เรื่องมันมีอยู่ คณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นัดรวมพลวันที่ 21 สิงหาคมที่หน้ารัฐสภา เป้าหมายเรื่อง MOU 43 และ 44 แต่ความคาดหวังไปไกลกว่านั้นมากมาย <>โฆษกฯจิรายุ ห่วงทรัพย์ พลาดท่า เสียทีกับเรื่องอินฟลูฯฝรั่งกำมะลอที่เขมรจ้างมา งานนี้จบข่าวหรือจบอนาคต แต่อยู่ต่อได้เพราะฐานมั่นคง <> ดร.เอ้ สุชัชวีร์ กับสาธิต ปิตุเตชะ ระยอง คอนเนคชั่น เตรียมฟอร์มพรรคใหม่ ร่วมกับคนรังสิต <> พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
ล้มรัฐบาล-เปลี่ยนขั้วการเมือง
‘รวมพลัง’กับ‘ก้าวที่ไกลกว่านั้น’
ได้ยินคณะรวมพลังแผ่นดินปกป้องอธิปไตย นำโดย จตุพร พรหมพันธุ์ ,สมชาย แสวงการ ฯลฯแถลงข่าว จัดชุมนุมนัดพิเศษหน้ารัฐสภา วันที่ 21 สิงหาคมที่จะถึงนี้ วันเดียวกับที่ แพทองธาร ชินวัตร หยุดปฏิบัติหน้าที่นายกรัฐมนตรี มีคิวจะไปให้ปากคำกับศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิป ‘ลุงหลาน’ แล้วต้อง ‘คิดให้ไกล’
แม้จะระบุว่ามาเพื่อแสดงจุดยืนกรณี MOU 43 และ MOU 44 ที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ทางบกทางทะเล ในข้อพิพาทไทยกัมพูชา แต่สมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ระบุด้วยว่าจะ ‘ยื่นคำร้อง’ ต่อศาลเพื่อขอให้ ‘ถ่ายทอดสด’ การไต่สวน น.ส.แพทองธาร และขอร่วมรับฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ด้วย

ด้านจตุพร ระบุว่า ชุมนุมใหญ่ผ่านมาแล้ว 2 ครั้ง และจะมีครั้งที่ 3 ในอนาคตอันใกล้นี้ แต่การชุมนุมวันที่ 21 สิงหาคม จะเป็นการแสดงพลังของประชาชน เตรียมความพร้อมเพื่อขับเคลื่อนเจตนารมณ์ทางการเมืองว่าในอนาคตจะทำอะไรอย่างไรบ้าง

น่าตามต่อว่า ‘เจตนารมณ์ทางการเมืองในอนาคตคืออะไร’ เพราะคงไม่ใช่แค่ ไล่รัฐบาลพรรคเพื่อไทย แบบที่ทำกันในตอนนี้ และคงไม่ใช่แค่การเปลี่ยนขั้วทางการเมือง หากเกิดการเลือกนายกรัฐมนตรีในสภาผู้แทนราษฎรขึ้นมา แต่น่าจะไกลไปถึง การปฎิรูปการเมือง เปลี่ยนกติกา หรือไกลกว่านั้น ก็เป็นไปได้
อย่าลืมว่า คณะรวมพลังยังมีการบ้านอย่าง ม.144 อยู่ในมือ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติหรือ ป.ป.ช.ที่ ‘ล้มรัฐบาล-เปลี่ยนขั้วการเมือง’
หาก ‘แผลงฤทธิ์’ ออกมาจะนำไปสู่การ ‘คว่ำกระดาน’ ทางการเมือง ครั้งมโหฬารกว่าครั้งไหนๆที่ผ่านมา
‘เดินทีละก้าว กินข้าวทีละคำ’ ภาษาการเมืองเขาว่าไว้อย่างนั้นนะจะบอกให้
<<<<<<<<>>>>>>>>>>
ส่อง‘โฆษก’บนสงครามข่าวสาร
‘จิรายุ’กับเก้าอี้ที่ยัง‘ขาไม่สั่น’
ในยามสงครามข่าวสาร บนความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชา ปฎิเสธไม่ได้ว่า ‘โฆษก’ ของเหล่าบรรดาหน่วยงานที่มีหน้าที่ชี้แจงตอบโต้ข้อมูลที่เป็นจริงให้ทันท่วงทีและรู้เท่าทัน นั้นไม่ต่างอะไร กับ ‘นักรบ’ ตามแนวชายแดน
หากเปรียบเทียบดู จะเห็นว่าแต่ละส่วนล้วน มีบทบาทที่ต่างกัน อย่างทหารไล่ไปตั้งแต่ กระทรวงกลาโหมซึ่งมี ‘เสธ.เม่น’ พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ เป็นโฆษก แถมพ่วงโฆษก ศบ.ทก.อีกตำแหน่ง
ขณะที่กองทัพบกมี พล.ต.วินธัย สุวารี หรือ ‘เสธ.ต๊อด’ เป็นหัวหอก ฟากกระทรวงการต่างประเทศ มี โฆษก ‘ฝีปากเด็ด’ อย่าง ‘แจ๊คกี้’ หรือ นิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศ เป็นโต้โผหลัก
ส่วน ศบ.ทก.ที่นอกจาก เสธ.เม่น ก็ยังมีโฆษกด้านจิตอาสา ที่ชื่อ ‘ดร.บุ๋ม’ ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ซึ่งระยะหลังบทบาทน้อยไปนิด
ขณะที่ของรัฐบาล มี ‘โฆษกห่วงทรัพย์’ หรือ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ยืนทำหน้าที่ซึ่งล่าสุดก็ ‘จบข่าว’ หลังรับรู้เบื้องหลังไมเคิล อัลฟาโร่ นักข่าวปลอมชาวสหรัฐ ที่กัมพูชาจ้างมาชวนเชื่อข่าวสาร เพราะเดิมที่ ‘หลุดปาก’ เชิญมาประเทศไทย แต่ต่อมาประกาศชัดไปว่า ไม่ต้องการให้มาเหยียบแผ่นดินอีกต่อไป

พูดถึง จิรายุ ต้องพูดถึงข่าวเปลี่ยนโฆษกรัฐบาลรอบล่าสุด ที่ปรากฎชื่อ ‘จักรภพ เพ็ญแข’ ขนาดเจ้าตัวบอกสังคมไปว่า เขียนประวัติกรอกคุณสมบัติ ไปเรียบร้อยแต่สุดท้าย ก็ได้แค่ยืนมองอยู่ ‘นอกวง’ เอาจริงๆมีเสียงสอบถามกันมาเป็นระยะว่า ‘ จิรายุ’ อดีตแม้จะเป็นสื่อมวลชนมาก่อนนั้น มีอะไรถึง ‘เหนียวแน่นหนึบ’ เกาะเก้าอี้โฆษกแบบใครก็แทรกยาก

เรื่องนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่ามันเป็นไปตามกลไกแบบ ‘โควต้า’ ทางการเมืองในพรรคเพื่อไทย ที่ว่า ‘ค่าของคน อยู่ที่คนของใคร’ เพียงแต่คราวนี้พิเศษนิดนึงแบบเจาะจงลงไปว่า
ค่าของจิรายุ อยู่ที่สังกัดชมรม ‘คนชอบกินปู’ ก็เท่านั้นเอง
<<<<<>>>>>>
ปรากฏการณ์ ‘พรรคคนระยอง’
‘สาธิต-สุชัชวีร์’และดร.อาทิตย์
หลังกระโดดออกจากเรือประชาธิปัตย์ พร้อมข่าวที่ตามออกมาว่า ดร.เอ้ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ จะมาร่วมตั้งพรรคการเมืองใหม่ที่ชื่อว่า ‘พรรคไทยก้าวใหม่’ ร่วมกับคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ซึ่งปัจจุบัน ก็ยังไม่ได้โบกมือลาพรรคค่ายสีฟ้าแต่อย่างใด เงียบหายไปจาก ‘เรดาร์’ การเมืองในเวลาอันรวดเร็ว
ล่าสุดเห็นข้อความเชียร์จาก อดีตรองหัวพรรคค่ายประชาธิปัตย์อย่าง ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ ระบุว่า ทั้งเอ้ ทั้งตี๋ ถือเป็น ‘คนเก่งคนดีทั้งสองคนของชาวไทยอย่างผม’

‘เอ้’ นั้นก็ ดร.สุชัชวีร์ ส่วน ‘ตี๋’ นั้นหมายถึง ดร.สาธิต ปิตุเตชะ คนดังจากระยอง ที่เลือกตั้งปี 2566 พ่ายกระแส ‘ส้ม’ เสียพื้นที่ทั้ง 5 เขต ซึ่งระยะหลังมีข่าวว่า กำลัง ‘ซุ่ม’ ทำพรรคการเมืองพรรคใหม่ โดยมีระยอง เป็นฐานที่มั่น
แม้จะมีพื้นฐานเป็นคนชอบฟุตบอล แต่ก็ต้องยอมรับว่า ‘ระยอง เอฟซี’ ซึ่งเล่นอยู่ไทยลีกในขณะนี้ สร้างคนรุ่นใหม่ทางการเมืองได้ไม่น้อย จริงๆแล้วทั้งตี๋ทั้งเอ้ ล้วนเป็นคนระยอง
ตี๋ เป็นรุ่นพี่ เอ้เป็นรุ่นน้อง

จะว่าไป ‘พรรคการเมือง’ ที่ ‘ตี๋’ ซุ่มโป่งทำอยู่แบบรับรู้หนาหูขึ้นทุกวันนั้น คล้าย ๆ ว่าจะเป็นคนการเมืองที่โบกมือลามาจากพรรคประชาธิปัตย์ส่วนหนึ่ง จากพรรคกล้า ส่วนหนึ่ง จากคนรุ่นใหม่ที่ตื่นตัวทางการเมืองอีกส่วนหนึ่ง
หวังว่าคงไม่ใช่ ‘เหล้าเก่าในขวดใหม่’ ของการเมืองไทย แต่น่าจะเป็นการนำเสนอที่ใหม่ ทันสมัยทันสถานการณ์กว่านั้น
ส่วนจะชื่อพรรคว่าอะไร ข่าวว่า เร็วๆวันนี้
คงเผยโฉมออกมา รอแค่เวลาที่เหมาะสมเท่านั้น




