สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง ให้สัมภาษณ์ตอบโต้กรณีไพบูลย์ นิติตะวัน เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่ออกมาเปิดเผยให้จับตา เวลา 07.00 น.วันที่ 10 ตุลาคมนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นให้รัฐบาลอาจถึงขั้นล่มสลาย ว่า พรรคเพื่อไทย (พท.) ทุกคนไม่ได้กังวลเรื่องนี้เลย และไม่ได้มีความวิตกกังวลถึงประเด็นดังกล่าว แถมขำด้วยซ้ำ ที่บอกว่าจะเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี และยุบพรรคเพื่อไทย ส่วนตัวมองว่าไม่มีเหตุอะไรที่จะทำให้เกิดเรื่องในวันพรุ่งนี้ การให้ข่าวดังกล่าว ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนมากว่า
เมื่อถามว่ามีการประเมินหรือไม่ว่าจะมีปัจจัยอะไรที่จะเป็นเหตุให้ยุบพรรคเพื่อไทย สมคิด กล่าวว่า หากจะยุบพรรคเพื่อไทย ก็เห็นมีการยื่นมาหลายเรื่องแล้ว ซึ่งหากจะยุบพรรคจริง ทุกอย่างมีกระบวนการ ซึ่งเราไม่ได้กังวลว่า จะถูกยุบ เพราะมีประสบการณ์เรื่องนี้อยู่
ส่วนที่มีการบอกว่า อาจถึงขั้นมีการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรี และเป็นนายกฯ คนนอก โดยเฉพาะมีชื่ออดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย หรือ ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติ ด้วยนั้น สมคิด กล่าวว่า ตนอยากให้มาเล่นกันในกระบวนการของสภาฯ ดีกว่า เพราะสภาฯ จะเป็นผู้กำหนด นายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกเลือกโดยสภาฯ แล้วจะมาเลือกจากคนนอกได้อย่างไร
สมคิด กล่าวต่อว่า ส่วนตัวไม่เชื่อหรอก เพราะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88 ยังมีอยู่ ทั้งนายชัยเกษม นิติสิริ, นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคภูมิใจไทย ส่วน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ปัจจุบันเป็นองคมนตรี ซึ่งหากจะเปลี่ยนตัวนายกฯ หรืออะไรก็ตาม ก็ต้องอยู่ในกระบวนการ ดังนั้นไม่อยากให้ประชาชนเกิดความสับสน ขณะนี้รัฐบาลยังเดินหน้าเหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ยังทำงานเหมือนเดิม
“ข่าวบางข่าวก็สร้างเอามันเข้าว่า เอาความสะใจเข้าว่า ผมไม่อยากให้คนในระดับเลขาธิการพรรค มาพูดแบบนี้ เราจะเล่นอะไรอยากให้อยู่ในกระบวนการสภาฯ ดีที่สุด ถ้าท่านหรือใครอยากเป็นนายกฯ ก็ต้องหาเสียงให้เกินครึ่ง มาล้มกัน มาว่ากันในสภาฯ ทุกอย่างต้องเอาสภาฯ เป็นตัวตั้ง อย่าเพลิน เล่นกันเพลิน เดี๋ยวจะไม่มีสภาฯ ให้เล่น ต้องเอาสภาฯ เป็นหลัก ใครได้เยอะก็ว่ากันตรงนั้น แต่วันนี้ยังไม่มีเหตุอะไรต้องเปลี่ยนนายกฯ” สมคิด กล่าว
เมื่อถามต่อว่ามองว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ยังมีความหวังที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ได้ใช่หรือไม่ สมคิด กล่าวว่า ไม่แน่ใจว่า ที่นายไพบูลย์ ออกมาพูดนั้นจะสื่อว่าต้องการให้ พล.อ.ประวิตร เป็นนายกฯหรือไม่ หรือจะหมายถึงใคร แต่วันนี้ยังมีสภาฯ อยู่ และนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ก็เพิ่งทำงานได้เดือนกว่า แล้วจะเอาอะไรอีก
สมคิด กล่าวต่อว่า สำหรับกระบวนการว่าจะยุบพรรคหรือไม่ตามที่มีการร้องนั้น มันยังอีกยาว เดี๋ยวค่อยว่ากัน เพราะหลายพรรคก็โดนแบบนี้ รัฐบาลโดนร้องหลายประเด็น จนบางครั้งผู้ร้องยังจำไม่ได้ว่า ร้องเรื่องอะไรบ้าง และไม่รู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ตัดสิน จะตัดสินตรงไหน ดังนั้นต้องใช้เวลา
“ขอประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนกตกใจว่า พรุ่งนี้ 07.00 น.มันจะมีอันเป็นไป ผมว่ามันไม่มีหรอกครับ พรุ่งนี้ตื่นมากินกาแฟ มาทำงานเหมือนเดิม ไม่มีปัญหา” สมคิด กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ทางพรรคพลังประชารัฐอาจไม่ได้หวังให้ พล.อ.ประวิตร ได้ขึ้นมาเป็นนายกฯ แต่อาจจะหวังแค่ล้มรัฐบาลหรือล้มพรรคเพื่อไทยได้เท่านั้น สมคิด กล่าวว่า ล้มแล้วยังไง จะไปอย่างไรเพราะเป็นการยกมือในสภาฯ เป็นหลัก ยังไงเราก็เยอะกว่า
เมื่อถามว่าเป็นการทำให้ระส่ำได้หรือไม่ สมคิด กล่าวว่า ถ้าคิดว่าจะทำให้เราระส่ำ ส่วนตัวมองว่ามันไม่มีประโยชน์ เพราะจะทำให้ประชาชนสับสน เรื่องนี้ตนคุยกับรัฐมนตรีหลายคนต่างก็บอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไร และเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็ไม่ได้กังวลใจใดๆ มีแต่ห่วงม็อบขอให้ตนได้คุย และเคลียร์กับม็อบให้รู้เรื่อง ตอนก็ยังไม่รู้ว่าจะคุยยังไงเพราะปกติก็คุยกันไม่ค่อยจะรู้เรื่อง ก็ปล่อยให้เขาอยู่ไป
‘สมคิด’ มอง ‘เต้น ณัฐวุฒิ’ เหมาะสมไกล่เกลี่ยม็อบ เพราะเป็นม็อบเก่า
สมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรี ได้แต่งตั้งให้ ‘ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ’ เข้ามาดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ช่วยให้คำปรึกษาด้านการเมือง โดยอาจจะให้ช่วยประสานกับทางกลุ่มผู้ชุมนุมด้วย ว่า ยังไม่ได้คุยกันว่า นายณัฐวุฒิ จะมาช่วยตนดูแลม็อบหรือไม่ ต้องรอให้นายกฯ กลับมาจากสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวก่อน
“มาช่วยไกล่เกลี่ยม็อบก็ดี เพราะนายณัฐวุฒิ เป็นม็อบเก่า ถือเป็นมือโปรในเรื่องนี้ ก็ต้องให้ดูแล ไปคุยกับม็อบ” สมคิด กล่าว
เมื่อถามว่า เหมือนจะเป็นการจัดวางให้นายณัฐวุฒิ ชน กับ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ซึ่งเป็นเพื่อนเก่ากันตั้งแต่ในยุค นปช. หรือไม่ สมคิด กล่าวว่า “ก็คุยกันได้ ก็เพื่อนๆ กันทั้งนั้น”




