วันที่ 12 มีนาคม พรรคเพื่อไทยนำโดย สมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี พวงเพ็ชร ชุนละเอียด ประธานคณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. วิชาญ มีนชัยนันท์ คณะกรรมการประสานงานด้านการเมืองพื้นที่ กทม. พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ จิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. กทม. เขตสะพานสูง เขตบางนา-พระโขนง และเขตบางกะปิ ลงพื้นที่เปิดศูนย์ประสานงานพรรคเพื่อไทย เขตบางกะปิ บริเวณถนนโพธิ์แก้ว หน้าวัดบึงทองหลาง แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ
สมชาย กล่าวว่า วันนี้ทุกคนก็อยากได้รับเลือก แต่เพื่อไทยเราประเมินว่าศักยภาพของผลงานที่ผ่านมา รวมถึงผู้สมัครที่เราคัดเลือก คิดว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เมื่อดูจากโพลแล้ว 310 ที่นั่งมีความเป็นไปได้ และทางพรรคเพื่อไทยเองก็อยากให้กรุงเทพแลนด์สไลด์ด้วย
กรณีเรื่อง ส.ว. โดยส่วนตัวคิดว่า ส.ว. เองก็เห็นถึงการบริหารของรัฐบาลที่ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่ได้ทำให้ประเทศพัฒนา ซึ่งท่านเองก็เป็นประชาชนดังนั้นจึงคิดว่าคงจะมีวิจารณญาณในการโหวตครั้งหน้า และยังมั่นใจว่าการเข้าร่วมพรรคเพื่อไทยของนายเศรษฐา ซึ่งเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ จะสามารถเข้ามาช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนได้
“พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นถึงความสามารถและความเหมาะสมตรงนั้น ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเคยกล่าวถึงคุณเศรษฐาว่าเก่งธุรกิจ ไม่ได้แปลว่าจะเก่งเศรษฐกิจนั้น คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังขาดความเข้าใจด้านนี้ ทางเราเองไม่อยากสีซอให้ใครฟัง แต่ขอมุ่งมั่นสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในด้านนโยบายของเพื่อไทย” สมชาย กล่าว
ขณะที่ พวงเพชร กล่าวเสริมว่า ทุกนโยบายของเพื่อไทยเกิดขึ้นจากการสะท้อนปัญหาพื้นที่ของ กทม.ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด คุณภาพชีวิต คมนาคม ปัญหาต่างๆ ในชุมชน หากได้เป็นรัฐบาล เราจะผลักดันนโยบายเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องชาว กทม.อย่างแน่นอน
“จึงเป็นที่มาของการที่ทำไมต้องเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์พรรคเดียว เนื่องจากคราวที่แล้วเราชนะที่หนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะติดเรื่อง ส.ว. 250 เสียง หากเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ 310 ที่นั่งขึ้นไป ดิฉันเชื่อมั่นว่า ส.ว. จะไม่กล้าที่จะดูถูกประชาชนเพราะประชาชนเป็นคนเลือกทั้งหมดเข้ามา ให้มือของท่านกาเพื่อไทย อย่าไปสงสัย แบ่งใจ แบ่งปันให้พรรคอื่น ขอให้เชื่อมั่นในเพื่อไทย เพราะประชาชนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานครได้” พวงเพชร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ สมชาย และคณะเดินทางกลับ มีชาวบางกะปิเข้าร้องเรียนต่อนายสมชาย ขอฝากข้อเรียกร้องเรื่องเอสเอ็มแอล ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะเป็นนโยบายชุมชนที่ชาวกรุงเทพฯ จับต้องได้ และขอให้ปรับปรุงแก้ไขยกระดับนโยบาย 30 บาท เนื่องจากประชาชนประสบปัญหาในเรื่องของการใช้สิทธิ์ข้ามเขต โดยหวังว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ดีขึ้นได้
สมชาย กล่าวว่า วันนี้ทุกคนก็อยากได้รับเลือก แต่เพื่อไทยเราประเมินว่าศักยภาพของผลงานที่ผ่านมา รวมถึงผู้สมัครที่เราคัดเลือก คิดว่าจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เมื่อดูจากโพลแล้ว 310 ที่นั่งมีความเป็นไปได้ และทางพรรคเพื่อไทยเองก็อยากให้กรุงเทพแลนด์สไลด์ด้วย
กรณีเรื่อง ส.ว. โดยส่วนตัวคิดว่า ส.ว. เองก็เห็นถึงการบริหารของรัฐบาลที่ไม่ประสบความสำเร็จ และไม่ได้ทำให้ประเทศพัฒนา ซึ่งท่านเองก็เป็นประชาชนดังนั้นจึงคิดว่าคงจะมีวิจารณญาณในการโหวตครั้งหน้า และยังมั่นใจว่าการเข้าร่วมพรรคเพื่อไทยของนายเศรษฐา ซึ่งเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจ จะสามารถเข้ามาช่วยเหลือด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องประชาชนได้
“พรรคเพื่อไทยเล็งเห็นถึงความสามารถและความเหมาะสมตรงนั้น ถึงแม้ พล.อ.ประยุทธ์ จะเคยกล่าวถึงคุณเศรษฐาว่าเก่งธุรกิจ ไม่ได้แปลว่าจะเก่งเศรษฐกิจนั้น คิดว่า พล.อ.ประยุทธ์ ยังขาดความเข้าใจด้านนี้ ทางเราเองไม่อยากสีซอให้ใครฟัง แต่ขอมุ่งมั่นสร้างความเข้าใจให้กับประชาชนในด้านนโยบายของเพื่อไทย” สมชาย กล่าว
ขณะที่ พวงเพชร กล่าวเสริมว่า ทุกนโยบายของเพื่อไทยเกิดขึ้นจากการสะท้อนปัญหาพื้นที่ของ กทม.ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด คุณภาพชีวิต คมนาคม ปัญหาต่างๆ ในชุมชน หากได้เป็นรัฐบาล เราจะผลักดันนโยบายเหล่านี้เพื่อแก้ปัญหาของพี่น้องชาว กทม.อย่างแน่นอน
“จึงเป็นที่มาของการที่ทำไมต้องเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์พรรคเดียว เนื่องจากคราวที่แล้วเราชนะที่หนึ่ง แต่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้เพราะติดเรื่อง ส.ว. 250 เสียง หากเลือกเพื่อไทยให้แลนด์สไลด์ 310 ที่นั่งขึ้นไป ดิฉันเชื่อมั่นว่า ส.ว. จะไม่กล้าที่จะดูถูกประชาชนเพราะประชาชนเป็นคนเลือกทั้งหมดเข้ามา ให้มือของท่านกาเพื่อไทย อย่าไปสงสัย แบ่งใจ แบ่งปันให้พรรคอื่น ขอให้เชื่อมั่นในเพื่อไทย เพราะประชาชนเท่านั้นที่จะเปลี่ยนแปลงกรุงเทพมหานครได้” พวงเพชร กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่ สมชาย และคณะเดินทางกลับ มีชาวบางกะปิเข้าร้องเรียนต่อนายสมชาย ขอฝากข้อเรียกร้องเรื่องเอสเอ็มแอล ที่เป็นนโยบายของรัฐบาลพรรคเพื่อไทยมาตั้งแต่สมัยนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพราะเป็นนโยบายชุมชนที่ชาวกรุงเทพฯ จับต้องได้ และขอให้ปรับปรุงแก้ไขยกระดับนโยบาย 30 บาท เนื่องจากประชาชนประสบปัญหาในเรื่องของการใช้สิทธิ์ข้ามเขต โดยหวังว่าหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะทำให้ดีขึ้นได้



