ผู้สื่อข่าวรายงานว่าวันนี้ถือเป็นครั้งที่ 7 สำหรับการเยี่ยมญาติ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกคุมขังมาแล้ว 27 วัน โดยวันนี้สมาชิกครอบครัวชินวัตร ได้แก่ ‘สมชาย วงศ์สวัสดิ์’ อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะน้องเขย และ ‘เยาวภา วงศ์สวัสดิ์’ น้องสาว ‘ทักษิณ’ เดินทางเข้าเยี่ยมนายทักษิณ พร้อมทั้ง ‘วิญญัติ ชาติมนตรี’ ทนายความประจำตัวของทักษิณ ร่วมเดินทางมาด้วย ขณะที่มวลชนคนเสื้อแดง คอยส่งเสียงให้กำลังใจอย่างต่อเนื่องที่บริเวณหน้าเรือนจำ ด้วยความหวังว่าจะได้เห็นความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับสถานการณ์ของ ‘ทักษิณ’
โดยทั้งคู่เดินทางมาถึงเรือนจำฯ ได้ลงจากรถยนต์ส่วนบุคคล เดินยกมือไหว้เข้าหากลุ่มมวลชนคนเสื้อแดงที่มามารอต้อนรับ ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส และขอบคุณทุกคนที่มาให้กำลังใจ ก่อนจูงมือกันเดินเข้าด้านในเรือนจำฯ โดยไม่ได้ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับผู้สื่อข่าว
หนึ่งในตัวแทนกลุ่มมวลชนเสื้อแดง เปิดเผยว่า ยังคงเฝ้ารอติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด และหวังว่านายทักษิณจะได้รับโอกาสในการรักษาตัวที่บ้านภายใต้ระบบกำไล EM (Electronic Monitoring) แทนการคุมขังในเรือนจำ ตนมีความศรัทธาและชื่นชมในตัวนายทักษิณ มาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องของนโยบาย 30 บาทรักษาทุกโรคที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง ทั้งนี้ นายทักษิณทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติมากมาย ถ้าจะกล่าวหาว่าท่านโกงบ้านเมือง เราก็อยากถามกลับไปว่าแล้วประเด็นอื่นๆ อย่างเรื่องเขากระโดง ทำไมถึงยังไม่มีความคืบหน้า ทั้งที่ก็มีหลักฐานชัดเจนอยู่แล้ว
ต่อมาเวลา 10.10 น. ทั้งคู่จึงได้เดินออกมา พร้อมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า ทักษิณมีกำลังใจดีและเข้าใจในระบบกระบวนการ อย่างไรก็ตาม ท่านไม่ได้ฝากอะไรมาพิเศษ ก็เป็นการพูดคุยตามประสาพี่น้อง ก็เห็นใจกันที่ต้องมารับเคราะห์แบบนี้ สุขภาพดี ใบหน้าสดใส ทำใจได้ ท่านรู้ว่าควรอยู่อย่างไร รู้ว่าอยู่แค่ชั่วคราว ท่านฝากขอบคุณคนเสื้อแดงและทุกคนที่มาห่วงใยเยี่ยมเยียนท่าน ไม่ได้มีการพูดเรื่องขออภัยโทษแต่อย่างใด จากที่เกิดเหตุขึ้นเราก็มีความรู้สึกเข้าใจและเห็นใจ
ขณะที่ ‘วิญญัติ’ กล่าวว่า เรื่องยื่นขออภัยโทษ ตอนนี้ก็ทราบว่าอยู่ในกระบวน การของกระทรวงยุติธรรมทั้งหมด เราก็ไม่ได้ไปก้าวล่วงการดำเนินการอะไรต่างๆ เป็นเรื่องของหน่วยงานราชการ ส่วนกรณีที่ รมว.ยุติธรรมคนใหม่มีการตั้งคณะกรรม การมาดูข้อกฎหมายว่าการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษเฉพาะรายครั้งนี้ สามารถดำเนินการได้หรือไม่นั้น ไม่มีความเห็น เพราะการตั้งคณะกรรมการดังกล่าวก็เป็นดุลพินิจของ รมว.ยธ.คนใหม่ ซึ่งตนขอรอฟังผลแทนดีกว่า ไม่มีความเห็นใดๆ




