สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เดินทางมาพบ แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เพื่อนัดวันเข้าพบ ภายหลัง กกต. ตีตกคำร้องตรวจสอบพรรครวมไทยสร้างชาติ กรณีขนคนมาประชุมในงานประชุมใหญ่พรรค โดยมีการแจกเสื้อและหมวก ซึ่ง สมชัย และ วีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน (คปต.) ได้ยื่นร้องไว้เมื่อเดือนที่ผ่านมา
โดย สมชัย กล่าวว่า ในหนังสือตอบรับดังกล่าว เลขาธิการ กกต. ระบุว่า เรื่องนี้ไม่สามารถเข้าข่ายที่จะร้องได้ เนื่องจากเหตุผลหลายประการ เช่น คำร้องขาดรายละเอียด สถานที่เกิดเหตุ ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง พยานบุคคล พยานหลักฐานอื่นๆ โดยรวมคือเป็นคำร้องที่ขาดองค์ประกอบ อีกเหตุผลคือ ผู้ร้องไม่มีสิทธิเป็นผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้มีสิทธิออกไปเลือกตั้งในเขตดังกล่าว ซึ่งจาก 2 เหตุผลนี้ มองว่า กกต. วินิจฉัยไม่ถูกต้อง เนื่องจากคำร้องที่ส่งไป มีทั้งวัน เวลา สถานที่ชัดเจน รวมทั้งพยานบุคคล และหลักฐานอื่นๆ เช่น หมวก เสื้อ ที่แจกจ่ายในวันนั้น เพราะฉะนั้น การที่บอกว่าไม่ครบถ้วน กกต. น่าจะเข้าใจผิด
ส่วนเรื่องที่ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว สมชัย มองว่า ไม่ใช่เรื่องของผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ถ้าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองกระทำความผิด และเป็นกรณีทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหากพบมีใครกระทำความผิดก็มีสิทธิร้องต่อ กกต. จะอ้างในลักษณะดังกล่าวไม่ได้
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความกระจ่าง จึงเดินทางมาเพื่อนัดหมาย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม ตนและ วีระ จะขอเข้าพบเพื่อให้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ยกคำร้อง หากมีเหตุผลไม่เพียงพอ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีกับ กกต. ทั้งชุด พร้อมย้ำเป็นความรับผิดชอบของ กกต. ทั้งชุด
เมื่อถามว่าการขอนัดหมายเข้าพบครั้งนี้ต้องการให้ กกต. นำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการต่อใช่หรือไม่ สมชัย ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะคำร้องดังกล่าวได้ถูกตีตกไปแล้ว แต่อยากให้ กกต. ชี้แจงเหตุผล ที่ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว และย้ำว่าหาก กกต. ปิดประตูไม่ให้โอกาสเข้าพบเพื่อรับฟังคำชี้แจง ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
เมื่อถามว่าหาก กกต.ไม่ชัดเจนเรื่องเงื่อนไขคำร้อง กังวลหรือไม่ว่าจะเกิดปัญหา เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวการเลือกตั้ง สมชัย ตอบว่า ถูกต้อง เนื่องจากคำร้องที่ร้องไปเป็นคำร้องที่จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมือง ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้
ด้านเลขาธิการ กกต. ระบุว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบข้อมูล ขอกลับไปศึกษารายละเอียดและจะกลับมาแจ้งข้อมูลให้ทราบภายหลัง
โดย สมชัย กล่าวว่า ในหนังสือตอบรับดังกล่าว เลขาธิการ กกต. ระบุว่า เรื่องนี้ไม่สามารถเข้าข่ายที่จะร้องได้ เนื่องจากเหตุผลหลายประการ เช่น คำร้องขาดรายละเอียด สถานที่เกิดเหตุ ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้อง พยานบุคคล พยานหลักฐานอื่นๆ โดยรวมคือเป็นคำร้องที่ขาดองค์ประกอบ อีกเหตุผลคือ ผู้ร้องไม่มีสิทธิเป็นผู้ร้อง ไม่ใช่ผู้มีสิทธิออกไปเลือกตั้งในเขตดังกล่าว ซึ่งจาก 2 เหตุผลนี้ มองว่า กกต. วินิจฉัยไม่ถูกต้อง เนื่องจากคำร้องที่ส่งไป มีทั้งวัน เวลา สถานที่ชัดเจน รวมทั้งพยานบุคคล และหลักฐานอื่นๆ เช่น หมวก เสื้อ ที่แจกจ่ายในวันนั้น เพราะฉะนั้น การที่บอกว่าไม่ครบถ้วน กกต. น่าจะเข้าใจผิด
ส่วนเรื่องที่ผู้ร้องไม่ได้เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งดังกล่าว สมชัย มองว่า ไม่ใช่เรื่องของผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตเลือกตั้งนั้นๆ ถ้าเป็นเรื่องของพรรคการเมืองกระทำความผิด และเป็นกรณีทั่วทั้งประเทศ ซึ่งหากพบมีใครกระทำความผิดก็มีสิทธิร้องต่อ กกต. จะอ้างในลักษณะดังกล่าวไม่ได้
ดังนั้น เพื่อให้เกิดความกระจ่าง จึงเดินทางมาเพื่อนัดหมาย แสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ว่าวันศุกร์ที่ 3 มีนาคม ตนและ วีระ จะขอเข้าพบเพื่อให้ชี้แจงถึงเหตุผลที่ยกคำร้อง หากมีเหตุผลไม่เพียงพอ ขอสงวนสิทธิ์ในการดำเนินคดีกับ กกต. ทั้งชุด พร้อมย้ำเป็นความรับผิดชอบของ กกต. ทั้งชุด
เมื่อถามว่าการขอนัดหมายเข้าพบครั้งนี้ต้องการให้ กกต. นำเรื่องดังกล่าวไปดำเนินการต่อใช่หรือไม่ สมชัย ตอบว่า ไม่ใช่ เพราะคำร้องดังกล่าวได้ถูกตีตกไปแล้ว แต่อยากให้ กกต. ชี้แจงเหตุผล ที่ปฏิเสธคำร้องดังกล่าว และย้ำว่าหาก กกต. ปิดประตูไม่ให้โอกาสเข้าพบเพื่อรับฟังคำชี้แจง ก็จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
เมื่อถามว่าหาก กกต.ไม่ชัดเจนเรื่องเงื่อนไขคำร้อง กังวลหรือไม่ว่าจะเกิดปัญหา เนื่องจากเป็นช่วงคาบเกี่ยวการเลือกตั้ง สมชัย ตอบว่า ถูกต้อง เนื่องจากคำร้องที่ร้องไปเป็นคำร้องที่จะเป็นบรรทัดฐานให้พรรคการเมือง ว่าอะไรทำได้อะไรทำไม่ได้
ด้านเลขาธิการ กกต. ระบุว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบข้อมูล ขอกลับไปศึกษารายละเอียดและจะกลับมาแจ้งข้อมูลให้ทราบภายหลัง






