สมชัย ศรีสุทธิยากร ประธานยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนนโยบาย พรรคเสรีรวมไทย และอดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โพสต์เฟซบุ๊กวิเคราะห์ถึงกรณีข่าว พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกฯ ขายหุ้นไอทีวี เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม
โดยเนื้อหาระบุว่า ถ้าพิธา ขายหุ้น ITV ทิ้งแล้วเมื่อปลาย พ.ค. 2566 จริง คาดว่าอะไรน่าจะเกิดขึ้น
สมชัย ระบุว่า 1.เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของ ส.ส. ตามมาตรา 98(3) หากผิด ก็ยังคงผิด เนื่องจากเป็นคุณสมบัติที่นับในวันสมัคร โดยพรรคก้าวไกล สมัครบัญชีรายชื่อวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งก่อนวันขายหุ้น
2.พิธา ไม่น่าขาดคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากกระบวนการลงมติเลือกยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็อาจมีการตีความจากฝ่ายตรงข้าม ว่าต้องนับคุณสมบัติตั้งแต่วันเสนอชื่อ 4 เม.ย. 2566
3.การขายหุ้นหลังจากสมัคร จึงไม่น่าจะเกิดประโยชน์ในรูปคดี เพราะผิดก็ยังคงผิด หากไม่ผิด ก็คือ ไม่ผิด แต่การขายทำให้คล้ายว่า เรายอมรับว่า น่าจะผิด เลยขายทิ้งก่อนเลือกนายกฯ
4.เครื่องจักรของอำนาจเดิมกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อต้านทานการเปลี่ยนแปลงของสังคม อย่าได้ประมาทว่า เป็นเครื่องเก่า กำลังผุพัง หรือล้าสมัย เพราะมันยังกำลังทำงานของมัน ไม่เคยหยุดนิ่ง
โดยเนื้อหาระบุว่า ถ้าพิธา ขายหุ้น ITV ทิ้งแล้วเมื่อปลาย พ.ค. 2566 จริง คาดว่าอะไรน่าจะเกิดขึ้น
สมชัย ระบุว่า 1.เรื่องคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ของ ส.ส. ตามมาตรา 98(3) หากผิด ก็ยังคงผิด เนื่องจากเป็นคุณสมบัติที่นับในวันสมัคร โดยพรรคก้าวไกล สมัครบัญชีรายชื่อวันที่ 4 เม.ย. ซึ่งก่อนวันขายหุ้น
2.พิธา ไม่น่าขาดคุณสมบัติในการเป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากกระบวนการลงมติเลือกยังไม่เกิดขึ้น แต่ก็อาจมีการตีความจากฝ่ายตรงข้าม ว่าต้องนับคุณสมบัติตั้งแต่วันเสนอชื่อ 4 เม.ย. 2566
3.การขายหุ้นหลังจากสมัคร จึงไม่น่าจะเกิดประโยชน์ในรูปคดี เพราะผิดก็ยังคงผิด หากไม่ผิด ก็คือ ไม่ผิด แต่การขายทำให้คล้ายว่า เรายอมรับว่า น่าจะผิด เลยขายทิ้งก่อนเลือกนายกฯ
4.เครื่องจักรของอำนาจเดิมกำลังทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อต้านทานการเปลี่ยนแปลงของสังคม อย่าได้ประมาทว่า เป็นเครื่องเก่า กำลังผุพัง หรือล้าสมัย เพราะมันยังกำลังทำงานของมัน ไม่เคยหยุดนิ่ง





