สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ส.ส.กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวถึงประเด็นการฟ้องร้องบุคคลที่กล่าวหาว่าตนเองรับผลประโยชน์ จนเป็นเหตุให้พรรคก้าวไกล ไม่ส่งเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม. โดยแสดงความเห็นด้วยที่ ส.ส. ควรเคารพการวิพากษ์วิจารณ์ แต่สิ่งที่คู่กรณีกระทำ ไม่ได้อยู่ในขอบข่ายที่ควรจะเป็น และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายได้รับข้อมูลมากจากไหน ทั้งที่ไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว ยืนยันตนเองเป็นคนตั้งใจทำงาน และตั้งใจจะลงเลือกตั้งในครั้งหน้า จึงจำเป็นต้องฟ้องเพื่อปกป้องเกียรติ เพราะเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา และไม่ได้รับอะไรมาตามที่มีการพาดพิง
“ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หากพรรคก้าวไกลมีหลักฐานก็นำมาแสดงได้เลย และการที่พรรคไม่ส่งผมลงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.อีก ถือว่าพรรคก้าวไกลเชื่อว่าผมเป็นคนไม่ดี อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้ประชาชนรู้ว่าผมเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา และไม่ได้รับผลประโยชน์ตามที่กล่าวหา ก่อนหน้านี้ ผมเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทย แต่พรรคเพื่อไทย ระบุว่าได้วางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตนั้นเรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงต้องไปหาพรรคใหม่ แต่ผมอยากบอกกับพรรคเพื่อไทยว่า หากส่งผมลงสมัคร จะชนะเลือกตั้งอย่างแน่นอน” สมเกียรติ กล่าว
“ยืนยันว่า ไม่เคยได้รับผลประโยชน์ หากพรรคก้าวไกลมีหลักฐานก็นำมาแสดงได้เลย และการที่พรรคไม่ส่งผมลงเป็นว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กทม.อีก ถือว่าพรรคก้าวไกลเชื่อว่าผมเป็นคนไม่ดี อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้ประชาชนรู้ว่าผมเป็นฝ่ายถูกกล่าวหา และไม่ได้รับผลประโยชน์ตามที่กล่าวหา ก่อนหน้านี้ ผมเสนอตัวลงสมัครรับเลือกตั้งที่พรรคเพื่อไทย แต่พรรคเพื่อไทย ระบุว่าได้วางตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตนั้นเรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นเช่นนี้ ผมจึงต้องไปหาพรรคใหม่ แต่ผมอยากบอกกับพรรคเพื่อไทยว่า หากส่งผมลงสมัคร จะชนะเลือกตั้งอย่างแน่นอน” สมเกียรติ กล่าว




