ขอแฟร์ๆ! อย่าบังคับให้เลือกคนที่เชียร์

16 พ.ค. 2566 - 16:17

  • ‘สมชาย’ ยกภาษิต “ไม่เห็นกระรอกอย่างเพิ่งโกร่งหน้าไม้”

  • สวนปมบีบกดดัน ‘วุฒิสภา’ โหวต ‘พิธา’ นั่งนายกฯ

  • ลั่น ‘ส.ว.’ มีวุฒิภาวะพอ ขอให้แฟร์ๆ อย่ามาบังคับให้เลือกคนที่เชียร์

Somchai_said_the_senator_had_maturity_Do_not_force_to_vote_for_PM_SPACEBAR_Hero_0be3d48b53.jpeg
สมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) กล่าวถึงกรณีที่กระแสสังคมกดดันการตัดสินใจโหวตเลือกนายกฯ โดยระบุ ขอให้ความเป็นธรรมกับ ส.ว. ด้วย เนื่องจากกระบวนการเลือกนายกฯ ในที่ประชุมรัฐสภานั้น ยังมีขั้นตอนและต้องใช้เวลา ทั้งการรับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส. ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่มีกรอบเวลา 60 วัน ซึ่งเชื่อว่า กกต. จะตรวจสอบเรื่องร้องเรียนให้แล้วเสร็จ คงไม่ปล่อยให้เข้าสภาฯ แล้วสอยทีหลังแน่นอน  

จากนั้น เป็นกระบวนการของการเปิดประชุมสภาฯ งานรัฐพิธี หลังรับรองผลเลือกตั้ง 15 วัน จากนั้น ไม่เกิน 7 วัน ต้องประชุมเพื่อเลือกประธานสภาฯ ต่อจากนั้นคือการเลือกนายกฯ ซึ่งเชื่อว่าจะมีเวลาอีก 2 เดือน ดังนั้น จนถึงขณะนี้ ยังไม่ถึงขั้นตอนและไม่ทราบชัดเจนว่า จะเสนอชื่อใครเข้าสู่รัฐสภาให้ลงมติ และทราบแค่ความเคลื่อนไหวต่อการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งพรรคเพื่อไทย ให้พรรคก้าวไกล ดำเนินการไปก่อน ทั้งนี้ สูตรจัดตั้งรัฐบาลยังไม่นิ่ง 

“กรณีที่สังคมกดดัน ทำโพลออนไลน์นั้น ผมมองว่าเป็นโพลวิชาการทำได้ แต่จะส่งผลให้ ส.ว.ต้องปฏิบัติตามนั้นหรือไม่ ผมเชื่อว่ากดดันไม่ได้ เพราะ ส.ว.มีวุฒิภาวะ ดังนั้น หากไม่เห็นกระรอก อย่าเพิ่งโกร่งหน้าไม้ ยังมีเวลาอีกหลายเดือน ฐานะ ส.ว.ที่มีสิทธิโหวตนายกฯ แต่ไม่มีสิทธิเสนอ หากสภาฯ เสนอมา ซึ่งไม่รู้ว่าจะใช่นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตจากพรรคก้าวไกล หรือเป็น น.ส.แพทองธาร ชินวัตร แคนดิเดตจากพรรคเพื่อไทย หรือเป็นนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตจากเพื่อไทย ส.ว.พร้อมพิจารณา เพราะการโหวตของ ส.ว.หรือของผมไม่ได้ยึดติดว่าจะต้องเป็นขั้วอำนาจเดิม แต่หากวันนี้ เสนอมาแบบนี้ เป็นไปได้ว่า ส.ว.จะโหวตให้นายพิธา เป็นนายกฯ ส่วนจะได้ 60-70 เสียง หรือไม่ ผมตอบไม่ได้ แต่เป็นไปได้ทั้งหมด” สมชาย กล่าว 

สมชาย กล่าวด้วยว่า สำหรับสูตรตั้งรัฐบาล 310 เสียง ต้องพิจารณาถึงการจัดตั้งรัฐบาลให้ได้ก่อน ซึ่งหลังการเลือกตั้งปี 2562 นั้นพบว่า มีการแข่งขันตั้งรัฐบาล และพรรคเพื่อไทย เสนอ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ จากพรรคอนาคตใหม่ ดังนั้น หากตกลงเรื่องนโยบายไม่ได้ เจรจาเก้าอี้รัฐมนตรีไม่ลงตัว อาจมีการสลับกันได้ ดังนั้น การใช้กระแสกดดันให้ ส.ว. แสดงท่าทีนั้นไม่มีประโยชน์ ส่วนกรณีที่ ส.ว. บางคนพูดว่า สภาฯ ต้องรวมเสียงกันให้ได้ 376 เสียง จะได้ไม่พึ่งเสียง ส.ว. ตนมมองว่า เป็นเพียงการพูดตามเกณฑ์กึ่งหนึ่งที่รัฐธรรมนูญกำหนด ซึ่งเป็นหลักการทั่วไป 

ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า ส.ว. ที่มาจากการแต่งตั้ง จะไม่โหวตให้ขั้วฝ่ายค้านเดิมนั้น สมชาย กล่าวว่า สำหรับตนที่เป็น ส.ว. มานาน ทำงานมาหลายรัฐบาล ไม่เคยมีปัญหากับการทำงานร่วมกัน ไม่ว่าฝ่ายเดิมหรือรัฐบาลเดิม ต้องพิจารณา ซึ่งตนมีหลักในการพิจารณาเลือกนายกฯ ทั้งมีความซื่อสัตย์ สุจริต มีวิสัยทัศน์ นำพาประเทศไปสู่การพัฒนา มีความรอบรู้ นอกจากนั้น ต้องดูบริบทรอบข้าง คือการวางตัวรัฐมนตรี และกลุ่มของพรรคการเมือง ส่วนความเห็นของ ส.ว. แต่ละคนนั้นเป็นอิระ  

“สิ่งที่ต้องพิจารณาต่อไปคือ คะแนนนิยมของประชาชนที่สนับสนุนพรรคการเมือง หากรวมกันเสียงเด็ดขาด ส.ว.ต้องยอม แต่หากรวมกันเสียงก้ำกึ่งแต่หากแบ่งฝ่ายที่เท่ากัน ส.ว.มีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ที่บังคับให้ทำหน้าที่ ดังนั้น อย่าบังคับให้เลือกชื่อคนที่คุณเชียร์ ฉันทามติของใครเลือกพรรคไหน เพราะผลเลือกตั้งเลือกประชาชนลงคะแนนให้ทุกพรรค ดังนั้น ขอให้แฟร์ๆ” สมชาย กล่าว

เรื่องเด่นประจำสัปดาห์