภายใต้รัฐมนตรีชื่อเฉลิมชัย ศรีอ่อน อะไรก็เกิดขึ้นได้ ถ้า ‘เสี่ยต่อ’  ต้องการ 

คนต่อมา อุดมพร เอกเอี่ยม อดีตรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ถือเป็น ‘คนนอก’ ที่ถูกโยกให้มานั่งผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นการมาท่ามกลางปัญหาร้อนในๆวงการสงฆ์ ที่เขย่าศรัทธาพุทธศาสนิกชนยิ่งนัก

อุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ภารกิจใหญ่ คัดกรองพระแท้ให้คนได้กราบไหว้สนิทใจ
อุดมพร เอกเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักพุทธฯ ภารกิจใหญ่ คัดกรองพระแท้ให้คนได้กราบไหว้สนิทใจ

ว่ากันว่าก็ พศ.นี่ไม่ใช่เหรอที่ ‘เกียร์ว่าง’ ปล่อยปัญหาลุกลามบานปลาย งานนี้เมื่อคนในไม่พร้อม ก็หวังว่าการมาของ ‘คนนอก’ จะสามารถสะสางปัญหาที่สะสมมานานหลายสิบปี แบบผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ อย่างน้อย ๆ ก็ช่วยแยกแยะ ‘พระสงฆ์’ กับ ‘หัวโล้นห่มเหลือง’ ออกจากกันให้ได้ ก็ดีใจแล้ว

ลืมบอกไป ผอ.อุดมพร เป็นผู้หญิงคนที่ 2 ที่ได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้

ไม่รู้ว่า เป็นเรื่องบังเอิญ หรือเป็นเคล็ด ‘หนามยอกเอาหนามบ่ง’   ไหนๆก็พังเพราะสีกาแล้ว ก็เอา สีกามาลุยดงขมิ้น จัดระเบียบวงการสงฆ์เสียเลย

คนที่ 3   เลขาธิการสภาพัฒน์  อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ  เป็นลูกพี่ลูกน้องกับอภิสิทธิ์  เวชชาชีวะ ย้ายมาจากเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ( ก.พ.ร.) มาแทนดนุชา พิชยนันท์ ที่ถูกโยกไปเป็นเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)

เป็นเลขาฯสภาพัฒน์คนที่ 17 และเป็น‘คนแรก’ ที่เป็นผู้หญิง

คนที่ 4 ใหม่ๆหมาดๆ บุปผา เรืองสุด รองปลัดกระทรวงแรงงาน ที่ถูกโยกมานั่ง เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม(สปส.) หน่วยงานใหญ่หัวใจสำคัญของกระทรวงแรงงาน เรื่องร้อนที่รออยู่ก็กรณี ‘ซื้อตึกสปส.แพงกว่าราคาประเมิน’ เพราะจนป่านนี้ยังจับมือใครมาดมไม่ได้

กระทรวงแรงงาน ยามนี้น่าจับตาโดยเฉพาะเก้าอี้ปลัดกระทรวง ที่ เก้ๆกังๆจะแต่งตั้งมาซักพักแต่ถึงตอนนี้ก็ยังหาที่ ‘ถูกใจไม่ระคายคอ’  ฝ่ายการเมืองไม่ได้

ลือกันหนักว่า สงสัยจะเตรียมเก้าอี้ไว้ให้ เบอร์ใหญ่แถวๆคลองหลอดมานั่ง จริงเท็จอย่างไรต้องดูกันแต่หากย้อนประวัติศาสตร์ เวลามีปัญหากันทีไร ‘หาที่ลงไม่ได้’  ก็เห็นโยกย้ายมานั่งแถวดินแดงทุกที

จนคนในเขาบ่นกันขรมว่า เห็นกระทรวงแรงานเป็น ‘บ้านบางแค’ หรือไง

<<<<<>>>>>> 

น้ำเงิน-แดงแลกคนละหมัด

ปรากฎการณ์‘หนูสู้ราชสีห์’

เอาคืนกันไปเอาคืนกันมา คนละ 2-3 หมัดระหว่าง พรรคสีแดงกับพรรคสีน้ำเงิน แถมนับวันโอกาส ‘ลดราวาศอก’ ก็ไม่น่าจะมีให้เห็นเป็นแน่

ล่าสุด น้ำเงินทำท่าจะเปิด ‘แผลใหม่’  ที่จะเป็น ‘แผลใหญ่’  ให้ถูก ‘ขุดกันออกมา’ ตอกย้ำสัมพันธ์ครอบครัวผู้นำไทยกับครอบครัวผู้นำกัมพูชา อย่างตระกูลฮุนกับตระกูลชิน ผ่านตัวละครสำคัญที่ชื่อ เบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ หรือที่มีชื่อไทยว่า ‘สมิธ เบน’

เบนจามิน เป็นชื่อที่ในบทความของ ทอม ไรต์ อดีตผู้สื่อข่าวสำนักข่าววอลล์สตรีทเจอร์นัล เอ่ยชื่อถึงพร้อมระบุว่ามีอาชีพ ‘ที่ปรึกษาธุรกิจ’  เป็นนายหน้าขายเครื่องบินส่วนตัวให้ทักษิณ ชินวัตร ขณะเดียวก็มีสัมพันธ์อันดีกับคนใกล้ชิดสมเด็จฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา

ตามข้อมูลระบุว่า เบนจามิน เกิดแอฟริกาใต้ เชื้อชาติบริติช แต่สัญชาติปัจจุบันคือกัมพูชา เรื่องของเรื่องมันมีอยู่ว่า จู่ๆ เบนจามินก็ ‘สละสัญชาติ’ กัมพูชา แล้วมายื่นขอสัญชาติไทย

เบนจามิน มีลูก 3 คนที่เกิดจาก 2 ภรรยาคนไทย เปิดบริษัททำธุรกิจในไทย อยู่ไทยนานกว่า 5 ปี รู้ภาษาไทย มีใบอนุญาตทำงาน พูดง่ายๆก็คือทำทุกอย่างเพื่อให้เข้าองค์ประกอบของการขอสัญชาติไทย

ยื่นเรื่องก็ผ่านกระบวนการอย่าง ตำรวจ กับฝ่ายปกครอง แต่สุดท้าย อนุทิน ชาญวีรกูล มท.1ในตอนนั้น ‘ไม่เซ็นอนุมัติ’ เพราะสืบรู้ลึกๆว่า เบนจามิน หรือ สมิธ มีสัญชาติฝรั่งเศสกับแอฟริกาอยู่ด้วย

อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเปิดหน้าชกกับเพื่อไทย เน้นทุกดอก เก็บทุกรายละเอียด
อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังเปิดหน้าชกกับเพื่อไทย เน้นทุกดอก เก็บทุกรายละเอียด

อนุทิน ระบุว่ากรณีนี้คงไม่ใช่ชนวน ‘ดีด’ สีน้ำเงินออกจากการร่วมรัฐบาลและยึดมหาดไทยไปดูแล ที่สำคัญทักษิณคงไม่เกี่ยว

ตามธรรมดา ฝรั่งรักเมืองไทย ถึงขนาดขอสัญชาตินั้นมีให้เห็นบ่อยไป แต่กรณีนี้มันน่าจะพิเศษตรงที่ว่าเป็นฝรั่งใกล้ชิด‘ศูนย์อำนาจ’ ทั้งไทยทั้งกัมพูชา

‘ลุงภูมิ’  ภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย มาเหยียบคลองหลอดไม่ทันไรก็ย้าย ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ อธิบดีกรมการปกครอง ไปตบยุงเป็นผู้ตรวจราชการและดึง นิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าฯเชียงใหม่ มานั่งทำหน้าที่แทน

ภูมิธรรม เวชยชัย  กับงานไล่ล่าภูมิใจไทย  เร็ว ๆ นี้เตรียมรับเรื่องร้อน ๆ  จากอีกฝ่ายได้
ภูมิธรรม เวชยชัย กับงานไล่ล่าภูมิใจไทย เร็ว ๆ นี้เตรียมรับเรื่องร้อน ๆ จากอีกฝ่ายได้

เรื่อง ‘วงใน’ แบบนี้ ‘ลุงภูมิ’ ไม่รู้คงไม่มีใครเชื่อ อันที่จริงแล้ว เบนจามิน ยื่นแล้วไม่ได้ เบนจามินจะยื่นใหม่ก็ย่อมได้ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่จะแปลกถ้าเกิดมาได้เป็นคนไทยในยุค ‘ลุงภูมิ’ นี่แหละ

ปัญหาไทย-กัมพูชา ปัญหา ‘ฮุนกับชิน’  บางคนเชื่อว่า ‘เล่นจริงเจ็บจริง’ แต่หลายคนก็มองว่า ‘เล่นจริงแต่แหกตา’

นี่แค่ดอกหนึ่ง ยังมีอีกดอกที่เดี๋ยว ‘น้ำเงิน’ จะโยนออกมาแบบไม่นานเกินรอคือ คุณสมบัติการศึกษาของรัฐมนตรีคนหนึ่ง ที่เรียจบไม่จริง แต่เอาไปโฆษณาจัง จะถูกเปิดเผย

วลีที่บอกว่า ‘การเมืองไม่มีมิตรแท้และศัตรูถาวร’ ที่พล.อ.ประมาณ อิดเรกสาร เสาหลักค่ายราชครูในอดีต  พูดไว้ยังใช้ได้เสมอ สงครามสีน้ำเงิน-แดงยังไม่จบ อย่าเพิ่งรีบ ‘นับศพ’ กันนะจะบอกให้

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์