หนึ่งในอุปสรรคสำคัญของการผ่าน ‘ร่างพ.ร.บ.กู้เงิน 5 แสนล้านบาท’ ของรัฐบาล ที่หวังจะนำมาใช้เป็นแหล่งเงินทุนในโครงการดิจิทัลวอลเลต 10,000 บาท คือ ความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา ที่มีหน้าที่พิจารณาเห็นชอบในช่วงขั้นตอนสุดท้ายก่อนประกาศใช้เป็นกฎหมาย และดูเหมือนว่าตอนนี้ มี ‘สว.’ จำนวนไม่น้อยที่ตั้งป้อมรอสอยร่างพ.ร.บ.เงินกู้ฉบับนี้อยู่
ล่าสุดวันนี้ (10 ม.ค.) ที่รัฐสภา ‘สมชาย แสวงการ’ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอแนะไปยังรัฐบาลและคณะทำงานด้านกฎหมายของรัฐบาล เกี่ยวกับนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ว่า คณะกรรมการนโยบายดิจิทัลวอลเล็ตต้องพิจารณาให้รอบคอบ เพราะคณะกรรมการกฤษฎีการะบุว่าการกู้เงินสามารถทำได้ แต่ต้องเป็นที่ประจักษ์ 4 เรื่อง คือ เป็นเรื่องเร่งด่วน ต่อเนื่อง มีวิกฤตเศรษฐกิจ และทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ไม่ทัน
ทั้งหมดต้องรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบ หากเร่งด่วนควรออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ตั้งแต่ 4 เดือนที่แล้ว มองว่าสิ่งที่ประเทศเป็นอยู่ตอนนี้ไม่ใช่วิกฤติ แต่คือภาวะฝืดเคืองเล็กน้อยหลังจากพ้นภาวะโควิด-19 และกราฟกำลังจะผงกหัวขึ้น มองโครงการนี้ถือว่าไม่คุ้มค่า
“เหมือนกับที่ สตง. ป.ป.ช. เคยเตือนเรื่องจำนำข้าว ผมเชื่อว่าคณะกรรมการดดิจิทัลวอลเล็ต ประกอบด้วยหน่วยงานสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเศรษฐกิจ น่าจะให้คำแนะนำท่านนายกฯ และบันทึกให้ชัดเจนว่าท่านเห็นด้วย เห็นต่างอย่างไร เรื่องนี้ไม่ยาก ก็อธิบายเป็นเหตุผลว่ารัฐบาลคงต้องหยุดโครงการ เพราะอุปสรรคทั้งหลาย และประชาชนรับได้แล้ว ผมคิดว่ารัฐบาลน่าจะเอาเข็มพุ่งไปพัฒนาในเรื่องอื่น”
— ‘สมชาย แสวงการ’ สมาชิกวุฒิสภา กล่าว
‘สมชาย’ ยังเชื่อว่า ในการพิจารณาเห็นชอบ ‘ร่างพ.ร.บ.เงินกู้’ ของคณะกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ที่มีคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลอยู่ด้วย อาจไม่เห็นชอบในเรื่องนี้ แต่หากเห็นชอบก็ขอเตือนว่าอย่าลืมเรื่องจำนำข้าว ที่มีรัฐมนตรีติดคุก 2 คน รวมถึงข้าราชการอีกจำนวนมากที่ต้องติดคุกเพราะเรื่องนี้ และย่าคิดว่ามีเสียงพอ 377 เสียง ยังเคยล้มมาแล้ว และเชื่อว่าในชั้นการพิจารณาของ สส. ก็จะไม่ให้ผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้เช่นกัน พร้อมเชื่อว่า นโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ไม่ทันใช้ปีนี้ ย้ำไม่ได้คัดค้านการกู้เงิน แต่เห็นว่าเป็นสิ่งที่ไม่คุ้มค่า
เมื่อถามว่าหาก ‘นายกรัฐมนตรี’ ตัดสินใจเดินหน้าต่อจะเป็นอย่างไร ‘สมชาย’ อธิบายว่า ต่อให้นายกฯ มีความขยัน มุ่งมั่น แต่หากทำผิดกฎหมาย ก็มีชะตากรรมของอดีตนายกให้ดูเป็นตัวอย่างอยู่แล้ว หรือถ้าทำไปแล้ว สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ เห็นว่าเป็นความรับผิดชอบทางการเมืองของนายกรัฐมนตรี ก็ต้องลาออกหรือยุบสภา อย่าดื้อดึง คนทักทั้งประเทศแล้ว ดีกว่าเดินหน้าลุยไฟไปแล้ว เห็นว่าข้างหน้าเป็นทางตัน
ส่วนจะถึงขั้นเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีหรือไม่ หากผลักดันเรื่องนี้ไม่สำเร็จ ‘สมชาย’ ตอบว่า ไม่รู้ เขาคงเปลี่ยนตอนวุฒิสภาหมดวาระมั้ง พร้อมหัวเราะ และย้ำว่าเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน เขาคงทำอะไรไม่ได้
เมื่อถามว่ามีการมองว่ารัฐบาลอาจกำลังมองหาทางลงอยู่จึงต้องไปให้สุดทาง ‘สมชาย’ ตอบทันทีว่า ตอนนี้สุดแล้ว ทางลงตอนนี้สวยสุดแล้ว กฤษฎีกาให้คำแนะนำมาแล้ว อธิบายได้ หรือจะให้ช่วยอธิบายก็ได้
พร้อมทิ้งท้ายว่า ขอให้นายกรัฐมนตรีฟังข้อกฎหมายให้ดี อ่านให้ละเอียด ด้วยความหวังดี การดื้อดึงของรัฐบาลนำการเมืองไปสู่วิกฤติทั้งนั้น




