‘สมชาย’ ฟาด ‘ก้าวไกล’ มุ่งแก้ ‘ม.272’ หวังดิสเครดิต สว. จวกอย่าเล่นเป็นเด็ก

4 ส.ค. 2566 - 12:42

  • ‘สมชาย’ ฟาด ‘ก้าวไกล’ มุ่งแก้ ‘ม.272’ หวังด่า-ดิสเครดิต สว.

  • จวกอย่าเล่นเป็นเด็ก ถามดักทาง จะประวิงเวลารอ 10 เดือนทำไม

  • ยัน สว. ไม่เคยปฏิเสธเลือกนายกฯ แต่ต้องตรวจสอบเข้ม

  • ซัดคู่ปรับไม่เคยสำรวจตัวเอง เที่ยวโทษคนอื่นตลอดเวลา

Somchai_blames_MFP_case_of_amending_Section_272_SPACEBAR_Hero_0868fc5b47.jpeg
สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) มองว่า การประชุมร่วมกันของรัฐสภา วาระเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 นั้นไม่มีความจำเป็น และจะเป็นปัญหาในข้อกฎหมาย เพราะเกี่ยวพันไปถึงประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญ จะวินิจฉัยในกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน ยื่นให้วินิจฉัยการลงมติของรัฐสภา กรณีเสนอชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีซ้ำ โดยในวันที่ 16 ส.ค.นี้ ก็จะวินิจฉัยว่าจะรับหรือไม่รับ ทั้งนี้ หากรับก็จะสามารถเดินหน้าโหวตนายกรัฐมนตรีได้ช่วงประมาณวันที่ 20 ส.ค. แต่หากการแก้ไขมาตรา 272 ผ่านวาระหนึ่งไปแล้ว จะเกิด 2 เรื่อง ดังนี้  

1. ต้องยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เพราะมาตรา 272 ต้องทำประชามติแยกออกจากรัฐธรรมนูญ 2560 เนื่องจากมาตรา 272 มีผู้เห็นชอบ 15 ล้านคน จึงจะต้องทำประชามติแน่นอน ไม่มีทางอื่น ซึ่งต้องใช้เงินอีก 4,000 กว่าล้านบาท ดังนั้น จึงต้องยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ ว่าสภาฯ ทำหน้าที่มิชอบ เนื่องจากยังไม่ได้ทำประชามติก่อน 

2. ต้องขอให้หยุดการโหวตเลือกนายกฯ เพราะจะเกิดปัญหาแบบเดียวกันกับที่ผู้ตรวจการฯ ยื่นเรื่องข้างต้น เนื่องจากสภาฯ ได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ว่าจะให้ สว.ไม่มีส่วนในการเลือกนายกฯ ดังนั้น การโหวตเลือกนายกฯ ภายหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว จะทำไม่ได้ จึงต้องขอให้หยุดไว้ เพราะสภาฯ กำลังจะเปลี่ยนกฎหมาย ซึ่งจะเป็นปัญหามาก ถือเป็นการเล่นการเมืองที่ตนมองว่าไม่ถูก  

สมชาย ยังระบุถึงการสนับสนุนให้เลือกนายกฯ ให้แล้วเสร็จก่อน ทั้งนี้ สมมุติว่าได้นายกฯ ในช่วงประมาณวันที่ 20 ส.ค. กฎหมายนี้ก็จะไม่ถูกใช้อีก จนหมดอายุไปเองตามสภาพตามกฏหมาย หรือวันที่ 11 พ.ค. 2567  

“เราคงไม่มีการเลือกนายกฯ ทุกเดือน เพราะนายกฯ ต้องอยู่ไปอีก 4 ปี ฉะนั้น สว.จึงไม่มีสิทธิ์มาโหวตอีกแล้ว ตามบทเฉพาะกาลที่กำหนดให้มีหน้าที่ เราก็ทำตามหน้าที่ การยื่นแก้ไขกฎหมายจึงทำให้มีปัญหา ผมไม่มีปัญหาในการอธิบายชี้แจงเลย เพราะเป็นเรื่องธรรมดามาก มีความพยายามมาทั้งหมด 6 ครั้ง ในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 7 ครั้งแรก สมาชิกให้ความเห็นชอบ 56 คน และลดลงเรื่อยๆ คราวนี้ก็จะไม่มีใครเห็นด้วย เพราะหมดความจำเป็น เนื่องจากกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 272 มาจากการทำประชามติ หมดเวลาตามอายุ 5 ปี ไม่ต้องแก้ไขก็หมดผลทางกฎหมาย ถ้าเข้าใจกฎหมายให้ดี ไม่มีความจำเป็นต้องไปแก้ หรือยกเลิก เว้นแต่แสร้งไม่เข้าใจ และเล่นแต่การเมือง เป็นปัญหาที่ทำให้คนไทยเบื่อการเมือง เพราะการเมืองเล่นการเมืองแบบนี้ หวังตีหัวเข้าบ้าน หวังไว้ด่า สว. หวังดิสเครดิต สว. หวังให้มีสภาเดียว ยุบ สว.ทิ้ง เท่านั้นเอง” สมชาย กล่าว 

สมชาย ย้ำด้วยว่า หากวาระเสนอแก้ไขมาตรา 272 ถูกโหวตผ่าน จะไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย เนื่องจากมาตรา 272 นี้ผ่านประชามติจาก 15 ล้านคน   

“ให้ สส.ที่เสนอเรื่องนี้ ไปอ่านคำวินิจฉัยให้ดี ว่ารัฐสภาแก้ไขหรือยกเลิกรัฐธรรมนูญได้ แต่ต้องไปถามองค์อำนาจที่ใหญ่กว่า คือประชามติที่ให้กำเนิดรัฐธรรมนูญ มันไม่ใช่ของสนุก ที่คุณจะเล่นไปเรื่อยๆ เลิกเล่นเป็นเด็กเถอะ” สมชาย กล่าว 

สมชาย กล่าวต่อไปว่า ก่อนเสนอเรื่องนี้เข้าสู่สภา พรรคการเมืองใหญ่ ระดับหัวหน้าและเลขาธิการพรรค ได้พูดคุยกับผู้ใหญ่ ซึ่งมีตนอยู่ด้วย ว่าจะพิจารณาเรียงตามลำดับ คือโหวตนายกฯ ให้เสร็จก่อน แล้วจึงนำกฎหมายนี้เข้าสภา พร้อมย้ำด้วยว่า ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพิจารณากฎหมายที่ทำให้เปลืองเวลาสภา หากเกิดผ่านวาระที่หนึ่ง ก็ต้องไปตั้งกรรมาธิการ ซึ่งเปลืองเวลา เปลืองงบประมาณ และไม่เข้าใจว่าจะประวิงเวลาไว้ทำไม เพื่อรอเวลา 10 เดือน เพราะขณะนี้ ประเทศจำเป็นที่จะต้องมีนายกฯ แล้ว ทั้งนี้ ที่ผ่านมา สว. ไม่เคยปฏิเสธที่จะเลือกนายกฯ เพียงแต่ต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติ หากไม่พร้อมก็ต้องยอมรับ ซึ่งพิจารณาทั้งตัวบุคคลและนโยบาย หากพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหา สว. ก็ให้ความเห็นชอบอยู่แล้ว  

“ที่ผ่านมา คุณไม่เคยสำรวจตัวคุณเองเลย เที่ยวโทษคนอื่นตลอดเวลา” สมชาย กล่าว 

ส่วนการเลื่อนวาระการโหวตนายกฯ ออกไปหลายครั้ง สมชาย มองว่าเป็นปกติตามรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา 88 และมาตรา 89 ได้กำหนดชัดอยู่แล้ว ว่าแต่ละพรรคส่งชื่อแคนดิเดตนายกฯ ได้ไม่เกิน 3 คน หากคนแรกไม่ได้ ก็ต้องให้ลำดับถัดไป พร้อมระบุว่า “ในบัญชีแคนดิเดตฯ มีตั้งหลายคน จะให้เราเลือกคนเดียวหรือ” 

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์