เรื่องมันมีอยู่ว่า รั้วของชาติ กำลังจะสร้างรั้วจริงในพื้นที่ชายแดนไทยกัมพูชา แต่รัฐบาลกลับสร้างรั้วด้วยปาก ให้เหตุผลว่าความขัดแย้งจบด้วยการเจรจา คนไทยรอสบทบทุนสร้าง ไม่ต้องรอรัฐบาล<>ศิลปินแห่งชาติปีนี้ ก็มีเรื่องอลเวงให้เห็นกัน รายชื่อหล่นหายระหว่างทาง หรือว่ารัฐมนตรีวัฒนธรรม แพทองธาร ชินวัตรอ่านไม่ครบ ทิ้งไว้กับข้อสงสัยมากมาย <>พบคำตอบในเรื่องมันมีอยู่ว่า
เมื่อ‘รั้วของชาติ’ประกาศ‘สร้างรั้ว’
ย้อนดูคดีพระวิหารกับการเรี่ยไรเงิน
ได้ยินชนิดเสียงดังฟังชัดจากปาก ‘บิ๊กอ๊อฟ’ พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ระบุถึงการสร้างรั้วตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาว่า
‘กองทัพบกกำลังพิจารณาและนำไปปฏิบัติทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 โดยเมื่อวานนี้ได้ให้เสนาธิการลงไปในพื้นที่บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว และสื่อสารออกมาอย่างชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนั้นคือดินแดนของไทย และจะต้องมีการสร้างกำแพงที่แข็งแรง เพื่อปกป้องประชาชนและปกป้องการรุกรานจากฝ่ายตรงข้าม’
พูดชัดนั้นก็เรื่องหนึ่ง แต่ ‘บิ๊กอ๊อฟ’ ผู้กำลังลาชีวิตราชการในวันที่ 30 กันยายนนี้ พูดกำชับด้วยว่า
‘จะสนับสนุนทุกการกระทำของกองทัพบกอย่างแน่นอน’

สอดคล้องกับผู้ใต้บังคับบัญชา อย่าง ‘เสธ.เบิร์ด’ พล.ต.วันชนะ สวัสดี รองโฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย ที่ระบุต่อมาว่า ‘คลองลึก’ จะเป็นจุดแรก เพราะเป็นพื้นที่ที่ทุกอย่างชัดเจนสุดและสามารถทำได้เลย

จะรั้วหรือจะกำแพง น่าจะอยู่ที่สภาพพื้นที่ แต่จุดประสงค์สำคัญคือ ‘ที่ผ่านมาเราโดนรุกราน’ ถือเป็นเรื่องใหญ่ และใหม่หากถูกนำมาใช้เพื่อแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา
ฝ่ายกองทัพนั้นชัดเจนและแน่วแน่ แต่ฝ่ายการเมืองยังสงวนท่าทีเพราะเชื่อว่า ‘เจรจาบนโต๊ะ’ เท่านั้นจะแก้ปัญหาได้
แม้จะเจรจามา ‘ทุกระดับ’ มีข้อตกลงร่วมกัน แต่กัมพูชาไม่ทำตามที่พูดแถมทำตรงข้ามกับที่ตกลงไว้ แน่นอนว่า ไทย-กัมพูชา ต้องใช้ทุกมติแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะมาตรการ‘ปิดล้อม’ เศรษฐกิจสีเทาเพื่อตัด ‘เส้นเลือดใหญ่’ ที่ตระกูลฮุนใช้เลี้ยงกองทัพท่ามกลางความยากจนของผู้คนกัมพูขา
ตอนที่ไทยกับกัมพูชา มีข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร ที่เป็นคดีในศาลโลกเมื่อปี 2505 รัฐบาลในขณะนั้นขอเรี่ยไรเงิน ‘คนไทย’ คนละ 1 บาทเพื่อสู้คดี ได้เงินไป 4 ล้านกว่าบาท ใช้จ่ายไป 5 แสน เหลือเงินกว่า 3 ล้าน ส่งเข้าคลังแผ่นดิน
งานนี้ถ้ากองทัพบกเดินหน้า และเปิดแคมเปญ เรี่ยไรเงินจากประชาชน ลงขันกันตามกำลัง สนับสนุนรั้วของชาติ ให้ไป ‘สร้างรั้ว’ ที่ชายแดน
เชื่อเลยว่า น้ำใจคนไทยจะเป็นหนึ่งเดียว
ไหลมาเทมาแบบ ‘มืดฟ้ามัวดิน’ แน่นอน
<<<<<<>>>>>>>
กังขา‘ศิลปินแห่งชาติ’ชื่อหาย
วัฒนธรรม‘อลวน’ ยุค ‘อุ๊งอิ๊งค์’
หลังแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติหน้าที่ และรัฐมนตรีวัฒนธรรม แถลงข่าวผลการคัดเลือกศิลปินแห่งชาติซึ่งชื่อศิลปินแห่งชาติ ประจำปี2567 มีจำนวน 1 พระองค์ และ 10 รายชื่อ ก็เกิด ‘เสียงวิพากษ์วิจารณ์’ ตามกันออกมาทันทีว่ามีการ ‘ตกหล่น’ บางชื่อไปหรือไม่
ทำนองว่า เอกสารข้อมูลครบ แต่รมว.วัฒนธรรมอ่านไม่ครบ หรือเอกสารไม่ครบ แพทองธารแถลงถูกต้องแล้ว
ความงุนงงสับสนจนทำให้ ประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรรมต้องชี้แจงว่า ตามพ.ร.บ.วัฒนธรรมแห่งชาติ 2553 มาตรา 11 ,28, 29 และ 30 ประกอบกับกฎกระทรวงกำหนดให้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ (กวช.) มีหน้าที่และอำนาจในการพิจารณา ‘ศิลปินแห่งชาติ’ ซึ่งการแถลงของ รมว.วัฒนธรรมนั้น ‘ถูกต้อง’ ตามที่ได้แถลงและเผยแพร่ข่าวออกไป
ในแวดวงนักเขียน มีข้อมูลว่า ในสาขาวรรณศิลป์นั้น ต้องมีชื่อ วรรณา สวัสดิ์ศรี หรือนามปากกา ‘ศรีดาวเรือง’ อยู่ด้วย เอาจริงๆ ‘ศรีดาวเรือง’ ก็มีผลงานเป็นที่ยอมรับต่อเนื่องและยาวนาน

วรรณา คือ คนนอนเตียงเดียวกับ สุชาติ สวัสดิ์ศรี หรือนามปากกา ‘สิงห์สนามหลวง’ ผู้เคยได้รับรางวัล ‘ศิลปินแห่งชาติ’ แต่ต่อมาภายหลัง ‘ถูกถอดชื่อ’ เนื่องจากมีทัศนะที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ เป็น ‘คนแรก’ ที่ถูกริบตำแหน่งนับตั้งแต่มี ‘ศิลปินแห่งชาติ’ เมื่อปี2528
เมื่อ กวช.ยืนยันว่า ถูกต้องแล้ว กติกาก็ย่อมเป็นไปตามนั้น แต่ ‘แวดวงวรรณกรรม’ จะเชื่อจะเคารพหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
งานนี้แปลกๆแบบไม่ถูกยังไงชอบกลอยู่นะ




