‘สมคิด เชื้อคง’ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายการเมือง เปิดเผยว่า ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกฯ และรมว.วัฒนธรรม จะเดินทางมายังทำเนียบฯ ในวันที่ 29 ส.ค.นี้ ช่วงเวลาประมาณ 12.00 น. เพื่อมาฟังคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ โดยจะมีรัฐมนตรีมารอและร่วมนั่งฟังด้วย จากนั้นในช่วงเวลา 15.00 – 16.00 น. สส.พรรคเพื่อไทย (พท.) จะแวะมาให้กำลังใจ ซึ่งไม่ว่าผลออกมาบวกหรือลบ ไม่ใช่ปัญหา เพราะจะมาให้กำลังใจอยู่ดี ส่วนที่ศาลรัฐธรรมนูญ แพทองธารคงจะส่งตัวแทนไปฟังคำวินิจฉัย
ส่วนกรณีมีกระแสข่าวว่าหาก ‘แพทองธาร’ ไปต่อไม่ได้จะมีการทุ่มเงินเพื่อซื้อ สส.มาโหวตให้กับฝั่งตัวเองนั้น เรื่องนี้เป็นเพียงข่าวเชิงแหล่งข่าว แต่เรื่องจริงไม่น่าเป็นเช่นนั้น เพราะคะแนนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังเป็นตัวเลขเดิม หากผลออกมาเป็นลบ ก็โหวต ‘ชัยเกษม นิติสิริ' แคนดิเดตนายกฯ อีกคนของพรรค แต่ถ้าเป็นบวกก็ทำงานต่อ ยืนยันรัฐบาลไม่ได้วิตกอะไร
“ดังนั้นที่มีคนไปปั่นกระแสว่ามีจำนวนเงิน 2 พันล้านบาท ก็เป็นการสร้างกระแสธรรมดา ยืนยันพรรคร่วมรัฐบาลยังจับมือกันแน่น ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ได้คุยกับวิปรัฐบาลแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ส่วนคนที่คาดหวังว่าจะซื้อนู่นซื้อนี่มาเพื่อเป็นนายกฯ ก็หวังกันไป”
ส่วนพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปัญหาใช่หรือไม่หากเปลี่ยนมาเป็นชัยเกษม ยืนยันว่าไม่เป็นปัญหา ทุกอย่างทำงานเหมือนเดิม แต่หาก แพทองธารไมได้ไปต่อ ก็อาจเสียเวลาสัก 2-3 สัปดาห์ เพื่อเลือกนายกฯ โดยเร็ว เมื่อถามว่า จะมีการจัดดินเนอร์พรรคร่วมเพื่อย้ำความสัมพันธ์หรือไม่ สมคิด กล่าวว่า ยังไม่ได้คุย แต่หัวหน้าวิปของแต่ละพรรคได้คุยกันแล้ว รวมถึงเรื่องการผ่านกฎหมายต่างๆ แม้เสียงจะไม่เยอะมาก แต่เราสามารถเลือกนายกฯ ได้เหมือนเดิม ส่วนเรื่องซื้อเสียงนั้น คิดได้แต่ทำไม่ได้
เมื่อถามย้ำว่า ไม่กังวลว่าจะมีการพลิกขั้วใช่หรือไม่ สมคิด กล่าวว่า ไม่มี จะไปพลิกทำไม อย่างไรตัวเลขก็ค้ำกันอยู่ สมมุติพรรคภูมิใจไทย (ภท.) เสนอชื่อ ถ้าพรรค พท.ไม่ยกมือให้แล้วจะไปอย่างไร คิดว่าพรรคประชาชน (ปชน.) จะเลือกหรือ ถ้าเลือกแล้วจะพอหรือไม่ อัตราเสี่ยงสูงมากกว่า ก็เดินไปแบบนี้แหละ ส่วนรัฐบาลจะครบเทอมหรือไม่ เป็นอีกเรื่อง จะอยู่นานหรือไม่ ก็อยู่ที่ผลงาน ไม่ได้อยู่ที่ใครมาต่อว่า ไปตัดสินกันที่สนามเลือกตั้งดีกว่า ขอให้ฝ่ายค้านอดทนอีกนิด เชื่อว่าไม่เกินเดือน พ.ค.70 ได้เลือกตั้งแน่นอน อย่าไปรีบร้อน อยากฝากไปถึงคนที่ปั่นข่าวเรื่อง 2 พันล้านบาทว่าเก็บเงินไว้ให้ลูกกินขนมดีกว่า
หากคำตัดสินออกมาเป็นบวก คิดว่ารัฐบาลจะเดินหน้าต่อได้อีกนานหรือไม่ เพราะมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าผลงานไม่ออก นายสมคิด กล่าวว่า ผลงานต้องทยอยออกอยู่แล้ว เช่น เรื่องยาเสพติด ส่วนเรื่องรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเดี๋ยวก็ออก ช้าแค่ตรงกฎหมาย แต่ถ้าไม่ออกเลยก็เป็นไปตามธรรมชาติของรัฐบาล
ไม่ถอนแจ้งความเอาผิด 'ฮุน เซน'
พร้อมเปิดเผยว่า วันเดียวกันนี้ได้เดินทางไปให้ปากคำต่อสำนักงานอัยการสูงสุดฝ่ายคดีพิเศษ จากกรณีที่ตนได้เข้าแจ้งความกับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) ดำเนินคดีกับ 'สมเด็จ ฮุนเซน' ประธานวุฒิสภากัมพูชา กรณีเผยแพร่คลิปเสียงสนทนากับ 'แพทองธาร' เมื่อวันที่ 20 มิ.ย. 68 ซึ่งทางตำรวจไซเบอร์ได้มีการสืบสวนสอบสวนหาข้อมูลและคิดว่าครบถ้วนแล้ว จึงให้ไปให้ปากคำเพิ่มเติม
โดยหลักที่ไปแจ้งความ 'ฮุนเซน' นั้น ในแง่ของการทำลายความมั่นคงของประเทศโดยใช้กฎหมายไทย ส่วนความผิดทางคอมพิวเตอร์นั้นถือว่าไม่ใหญ่มาก แต่ว่าอื่น ๆ จะตามมาอย่างเช่น ความผิดด้านความมั่นคง ซึ่งเป็นความผิดที่ถอนแจ้งความไม่ได้ วันนี้ตนจึงไปยืนยันในเอกสารว่า อย่างไรก็จะไม่ถอนแจ้งความ ให้อัยการสูงสุดดำเนินการต่อไป
คาดว่าขั้นตอนของเอกสารจะจบภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งก็คงจะมีการแจ้งไปยังผู้ถูกกล่าวหาคือฮุนเซน ที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งเป็นขั้นตอนของอัยการที่จะดูแลเรื่องนี้ ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ได้เงียบไป เพราะตั้งแต่ไปแจ้งความก็ได้มีการประสานกับหน่วยที่เกี่ยวข้องเพื่อนำเอกสารไปให้ตำรวจไซเบอร์ ขั้นตอนต่อไปก็คงจะเป็นการออกหมายจับฮุนเซน ซึ่งแน่นอนว่าไม่เข้ามาในประเทศไทยอยู่แล้ว ส่วนที่กัมพูชาไปร้องตนที่กระทรวงการต่างประเทศว่า ผิดขั้นตอนทางการทูตนั้นความจริงไม่มีอะไร ซึ่งทางกระทรวงการต่างประเทศก็ชี้แจงไปแล้ว ดังนั้นเรื่องนี้ก็รอเดินต่อไปของอัยการสูงสุด




